"บอกแล้วไงคะว่าถ้ายังไม่ลบโพสต์นั้นออกจากเพจคณะคุณ ฉันจะมานั่งประท้วงหน้าตึกวิศวะมันซะให้เข็ด!"
เสียงแหลมใสแต่ทรงพลังของรินรดาแทบจะแผดเผาบรรยากาศอันอบอ้าวของโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ให้มอดไหม้ ประธานชมรมสื่อสารมวลชนตัวเล็กพริกขี้หนูยืนเท้าสะเอว หน้าตาบึ้งตึงจนแก้มป่อง ร่างบางในชุดนิกรักษาความสะอาดเรียบร้อยเป๊ะทุกระเบียบศุกร์ถึงกับสั่นด้วยความโกรธ
รอบโต๊ะยาวตัวนั้น เหล่าบรรดาเพื่อนสนิทของพ่อตัวตึงวิศวะต่างส่งเสียงฮือฮาแซวกันระงม บ้างก็เป่าปาก บ้างก็ทำหน้าล้อเลียนความเดือดดาลของยัยตัวแสบประจำตึกสื่อฯ ที่อุตส่าห์บุกมาถึงถิ่นเสือดาว
แต่เจ้าของชื่ออย่าง 'กวินทร์' กลับนั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์ มือหนาข้างหนึ่งถือกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบ อีกข้างเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงกวนๆ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ทำให้ดวงตาคมกริบพราวระยับยิ่งน่าหมั่นไส้เป็นทวีคูณ
"แหม... น้องรินรดาขา เดินทางข้ามตึกมาเหนื่อยๆ แบบนี้ ไม่แวะกินน้ำกินท่าก่อนเหรอคะ? หน้าแดงหมดแล้วเนี่ย กลัวว่าพี่จะหล่อเกินไปจนต้านทานไม่ไหวเหรอครับ... อ๊ะ!" กวินทร์แกล้งทำเป็นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดจังหวะ "อุ๊ย มือลั่นพูดผิด พี่หมายถึง... ต้านทานความเจ้าเล่ห์ของพี่ไม่ไหวต่างหากล่ะคะ"
"กวินทร์! นี่นายยังจะมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีกเหรอ!" รินรดาปรี่เข้าไปใกล้โต๊ะ มือบางตบลงบนพื้นโต๊ะเสียงดังปังจนแก้วน้ำกระเด็น "รูปในเพจคณะนายเมื่อคืนนี้มันคืออะไร! รูปฉันตอนกำลังกินก๋วยเตี๋ยวแล้วทำหน้าเหวอใส่กล้องเนี่ยนะ แถมยังใส่แคปชันว่า *'ประธานชมรมสื่อฯ ผู้พิทักษ์ความถูกต้อง แต่พิกัดความตะกละนี่ให้เต็มร้อย'* แบบนี้มันหมิ่นประมาทกันชัดๆ!"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของกวินทร์ดังขึ้นอย่างนึกสนุก เขาค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกสองข้างวางพาดบนเข่า จ้องมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูยามโดนขัดใจ สายตารักใคร่เอ็นดูที่ฉายชัดอยู่เสี้ยววินาทีถูกซ่อนไว้ภายใต้มาKกความกวนประสาทอย่างรวดเร็ว
"ก็มันเรื่องจริงนี่นาคะ... ใครใช้ให้น้องรินตอนกินเตี๋ยวหน้าตาน่ารักเหมือนกระต่ายตื่นตูมล่ะคะ พี่เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหว อยากแบ่งปันความน่ารักนี้ให้ชาววิศวะได้ยลโฉมกันทั่วหน้า ประหยัดงบประชาสัมพันธ์ชมรมพี่ไปในตัวด้วยนะ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมแบบนี้ น่าจะได้โล่ประกาศเกียรติคุณนะเราเนี่ย"
"ใครอยากได้โล่ของนายฟะ! ลบเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้านายไม่ลบภายในสามวิฯ นี้ ฉันจะ... ฉันจะ..." รินรดาอึกอัก คิดคำขู่ไม่ออกเพราะสมองกำลังรวนด้วยความโมโห
"จะทำไมคะ? จะจุ๊บฟ้องพี่เหรอ... หูย อันนี้พี่รอฟังอยู่เลยนะเนี่ย" กวินทร์เลิกคิ้วกวนๆ พร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องผถะถอยหลังโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อสะอาดๆ ที่ทำเอาใจสั่นแปลกๆ
"ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส!" รินรดาหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออกได้แต่กัดริมฝีปากแน่นอย่างคับแค้นใจ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงรับมือยากนักนะ ไม่ว่าจะบุกมาด่ากี่รอบก็มีแต่วิธีปั่นประสาทกลับมาจนเธอเป็นฝ่ายเสียอาการตลอด
"โอ๋ๆ ไม่โกรธนะเด็กดี" กวินทร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดหน้าจอสองสามที "อ่ะ... ลบให้ตามคำขอแล้วค่ะ เห็นแก่คนที่ลงทุนเดินตากแดดมาทวงคืนพื้นที่สื่อถึงถิ่นนะเนี่ย"
รินรดารีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเช็กทันที พอเห็นว่าโพสต์เจ้าปัญหาหายไปจริงๆ เธอก็เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "รู้ตัวก็ดีแล้วคราวหลังอย่าหาทำอีก!" พูดจบก็สะบัดตูดหันหลังเตรียมเดินหนีด้วยความรวดเร็วเพราะไม่อยากทนอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
"เดี๋ยวก่อนสิคะน้องริน..." เสียงทุ้มเอ่ยไล่หลังมา พร้อมกับร่างสูงที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "มาถึงถิ่นพี่ทั้งที จะให้กลับมือเปล่าได้ยังไง เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่ตึกบริหารนะ แดดมันร้อน เดี๋ยวหน้าสวยๆ ของประธานชมรมจะเกรียมซะก่อน"
"ไม่ต้อง! ฉันเดินกลับเองได้!" รินรดาหันมาแหวใส่เสียงดังลั่นโดยไม่ทันระวังตัว
*พรืด!*
เพราะความรีบและพื้นโรงอาหารที่เพิ่งถูกแม่บ้านถูจนแห้งหมาดๆ ทำให้รองเท้าผ้าใบของรินรดาลื่นไถล ร่างบางเสียหลักหงายหลังวับลงไปกองกับพื้นในเสี้ยววินาที!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองเตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้นเต็มที่ แต่ทว่า... ความเจ็บนั้นกลับไม่เกิดขึ้น
เอวบางถูกคว้าไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ กวินทร์พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่ร่างทั้งร่างจะฟาดกับพื้นกระเบื้อง แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ขณะที่มือหนาอีกข้างโอบประคองท้ายทอยเธอไว้อย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้ศีรษะกระแทก
เวลาในโรงอาหารคล้ายจะหยุดเดินไปชั่วขณะ เสียงรอบข้างเงียบกริบลงทันตา เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามดังแข่งกันจนน่าอาย
รินรดานิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของกวินทร์ ดวงตาประสานกับนัยน์ตาคมกริบทอประกายหวานลึกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและเสน่ห์แพรพราวที่ทำเอาคนปากเก่งอย่างเธอนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดอะไรไม่ออก
กวินทร์ก้มมองคนในอ้อมแขน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก ดวงตาคู่คมสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู
"ซุ่มซ่ามจังเลยนะคะ... แบบนี้ต้องให้พี่รับผิดชอบดูแลไปตลอดชีวิตแล้วมั้งเนี่ย" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอารินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของรินรดาเริ่มสั่นไหวจนควบคุมไม่ได้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าโรงอาหาร
"รินรดา! เป็นอะไรรึเปล่า พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดู... อ้าว"
ธันวา หนุ่มฮอตต่างคณะยืนถือแฟ้มเอกสารทำหน้าเหวอสนิท เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ประธานชมรมสื่อฯ คนสวยกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของตัวตึงวิศวะคู่ปรับอย่างกวินทร์
กวินทร์หุบยิ้มทันที แววตาอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบขึ้นมาทันนทีที่เห็นหน้าธันวา มือหนายังคงโอบเอวรินรดาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ แม้ว่าเจ้าตัวจะเริ่มดิ้นขลุกขลักด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมก็ตาม
ขอขอบคุณคุณรี้ดทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและอินไปกับความกวนของพ่อหนุ่มวิศวะกับยัยตัวแสบของเรานะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปกันค่ะ!
ตัวตึงคณะวิศวะกับยัยเซนเซอร์สายโหด•ตอนที่ 2
ทวงคืนพื้นที่สื่อ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตัวตึงคณะวิศวะกับยัยเซนเซอร์สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
