"คุณผู้ชายจะเหมาจริง ๆ หรือคะ? ระวังนะคะ... ร้าน ‘หลังบ้านรินรดา’ ของฉัน ของทุกชิ้นมีราคาค่างวดที่คนกระפ์กระเป๋าแฟบอาจจะต้องนอนฝันร้ายไปหลายคืนเชียว!"
เสียงหวานใสแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตาที่ก้าวออกมาจากหลังร้าน รินรดายืนกอดอกพิงกรอบประตูไม้สักเก่าครึ้ม ดวงตากลมโตคู่สวยพินิจพิเคราะห์ร้อยเอกศิลาในชุดลำลอง—เสื้อยืดสีทหารพรานแนบเนื้ออวดมัดกล้ามสมส่วนและกางเกงขายาวทะมัดทะแมง—ที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของพลบค่ำ ชายหนุ่มไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเตือนแกมหยอกเย้าของเธอเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าคมเข้มที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก กลับปรากฏรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอันตรายต่อหัวใจคนมองขึ้นมาอย่างประหลาด
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ประโยค "ร้านนี้... ฉันเหมาหมด!" ของเขายังคงก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดาแอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าที่ตีสีหน้าเรียบเฉย ในเมื่อพ่อหนุ่มนายทหารผู้เคร่งขรึมคนนี้อยากแสดงความใจป๋า เธอหรือจะขัดศรัทธา? มิติลับในห้วงความคิดของเธอกำลังพองโต คลังวัตถุดิบวิเศษที่เก็บสมุนไพรหายากและเนื้อสัตว์คุณภาพพรีเมียมจากโลกยุคก่อนกำลังรอให้เธอหยิบออกมาแปรรูปทำกำไรมหาศาลอยู่พอดี
"ผมไม่ได้พูดเล่น" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเท้ายาว ๆ เข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นจาง ๆ ของไอป่าและเหงื่อจากการฝึกซ้อมลอยเข้าแตะจมูก "คุณยายบอกเองไม่ใช่หรือว่า ของอร่อยต้องกินตอนร้อน ๆ และคนขายอารมณ์ดีก็คู่ควรกับการสนับสนุน... ว่าแต่ ที่คุณทำส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วสามบ้านแปดบ้านเมื่อครู่ มันคืออะไรกันแน่?"
คำถามนั้นเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นห้องครัวทดลองย่อม ๆ ทันที รินรดายืดอกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือปลายจวักของตนเอง สมเป็นเชฟอัจฉริยะที่ผ่านศึกในครัวระดับภัตตาคารมาโชกโชน การทำให้อาหารพื้นบ้านธรรมดากลายเป็นผลงานศิลปะชั้นยอดคือความสุขที่สุดของเธอ
"ก็ตามที่กลิ่นมันฟ้องนั่นแหละค่ะ..." รินรดาหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในครัว เปิดฝาหม้อดินเผาใบใหญ่ที่ไอน้ำพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมรัญจวนใจ "แกงคั่วหอยขมใบชะพลู... ฝีมือยายเองค่ะ"
พริ้งเพริดและลุ่มลึก—นั่นคือคำจำกัดความของหม้อนี้ พริกแกงเผ็ดตำมือสูตรลับที่แอบหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติลับมาเสริมทัพ ทั้งข่าแก่หอมกรุ่น ตะไคร้ซอยละเอียด และกะปิอย่างดีโขลกจนเนียนละเอียด ผัดกับหัวกะทิสดจนแตกมันเยิ้มสีแดงส้มสวยงาม ส่งกลิ่นหอมของใบชะพลูซอยที่ใส่ลงไปตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว เนื้อหอยขมตัวอวบอ้วนที่ถูกแกะเปลือกออกอย่างพิถีพิถันเคี่ยวจนซึมซับน้ำแกงเข้มข้นเข้าเนื้อ
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นายทหารหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วนและเคยชินกับการกินอาหารสนามที่แห้งแล้งและจืดชืด กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมของแกงหม้อเดียวตรงหน้าอย่างราบคาบ
"ตักใส่ชามให้ผมสิครับ" ศิลานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่สานอย่างเป็นกันเอง ดวงตาคมกริบจับจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาว
"ใจร้อนเสียจริงนะคะ ทหารยศร้อยเอกนี่เขาฝึกความอดทนกันมาแบบนี้หรือคะเนี่ย?" รินรดาแซ่บปากพร้อมกับตักแกงคั่วหอยขมร้อน ๆ ราดลงบนข้าวสวยหอมมะลิเม็ดเรียงสวยในจานกระเบื้องเคลือบสีขาว ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับความเผ็ดร้อนที่เตะจมูก เธอยังไม่ลืมที่จะหยิบไข่เจียวฟูหนานุ่มที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ มาโปะหน้าให้อีกหนึ่งแผ่น "อ่ะ... ลองชิมดูค่ะ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุยไว้ ฉันยอมให้คุณปรับเงินเดือนร้านนี้เลยเอ้า!"
