ผู้กล้าตกอับดับเครื่องชนกับสมาคมโกงความตาย•ตอนที่ 13

ปูมหลังของความแค้น

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
เสียงถอนหายใจยาวนานราวกับต้องการขับไล่อากาศอันเน่าเฟื่องของอดีตออกจากปอดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของอาคารลอยฟ้า เรย์ใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะทำงานกระจกคริสตัลเป็นจังหวะเนิบนาบ เสียง 'ก๊อก... ก๊อก...' นั้นสอดรับกับเสียงหยãดฝนที่กระทบกระจกเบื้องล่าง แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความทรงจำของเขา—ความทรงจำในวันที่ท้องฟ้าไม่ได้รั่วไหลด้วยหยาดน้ำฟ้า หากแต่เป็นคราบน้ำตาและความโลภของมนุษย์ "เอกสารสรุปยอดบัญชีของสามปีแรกหลังการทรยศถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ... อ้อ, ขออภัยครับ ผมติดปากพูดตามความเคยชิน" ลูน่าที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานเอ่ยแก้คำพูดของตนเองด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาสสีครามคู่สวยนั้นสะท้อนภาพหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงตัวเลขทรัพย์สินมหาศาล ตัวเลขที่แม้แต่ขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวงยังต้องก้มหัวให้ แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองแล้ว ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียง 'เศษซากความแค้น' ที่ถูกแปลงสภาพเป็นมูลค่าทางบัญชีเท่านั้น เรย์มองคู่ชีวิตของตนเอง—ผู้หญิงที่เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ในชุดเกราะนักเวทที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมดาบอสูร ผู้หญิงที่ถูกสมาคมโกงความตายตราหน้าว่าเป็น 'ตัวถ่วงไร้ค่า' เพียงเพราะเธอปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้กับระบบกิลด์พาณิชย์ "ไม่ต้องรีบเปลี่ยนคำพูดหรอกลูน่า... ในสายตาของพวกมัน เราก็เป็นแค่ไอ้โง่สองคนที่วิ่งเข้ากองไฟเพื่อปกป้องโลกใบนี้ไม่ใช่หรือไงครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน วันที่ดันเจี้ยนระดับปรมาจารย์ 'ประตูมิติโลหิต' ถูกพิชิตลงได้ด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของปาร์ตี้ 'รุ่งอรุณทมิฬ' เรย์ในฐานะหัวหน้าปาร์ตี้และผู้กล้าแห่งคำพยากรณ์ ยืนหอบหายใจอยู่บนกองซากศพของราชาปีศาจ ดาบในมือซ้ายหักสะบั้น เกราะศักดิ์สิทธิ์อาบชุ่มไปด้วยเลือดสีดำสนิท เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ 'หัวใจแห่งปฐพี' ไอเทมระดับเทพเจ้าที่จะช่วยฟื้นฟูอาณาจักรที่กำลังล่มสลาย ทว่า สิ่งที่ต้อนรับเขากลับไม่ใช่เสียงไชโยโห่ร้องของประชาชน หรือรอยยิ้มแสดงความยินดีจากสหายร่วมศึก แต่เป็นคมหอกนับร้อยเล่มที่จ่อเข้าที่แผ่นหลัง "น่าเสียดายจริงๆ นะครับคุณเรย์... ทางสมาคมประเมินแล้วว่า การมีอยู่ของคุณมัน 'แพง' เกินไป" เสียงของบารอนโวนิก ผู้อำนวยการบริหารสมาคมโกงความตายในขณะนั้น ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ชายอ้วนท้วนสวมชุดสูทหรูหราเดินเหยียบย่างเข้ามาบนกองเลือดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย บนใบหน้าของมันไม่มีร่องรอยของความเคารพต่อผู้กอบกู้โลกแม้แต่น้อย มีเพียงความโลภกระหายอำนาจที่ฉาบอยู่ทุกอณูรูขุมขน "แกหมายความว่ายังไง... โวนิก?" เรย์เค้นเสียงถาม เลือดสดๆ ไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก บดบังวิสัยทัศน์จนพร่ามัว แต่เขายังคงยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรี "หมายความว่าโลกใบนี้ไม่ได้ต้องการ 'ผู้กล้า' ที่มีความคิดเป็นของตัวเองไงครับ!" โวนิกหัวعลเราะลั่น "พวกเราต้องการ 'หุ่นเชิด' ที่สั่งซ้ายหันขวาหัน และที่สำคัญ... สมาคมของเราได้เซ็นสัญญากับกลุ่มทุนข้ามมิติเรียบร้อยแล้ว พวกเขาพร้อมจะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการดันเจี้ยนทั้งหมด แต่ข้อแม้คือ... ปาร์ตี้ 