“ถ้าความบริสุทธิ์ของตระกูลแลกมาด้วยเศษซากความทรงจำของใครบางคน ดิฉันคิดว่าคุณหญิงควรจะลองพิจารณาดูใหม่นะคะ ว่ามันคุ้มค่ากับเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดหรือไม่”
น้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจดังขึ้นกลางห้องรับรองกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนหลุยส์ราคาคราคร่ำ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบสีขาวที่ปักแจกันไว้ดูเหมือนจะกลายเป็นกลิ่นอับชื้นทันทีเมื่อรินรดากล่าวจบ เธอไม่ได้แสดงอาการหวั่นเกรงต่อสายตาคมกริบที่ส่งผ่านมา เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ถูกแกะสลักขึ้นจากความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยว
คุณหญิงศจีค่อยๆ วางถ้วยน้ำชาพอร์ซเลนลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นก้องกังวานในความเงียบสงัด นางยืดตัวตรง แผ่นหลังที่เคยดูสง่างามบัดนี้แผ่รังสีแห่งอำนาจที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้ง ผิวพรรณที่ได้รับการดูแลอย่างดีแม้จะร่วงโรยไปตามกาลเวลาไม่ได้ทำให้ความร้ายกาจในแววตาคู่นั้นลดน้อยลงเลย
“เธอกล้ามากนะ รินรดา” คุณหญิงแค่นยิ้มที่มุมปาก “การเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ด้วยคำพูดสามหาวแบบนี้ เธอคงคิดว่าภาคินจะปกป้องเธอได้ตลอดรอดฝั่งสินะ?”
รินรดาขยับยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ดิฉันไม่ได้ต้องการให้ใครปกป้องค่ะ และดิฉันเชื่อว่าภาคินเองก็คงไม่อยากเสียเวลามาเกี่ยวข้องกับเกมเน่าเฟะที่ใครบางคนพยายามปกปิดมาหลายทศวรรษ หากไม่ใช่เพราะความจริงมันเริ่มจะตลบอบอวลจนกลบกลิ่นดอกไม้ในบ้านหลังนี้ไม่มิดแล้ว”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบจะหยุดหายใจ คุณหญิงศจีลุกขึ้นช้าๆ ก้าวผ่านพรมเปอร์เซียผืนหนามาหยุดอยู่ตรงหน้ารินรดา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของหญิงสูงวัยคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่มันกลับทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียนมากกว่าจะรู้สึกเกรงขาม
“ความจริงเหรอ? สิ่งที่เธอเรียกว่าความจริง มันก็แค่เศษเสี้ยวของนิทานที่เด็กกำพร้าอยากจะสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเองว่ามีที่มาที่ไป” คุณหญิงลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ “คนอย่างเธอไม่เคยรู้อะไรเลย รินรดา ความทรงจำที่เธอโหยหาน่ะ มันมีราคาที่ต้องจ่าย... และฉันบอกได้เลยว่าเธอมันจนเกินกว่าจะจ่ายไหว”
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แข็งกร้าวของอีกฝ่าย มือของเธอที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริก แต่ใบหน้ากลับยังคงนิ่งสนิท “ถ้าดิฉันจน... ดิฉันก็จะยอมจนต่อไป แต่สิ่งที่ดิฉันจะไม่มีวันยอมทำ คือการเหยียบย่ำชีวิตของคนอื่นเพื่อประดับบารมีจอมปลอมเหมือนที่คุณหญิงกำลังทำ”
คำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนดาบที่แทงทะลุหน้ากากของผู้สูงศักดิ์ คุณหญิงศจีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่แสดงถึงความขบขัน หากแต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
“ดี... ถ้าเธออยากเห็นจุดจบของความจริงนัก ฉันจะจัดให้” คุณหญิงหันหลังกลับไปที่โต๊ะไม้แกะสลัก หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางหลบมุมอยู่ออกมา “นี่คือสิ่งที่เธอตามหาไม่ใช่เหรอ? บันทึกหน้าสุดท้ายของวันเกิดเหตุ... วันที่ทุกอย่างในชีวิตเธอพังทลาย”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง นี่คือสิ่งที่เธอเสี่ยงชีวิตตามหามาตลอด แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือของศัตรูง่ายดายขนาดนี้? หรือว่านี่เป็นเพียงกับดักที่ถูกวางเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง?
“ทำไมถึงให้ดิฉันง่ายๆ แบบนี้คะ?” รินรดาถามเสียงสั่น แม้จะพยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด
คุณหญิงศจีหันกลับมา แววตาสั่นไหวด้วยอารมณ์บางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก “เพราะคนบางคนกำลังจะก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ และเมื่อถึงตอนนั้น... ต่อให้เธอมีบันทึกฉบับนี้อยู่ในมือ เธอก็จะไม่เหลือชีวิตไว้ใช้เปิดเผยมัน”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากโถงทางเดินข้างหลัง รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอจำเสียงก้าวย่างนี้ได้ดี... เสียงที่เป็นจังหวะมั่นคงและคุ้นเคยเกินไป เสียงที่ควรจะอยู่ที่อื่นในเวลานี้ ไม่ใช่ที่นี่... ในบ้านที่เป็นรังของศัตรู!
ภาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งของเขากำปืนที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมแน่น สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่รินรดา แต่จ้องเขม็งไปยังประตูหลังบ้านที่เพิ่งเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกทั้งหมดไว้
“ริน... วิ่ง!” ภาคินตะโกนสุดเสียงในขณะที่กระชากแขนของเธอให้ถอยหลัง แต่ทว่า... วินาทีที่รินรดาหันไปมองประตูหน้า เสียงลั่นไกปืนก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาราวกับหยุดหมุนลงตรงนั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลวงนี้ไปกับรินรดานะคะ โดย เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 34
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!