ศิลาไม่รอช้า เขาใช้ช้อนกลางตักคำแรกเข้าปาก—จังหวะนั้นเองที่โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
สัมผัสแรกคือความมันกลมกล่อมของกะทิที่ผัดได้ที่ ตามมาด้วยความเผ็ดร้อนจัดจ้านของพริกแกงที่ซึมซาบเข้าสู่ทุกอณูลิ้น ความกรุบกรอบเคี้ยวเพลินของเนื้อหอยขมที่สดสะอาดไร้กลิ่นโคลน ตัดด้วยความหอมละมุนของใบชะพลูและกลิ่นหอมทะลักของข้าวสวยร้อน ๆ ทุกรสชาติผสมผสานกันในปากอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับมีคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดความอร่อยจนสติสัมปชัญญะของนายทหารหนุ่มแทบกระเจิง
"อร่อย..." ศิลาพึมพำออกมาเบา ๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความลืมตัว เขาลืมมามาดเคร่งขรึม ลืมกฎระเบียบวินัยทหาร ลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าแม่ค้าสาวฝีปากกล้าที่กำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า
ตักที่สอง ตักที่สาม ตามมาติด ๆ อย่างไม่ขาดตอน จนกระทั่งข้าวหมดจานและแกงในชามพร่องไปครึ่งหนึ่ง ศิลาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเผลอกินอย่างมูมมามเสียภาพพจน์ผู้กองหนุ่มผู้เยือกเย็นไปเสียสนิท ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยด้วยความเก้อเขิน แต่กระนั้นเขาก็ยังทำใจแข็งตักคำต่อไปเข้าปาก
รินรดายืนเท้าสะเอวมองภาพนั้นด้วยความขบขัน ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ "เป็นยังไงคะ? แกงคั่วหอยขมฝีมือยายคนนี้ พอจะทำให้ท่านผู้กองลืมทางกลับค่ายไปสักคืนไหมล่ะคะ?"
"คุณ..." ศิลาวางช้อนลงช้า ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากันตรง ๆ แววตาของชายหนุ่มในยามนี้ไม่ได้มีความดุดันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าพริกแกงในชาม "อาหารจานนี้อันตรายเกินไปแล้วนะรินรดา"
"อันตรายยังไงคะ? ฉันใส่แค่พริกกับสมุนไพร ไม่ได้ใส่ยาพิษเสียหน่อย" รินรดาแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
"มันทำให้ผมไม่อยากกินฝีมือใครอีกเลยนอกจากคุณ..." ศิลาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ บรรยากาศรอบตัว tiba-tiba รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ ทั้งที่ลมยามค่ำคืนพัดโชยมาเย็นสบาย รินรดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดอยู่ใกล้ใบหู หัวใจดวงน้อยที่มักจะแข็งแกร่งเสมอเวลารับมือกับลูกค้าหน้าเลือด กลับเต้นรัวผิดจังหวะจนน่าตกใจ
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดคมคายตามสไตล์ของเธอ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาที่หน้าร้าน เสียงโวยวายของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบสงบ
"เฮ้ย! ร้านนังตัวแสบเปิดอยู่ตรงนี้เองเหรวะ! มานี่เลยนังเด็กเนรคุณ กล้าดียังไงถึงขโมยสูตรลับของตระกูลมาเปิดร้านแข่งชาวบ้านเขา!"
ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใจร้ายแห่งตระกูลใหญ่พุ่งเข้ามาพร้อมกับลูกชายร่างยักษ์และลูกน้องมือไม้ครบครัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโลภโมโทสัน หมายจะพังร้านให้พังพินาศในค่ำคืนนี้
รินรดาหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบราวน้ำแข็ง เธอกำลังจะก้าวออกไปซัดกับพวก18มงกุฎบ้านี่ให้หงายเงิบ แต่ทว่า... ศิลาที่ยืนอยู่ข้างกายเธอกลับยกมือขึ้นขวางไว้เบา ๆ ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปกป้อง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตระดับนายทหารแนวหน้า
"ใครอนุญาตให้พวกคุณเสียงดังในเขตพื้นที่รับผิดชอบของผม..." ศิลาเอيเสียงเย็นเยียบจนอุณหสะเทือนไปทั้งซอย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ!
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 3
เมนูจานแรกที่ทำให้ใจสั่น
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!