กลิ่นอายความชื้นของห้องใต้ดินกลิ่นอับชื้นในเขตสลัมชั้นสามของเมืองหลวงเซเลستิชา ไม่เคยเป็นมิตรกับผู้ใด และมันยิ่งโหดร้ายเป็นเท่าตัวเมื่อสถานที่แห่งนั้นถูกใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวของอดีตมันสมองแห่งปาร์ティผู้เคยยิ่งใหญ่
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้เวทมนตร์บทนั้นเพื่อเปิดทางหนีอีกรอบ ฉันเกรงว่าเส้นประสาทเวทของคุณคงจะได้กลายเป็นขี้เถ้าสมใจอยากเสียก่อนนะครับ เรย์"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ลูน่า ในชุดคลุมนักเวทสีซีดที่เปื้อนคราบฝุ่นผงจากการหลบหนีการตามล่า เธอกำลังใช้ปลายไม้เท้าเก่าๆ เขี่ยกองเศษกระดาษเวทมนตร์ที่ถูกใช้งานจนไหม้เกรียม ดวงตาสองสีที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้าบัดนี้ฉายแววเหนื่อยล้า แต่กระนั้น เธอก็ยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้ แม้ว่าในกระเป๋าของเธอจะเหลือเศษเหรียญทองแดงไม่ถึงสามเหรียญก็ตาม
เรย์ยืนพิงผนังอิฐที่ผุกร่อน มือข้างหนึ่งถือขวดน้ำยาฟื้นฟูมานาคุณภาพต่ำที่รสชาติราวกับน้ำโคลน เขาแค่นجเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความเป็นอยู่ของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมวางแผนล้มมังกรทมิฬด้วยกัน
"ปล่อยให้พวกมันตามล่าจนมุมขนาดนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่อดีตจอมเวทอัจฉริยะกลายเป็นหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ ลูน่า" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียด แต่สายตาที่มองไปยังรอยแผลไหม้ที่แขนเสื้อของเธอกลับคมกลาตันและเยียบเย็นขึ้นทีละน้อย
"สมาคมโกงความตายไม่ได้มีแค่กำลังพลครับ เรย์ พวกมันมีเส้นสายในสภาสูง และที่สำคัญที่สุด... พวกมันมีเงินทุนมหาศาลจากการฮุบสมบัติของพวกเราไป" ลูน่าถอนหายใจยาว เธอยกมือขึ้นเสยผมสีเงินยวงที่พันกันยุ่งเหยิง "ในโลกนี้ ถ้าไม่มีเงิน ต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็เป็นได้แค่สุนัขที่รอวันถูกทิ้งเท่านั้นแหละครับ"
"งั้นเหรอ..." เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องใต้ดินอุณหภูมิลดฮวบทันที "โชคดีจริงๆ ที่ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเห็นใจจากเธอ... แต่มาเพื่อซื้อเธอกลับคืนต่างหาก"
ลูน่าชะงัก เธอมองหน้าอดีตสหายร่วมรบด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเรย์โยนวัตถุบางอย่างลงบนโต๊ะไม้ผุๆ ตรงหน้า เสียงโลหะกระทบเนื้อไม้ดัง "กริ๊ง" เบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ
มันคือการ์ดโลหะสีดำสนิท ประดับลวดลายวงจรเวทสีทองเรืองแสงจางๆ — บัตรเครดิตโลหะสีดำไร้ขีดจำกัดของธนาคารหลวงแห่งอาณาจักร ที่มีสิทธิ์วงเงินเทียบเท่ากับคลังสมบัติของกษัตริย์
"นี่มัน... บัตรของขุนนางชั้นสูง... ไม่สิ บัตรระดับผู้อำนวยการสมาคมการค้าหลวงต่างหาก!" ลูน่าอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะการ์ดนั้นราวกับมันเป็นสิ่งของต้องห้าม "เรย์ คุณไปเอาของแบบนี้มาจากไหน? อย่าบอกนะว่าไปปล้นคลังแสงมาอีกแล้ว?"
"ปล้นเหรอ? คำพูดรุนแรงเกินไปหน่อยนะ ลูน่า" เรย์ก้าวเข้าไปใกล้ ลากเก้าอี้ไม้เก่าๆ มานั่งลงตรงหน้าเธอ นัยน์ตาคู่สีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตจอมเวท "ฉันแค่ไป 'ทวงคืน' สิ่งที่พวกมันเคยโกงไป... พร้อมกับดอกเบี้ยทบต้นที่ทำให้พวกสมาคมโกงความตายถึงกับกระอักเลือดต่างหาก"
เรย์หยิบสมาร์ตคริสตัลสื่อสารขึ้นมา กดเปิดหน้าจอโฮโลแกรมแสดงยอดเงินสดหมุนเวียนในบัญชีใหม่ ตัวเลขศูนย์จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานจนลูน่าต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อตั้งสติ
"สิบล้าน... ร้อยล้าน... นี่มันทุนสำรองระดับอาณาจักร!" เสียงของลูน่าสั่นเครือเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา "เรย์ นายไปทำสัญญาอะไรมา? หรือว่านายขายวิญญาณให้ปีศาจไปแล้ว?"