'รุ่งอรุณทมิฬ' ต้องหายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์" ลูน่าในตอนนั้นพยายามรวบรวมพลังเวทบทสุดท้ายเพื่อปกป้องเรย์ แต่กลับถูกลอบกัดจากด้านหลังโดย 'คาร์ล' นักบวชประจำปาร์ตี้—คนที่เรย์เคยแบ่งปันขนมปังชิ้นสุดท้ายให้ในวันที่พวกเขาเกือบอดตายในดันเจี้ยนระดับต่ำ "อย่าขัดขืนเลยลูน่า..." คาร์ลเอ่ยด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว มือของมันถือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ที่อาบยาพิษ "พวกเขาสัญญาว่าจะให้ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีแห่งศาสนจักรกับฉัน แกคิดว่ามิตรภาพงี่เง่าของพวกเรามันกินได้หรือไง? โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงินและผลประโยชน์ต่างตอบแทนต่างหากเล่า!" ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เรย์จำความรู้สึกของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดได้ดี ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังไม่ได้เทียบเท่ากับความจริงที่ว่า ชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ถูกตีราคาเป็น 'ตัวเลขในงบดุล' ที่สมาคมสามารถตัดทิ้งได้ตามอำเภอใจ พวกมันยึดทรัพย์สินทั้งหมด ขับไล่พวกเขาออกจากกิลด์ และโยนร่างที่สะินไร้เรี่ยวแรงลงสู่หุบเหวแห่งความตาย โดยหวังว่าความมืดจะกลืนกินพวกเขาให้หายสาบสูญไปตลอดกาล แต่มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมโกงความตาย... เพราะความตายปฏิเสธที่จะรับพวกเขา และระบบ 'ธนาคารแห่งความมืด' ก็ได้ตื่นขึ้น พร้อมกับบัญชีวงเงินไม่จำกัดที่ถูกส่งมอบให้กับเรย์ เพื่อให้เขากลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างด้วย 'เงินสด' "พวกมันคงคิดว่าเราตายไปแล้วในเหวนรกสินะครับ" ลูน่าดึงเรย์กลับมาจากห้วงภวังค์ เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมมาตรงหน้าเรย์ "บัญชีของบารอนโวนิกในปัจจุบัน... ผ่านเครือข่ายฟอกเงินของสมาคม กำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องครั้งใหญ่ที่สุด หลังจากที่เรากว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทในเครือพวกมันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีดำสนิทเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันเยือกเย็นและทรงอำนาจ เขาจัดกระดุมเสื้อช้าๆ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส ที่ซึ่งเบื้องล่างคืออาคารสำนักงานใหญ่ของสมาคมโกงความตาย—ป้อมปราการแห่งความโลภที่กำลังสั่นคลอน "พวกมันคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง... งั้นเราก็จะพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่า เงินสามารถซื้อ 'ความตาย' ของพวกมันได้เช่นกัน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยเลขาคนสนิท สีหน้าของอีกฝ่ายตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬไหลท่วมกรอบหน้า "ท่านเรย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางสมาคมโกงความตายส่งตัวแทนมาขอเจรจาเร่งด่วน โดยมีข้อเสนอ..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่เดินทางมาถึงห้องโถงรับรองชั้นล่าง "คนที่มาขอพบท่านด้วยตัวเองคື... บารอนโวนิก ผู้อำนวยการใหญ่ ที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่หน้าลิฟต์ครับ!" เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ช่างเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริง หมาตัวที่เคยเห่าหันหลังกลับมาในวันที่มันไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน "เชิญมันขึ้นมา..." เรย์หยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองขึ้นมาคีบไว้ระหว่างปลายนิ้ว "ฉันอยากจะฟังเสียงเห่าหอนของมันใกล้ๆ อีกสักครั้ง... ว่าเงินของฉันมันหอมหวานพอที่จะซื้อหัวใจของมันหรือยัง" (โปรดติดตามตอนต่อไป...) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กล้าตกอับดับเครื่องชนกับสมาคมโกงความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%