กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 4

เมื่อวัตถุดิบจากมิติเริ่มสำแดงเดช

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
“ใครอนุญาตให้พวกคุณเสียงดังในเขตพื้นที่รับผิดชอบของผม...” เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของร้อยเอกศิลา ทำเอาเหล่าอันธพาลเจ้าถิ่นที่กำลังยืนล้อมกรอบร้าน ‘ครัวหลังบ้าน’ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มในชุดลำลองแต่แผ่รังสีคุกคามแบบนายทหารสนามรบ ทำให้กลุ่มคนพวกนั้นค่อยๆ ถอยกรูดออกไปทีละก้าวอย่างไม่กล้าสบตา รินรดาที่ยืนถือทัพพีตักแกงอยู่หลังเคาน์เตอร์อดไม่ได้ที่จะลอบอมยิ้มกับความ ‘บังเอิญ’ ที่มักจะเกิดขึ้นในยามวิกฤตทุกครั้งไป หญิงสาววางทัพพีลงบนขอบหม้ออย่างไม่รีบร้อน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ในเมื่อวันนี้เหล่าแมลงหวี่แมลงวันถูกปัดกเป่าออกไปจนหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่เธอจะเปิดฉาก ‘แผนการลับ’ ที่ซ่อนไว้ในมิติต่างมิติเสียที ครืน... เสียงหีบไม้โบราณในมิติจิตวิญญาณสั่นสะเทือนเบาๆ รินรดาส่งจิตเข้าไปหยิบ ‘พริกขี้หนูสวนป่าภูเขาไฟ’ และ ‘เนื้อกวางป่าคัดพิเศษจากมิติสวรรค์’ ออกมาวางไว้บนเขียงไม้ไผ่ วัตถุดิบทั้งสองสิ่งนี้ไม่ได้หาได้ทั่วไปตามตลาดสดในอำเภอชายแดนแห่งนี้ เนื้อกวางสีแดงสดแทรกไขมันลายหินอ่อนอย่างงดงาม ส่งกลิ่นหอมจางๆ คล้ายสมุนไพรป่าเย็นๆ ส่วนพริกขี้หนูเม็ดเล็กสีแดงเข้มจัดจ้าน แค่เด็ดขั้วออกเบาๆ กลิ่นฉุนหอมเผ็ดร้อนก็พุ่งทะยานเข้าจมูกจนจามออกมาเบาๆ “คุณจะทำอะไรกับเนื้อนั่น?” ศิลาที่จัดการไล่พวกอันธพาลเสร็จ เดินกลับมาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบกวาดมองวัตถุดิบแปลกตาด้วยความฉงน เขาผ่านสนามรบมาโชกโชน รู้จักเนื้อสัตว์ป่ามาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นเนื้อกวางที่มีอภินิหารส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจได้ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต “ผัดเผ็ดเนื้อกวางป่าพริกไทยดำขมิ้นขาวค่ะ” รินรดาตอบเสียงใส รอยยิ้มพรายปรากฏบนมุมปากอย่างอารมณ์ดี “รับรองว่าถ้าคุณได้ชิมฝีมือฉันในวันนี้ คุณจะลืมรสชาติอาหารทหารจืดชืดในค่ายไปเลยล่ะค่ะผู้กอง” ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันนิดๆ เพื่อซ่อนรอยยิ้มเอ็นดูในความมั่นอกมั่นใจของแม่ค้าสาวคนนี้ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากแย้งอะไร กลิ่นหอมอันทรงพลังก็เริ่มทำงาน รินรดาตั้งกระทะเหล็กหล่อบนเตาถ่านจนร้อนจัด เธอน้ำมันพืชลงไปเพียงเล็กน้อยตามด้วยกระเทียมไทยกลีบเล็กบุบพอแตกและรากผักชีตำละเอียด ผัดจนเหลืองกรอบส่งกลิ่นหอมฟุ้ง จากนั้นจึงโยนเนื้อกวางป่าหั่นชิ้นพอดีคำลงไป เสียงฉ่าดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันหอมกรุ่นที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า วิญญาณเชফอัจฉริยะในตัวรินรดาลุกโชนขึ้นมา เธอสะบัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว โยนพริกขี้หนูสวนป่าภูเขาไฟที่โขลกหยาบๆ กับพริกไทยดำเม็ดโตลงไป ตามด้วยเครื่องเทศลับจากมิติที่ช่วยดับคาวและเสริมรสชาติให้เนื้อกวางนุ่มละมุนลิ้นราวกับละลายในปาก ปิดท้ายด้วยใบโหระพาป่าและพริกชี้ฟ้าแดงซอยที่ให้สีสันตัดกันอย่างงดงาม ตลบอบอวล... กลิ่นหอมของผัดเผ็ดจานเด็ดไม่ได้อบอวลอยู่แค่ภายในร้านขนาดกะทัดรัดอีกต่อไป แต่มันถูกสายลมยามบ่ายพัดพาเลาะเลียบไปตามตรอกซอกซอย ทะลุทะลวงผ่านหน้าต่างบ้านเรือนข้างเคียง จนชาวบ้านที่กำลังนั่งพักผ่อนถึงกับต้องสูดจมูกฟุดฟิดแล้วเดินออกมามองหาต้นตอของกลิ่นหอมเย้ายวนนี้ด้วยความฉงนสนเท่ห์ “ให้ตายเถอะ... กลิ่นนี่มันอะไรกันวะเนี่ย หอมจนท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดแล้ว!” เสียงอุทานของเพื่อนบ้านดังแว่วมาจากปากซอย รินรดาตักผัดเผ็ดเนื้อกวางป่าร้อนๆ ราดลงบนข้าวสวยหอมมะลิเม็ดเรียงสวยในจานกระเบื้องเคลือบสี Hเป็นประกาย ก่อนจะยื่นส่งให้ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนมองด้วยสายตาเป็นประกายไม่แพ้กัน “อ่ะ... ชิมดูค่ะ แล้วบอกฉันซิว่ามันสมควรแก่การเอาไปเปิดร้านแข่งกับภัตตาคารใหญ่ในเมืองหรือยัง” ศิลารับจานข้าวมาถือไว้ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนผสมผสานกับกลิ่นหอมของเนื้อกวางป่าแทรกซึมเข้าสู่ประสาทสัมผัสจนต่อมน้ำลายทำงานอย่างหนัก