"วิญญาณของฉันมีราคาแพงเกินกว่าจะขายให้พวกปีศาจกระจอกพวกนั้นหรอกครับ ลูน่า" เรย์ยื่นมือออกไปตรงหน้า ชายหนุ่มส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันกำลังสร้างอาณาจักรใหม่ อาณาจักรที่จะเหยียบย่ำพวกสมาคมโกงความตายให้จมดิน... และฉันขาดมันสมองอย่างเธอไม่ได้ ลูน่า เธอจะยอมมาเป็นผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การเงินให้ 'ผู้กล้าตกอับ' คนนี้อีกสักครั้งไหมล่ะ?"
ลูน่านิ่งงัด เธอมองมือนั้นสลับกับใบหน้าของเรย์ หัวใจของอดีตจอมเวทเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะไฟแห่งความแค้นและความทะเยอทะยานที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งในอก
"นายรู้ไหมว่าการดึงตัวฉันมาร่วมวง มันหมายความว่านายจะต้องประกาศสงครามกับขั้วอำนาจครึ่งหนึ่งของทวีป" ลูน่าเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์แบบฉบับของเธอปรากฏขึ้นอีกครั้ง "และนายคิดว่าเงินแค่นี้จะพอซื้อศักดิ์ศรีของอดีตจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เหรอครับ เรย์?"
"เงินแค่นี้ไม่พอหรอ?" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ "งั้นถ้าฉันเพิ่มอำนาจในการสั่งซื้อหุ้นทั้งหมดของสมาคมศัตรู และสิทธิ์ในการใช้เงินสดตบหน้าพวกมันได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องจำกัดวงเงินล่ะ?"
ลูน่าสูดหายใจเข้าลึก
"ถ้าอย่างนั้น... ฉันเกรงว่าฉันคงต้องปฏิเสธไม่ลงซะแล้วสิครับ นายท่าน"
มือเรียวบางของลูน่ายื่นออกไปวางทับลงบนมือของเรย์ เป็นอันสิ้นสุดการทำสัญญาทางธุรกิจที่เดิมพันด้วยเลือดและเงินตรา แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้เริ่มวางแผนขั้นต่อไป เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่ชั้นบนของตึกร้าง แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาราวกับหิมะ
*ตูมมมม!*
เศษซากประตูทางเข้าห้องใต้ดินพังครืนลงมา พร้อมกับเงาร่างของกลุ่มมือสังหารในชุดเกราะสีดำสนิทของสมาคมโกงความตายที่พุ่งทะยานลงมาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในพริบตา ผู้นำหน่วยมือสังหารหัวเราะเยาะด้วยเสียงแหบพร่า
"เจอตัวจนได้นะ ไอ้ผู้กล้าตกอับ... คิดว่าจะหนีพ้นมือของท่านประธานสมาคมไปได้งั้นเหรอ? เอาตัวพวกมันไป!"
ลูน่าหน้าถอดสี เธอกำลังจะร่ายเวทป้องกันฉุกเฉิน แต่เรย์กลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉย ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมือสังหารเหล่านั้น เขากลับกดปุ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษบนสมาร์ตคริสตัลในมืออย่างใจเย็น
"มาช้ากว่าที่ฉันคำนวณไว้สามวินาทีนะ..." เรย์พึมพำเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มยืนยันคำสั่งเสียง
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์เจ็ตทรงพลังก็คำรามก้องฟ้าเหนือหลังคาตึกร้าง แรงลมมหาศาลพัดกระโชกจนหลังคาสังกะสีปลิวหายไปในพริบตา แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงมาทะลุกรอบห้องใต้ดินที่พังทลาย เผยให้เห็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหุ้มเกราะเวทมนตร์ลำยักษ์ที่บินนิ่งสนิทอยู่กลางอากาศ โดยมีปลายกระบอกปืนกลเวทมนตร์อัตโนมัติหันลงมาเล็งหัวพวกมือสังหารนับสิบกระบอกพร้อมกัน
และที่ประตูเฮลิคอปเตอร์นั้น มีร่างของชายในชุดสูททหารรับจ้างระดับ S สองคนยืนถือกระเป๋าเอกสารโลหะรออยู่
เรย์หันไปมองกลุ่มมือสังหารที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำขึ้นมาเคาะเบาๆ กับฝ่ามือ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"ขอโทษทีนะ... พอดีว่าฉันเพิ่งใช้เงินสดซื้อตึกทั้งหลังนี้... รวมไปถึงชีวิตของพวกแกทุกคนเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มา ณ ที่นี้นะครับ
ผู้กล้าตกอับดับเครื่องชนกับสมาคมโกงความตาย•ตอนที่ 9
พันธมิตรที่ถูกลืม
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กล้าตกอับดับเครื่องชนกับสมาคมโกงความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!