นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 32

เวลาที่เหลือน้อย

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“เอกสารชุดนี้... ถ้ามันถึงมือสื่อมวลชนภายในสี่สิบแปดชั่วโมง พวกเขาก็ล้มทั้งกระดาน แต่ถ้าเกินจากนั้น ร่องรอยทั้งหมดจะถูกลบหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้” ภาคินวางแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลหม่นลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย เสียงของมันเบาหวิวราวกับขนนก แต่น้ำหนักของถ้อยคำกลับหนักอึ้งจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เธอมองดูแฟ้มนั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว ปลายนิ้วเรียวพยายามเอื้อมไปแตะ แต่มันกลับรู้สึกเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง “คุณแน่ใจนะคะภาคิน ว่านี่ไม่ใช่กับดัก” รินรดาถามเสียงแผ่ว หากแววตาของเธอกลับฉายชัดถึงความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกังวล “ถ้ามันเป็นกับดัก คุณหญิงศจีคงไม่ส่งคนไปรื้อค้นห้องทำงานของทนายความส่วนตัวจนแทบจะพลิกแผ่นดินหรอก” ภาคินตอบพลางขยับแว่นสายตา สายตาของเขามองไปที่หน้าต่างบานแคบที่ปิดสนิท “คนอย่างคุณหญิงไม่เคยกลัวความตาย แต่หล่อนกลัว ‘ชื่อเสียง’ ของตระกูลที่ต้องมัวหมอง... เอกสารชุดนี้คือมีดที่พร้อมจะเชือดคอหล่อนได้ทุกเมื่อถ้าเราใช้มันถูกจังหวะ” รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตาของเธอกลับไม่มีความยินดี “ความยุติธรรมมักจะเดินทางมาถึงช้าเสมอ จนบางทีฉันก็สงสัยว่าเรากำลังวิ่งไล่ตามความถูกต้อง หรือกำลังวิ่งเข้าหาปากเหวกันแน่” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ รินรดาเปิดแฟ้มออกช้าๆ ตัวอักษรสีดำบนหน้ากระดาษเริ่มเผยความจริงที่เธอพยายามตามหามาตลอดชีวิต ความทรงจำที่ขาดหายไปเป็นชิ้นๆ เริ่มประกอบร่างขึ้นมาใหม่ผ่านลายเซ็นและบันทึกลับที่ระบุถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น คืนที่เลือดของบิดาเธออาบแผ่นดิน และตระกูลที่เธอคิดว่าคือครอบครัวกลับกลายเป็นพรานล่าเหยื่อ “ฉันจำได้แล้ว...” รินรดาพึมพำ มือที่ถือกระดาษสั่นเทาจนเกิดเสียงกรอบแกรบ “ในคืนนั้น... ฉันไม่ได้เป็นแค่พยาน ฉันคือคนที่เห็นมันทั้งหมด เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากใจดีของคุณหญิง” ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ของเขาดูอ่อนล้าแต่ก็เข้มแข็งพอจะเป็นที่พึ่งให้เธอได้ “ริน คุณต้องตัดสินใจ นี่ไม่ใช่เรื่องของความแค้นส่วนตัวแล้ว แต่มันคือความเป็นความตาย ถ้าเราปล่อยข้อมูลนี้ตอนนี้ เราจะปลอดภัยในระยะสั้น แต่ถ้าเราถอย... เราจะกลายเป็นเป้าหมายที่หล่อนไม่มีวันปล่อยให้รอดไปได้” รินรดาสูดหายใจลึก กลิ่นอายของความโกรธแค้นและความเจ็บปวดตีรวนอยู่ในอก หากเธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้ราวกับรูปสลัก ความสุขุมของเธอคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุด แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะตัดสินใจ บานประตูไม้บานหนาก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสง่างามของคุณหญิงศจีก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าเยือกเย็น หากดวงตาคู่นั้นกลับวาวโรจน์ดุจงูพิษที่เตรียมฉกกัด หล่อนไม่ได้มาเพียงลำพัง ด้านหลังมีชายชุดดำร่างยักษ์สามคนยืนคุมเชิงอยู่ “ความลับนี่มันหอมหวานเสมอเลยนะ รินรดา” คุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม “ฉันรอมานานเหลือเกินที่จะเห็นหลานรักของฉันพยายามขุดคุ้ยสุสานที่ฉันฝังมันไว้ดีแล้ว” รินรดาไม่หวั่นไหว เธอกอดแฟ้มเอกสารไว้แน่น “สุสานที่ฝังด้วยความชั่วร้ายไม่มีวันสงบสุขหรอกค่ะคุณหญิง ความจริงมันมีชีวิต และมันก็กำลังรอเวลาที่จะพุ่งเข้าหาคุณ” คุณหญิงศจีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง “งั้นเหรอ? ลองเช็กนาฬิกาดูสิ... เพราะเวลาที่เหลืออยู่ของพวกเธอน่ะ มันจบลงตั้งแต่ก้าวที่ฉันเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว” ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของภาคินก็สั่นรัวขึ้นบนโต๊ะ เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียวแล้วใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันที “ริน... ระบบรักษาความปลอดภัยในเครือข่ายที่เราจะส่งข้อมูลให้ถูกตัดขาดแล้ว” ภาคินกระซิบด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยิน “และ... มีข้อความส่งมาหาผมว่า เอกสารที่เราถืออยู่ตอนนี้ คือของปลอม” รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบ เธอรีบพลิกกระดาษในแฟ้มทันที และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟในห้องก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกอณู พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจากเงามืดด้านหลังของเธอ “ของจริง... อยู่กับคนที่เธอไว้ใจที่สุดต่างหากล่ะ รินรดา” เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลวงนี้ไปกับรินรดาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%