เขาตักคำแรกเข้าปาก... ชั่วพริบตาที่รสสัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเผ็ดร้อนจัดจ้านแต่นุ่มนวลของพริกป่า ผสานกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อกวางที่แทบไม่ต้องเคี้ยว และกลิ่นหอมสมุนไพรที่อบอวลอยู่ในโพรงปาก มันไม่ใช่แค่ความอร่อยธรรมดา แต่มันคือประสบการณ์ทางรสชาติที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ “อร่อย...” ศิลาพึมพำออกมาคำเดียวโดยไม่ละสายตาจากหญิงสาว “อร่อยจนแทบกลืนลิ้นตัวเอง” “ปากหวานนะคะผู้กอง แต่ถ้าชอบก็กินเยอะๆ ค่ะ วันนี้ฉันอารมณ์ดี เดี๋ยวแถมซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนให้ชามนึงด้วย” รินรดาหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่พร้อมกับเสียงโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน ประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น “ใครเป็นเจ้าของร้านนี้วะ! ออกมานี่ซิ!” ร่างท้วมของเถ้าแก่เฮง เจ้าของตลาดสดคู่แข่งเดินนำหน้าลูกน้องร่างยักษ์เข้ามา ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กหยีจ้องมองไปที่หม้อแกงบนเตาด้วยความอิจฉาริษยา “พวกแกใช้เล่ห์กลอะไร ลูกค้าในตลาดฉันถึงพากันแห่มาที่นี่หมดจนร้านฉันแทบจะร้าง!” รินรดายังคงยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เตรียมจะอ้าปากตอกกลับให้หงายเงิบ แต่ยังไม่ทันที่คำพูดแสบสันต์จะหลุดจากริมฝีปาก ร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลาก็ก้าวออกไปบังร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องมองเถ้าแก่เฮงด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนอีกฝ่ายถึงกับผอยหลังไปสองก้าว “เขตพื้นที่รับผิดชอบของผม... ใครอนุญาตให้คุณเสียงดังและพังข้าวของในนี้?” ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบราดรดด้วยน้ำแข็ง เถ้าแก่เฮงหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นชุดเครื่องแบบทหารที่พับแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและรอยแผลเป็นจากสนามรบ แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น รินรดากลับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของศิลาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มพรายที่ซ่อนประกายอันตรายไว้ในแววตา “เถ้าแก่เฮงอยากรู้เหรอคะว่าทำไมลูกค้าถึงมา” รินรดาก้าวออกมาข้างหน้า น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมบาดลึก “เพราะฝีมือและความสะอาดมันต่างกันฟ้ากับเหวไงคะ... และถ้ายังไม่อยากให้ฉันเอา ‘วัตถุดิบพิเศษ’ มาเปิดโปงความเน่าเฟะในตลาดของคุณกลางลานวัดล่ะก็... ไสหัวออกไปจากร้านฉันซะ!” เถ้าแก่เฮงหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้นเคือง เขาชี้หน้าหญิงสาวด้วยมือสั่นเทา “แก... อีเด็กปากดี ฝากไว้ก่อนเถอะ!” พูดจบลากลูกน้องถอยกรูดออกไปจากร้านอย่างหัวเสีย รินรดามองตามหลังกลุ่มคนพวกนั้นด้วยรอยยิ้มสะใจ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับศิลาที่มองเธอด้วยความทึ่งแกแกมระอา “คุณนี่นะ... หาเรื่องเก่งพอกับทำอาหารอร่อยเลย” ศิลาส่ายหัวเบาๆ แต่อมยิ้ม “เขาเรียกว่าฉลาดเอาตัวรอดต่างหากล่ะคะผู้กอง” รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะหันไปตักอาหารใส่จานใหม่ “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มากินข้าวต่อให้หมดเถอะค่ะ... อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนนะ...” จู่ๆ รินรดาก็ชะงักมือที่กำลังถือทัพพี ร่างบางแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อจิตสัมผัสในมิติส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง หีบสมบัติโบราณสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในหัว... *‘คำเตือน: วัตถุดิบระดับตำนานชิ้นสุดท้ายในมิติ กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยบุคคลที่ไม่คาดฝัน...’* รินรดากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างร้านที่เริ่มโพล้เพล้ ทันใดนั้น เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้าน แสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นลึกลับ และดวงตาคู่นั้น... กำลังจ้องตรงมาที่เธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%