กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 2

กลิ่นเครื่องแกงที่ปลายจมูกนายทหาร

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าพวกคุณยังมีหน้ามาเหยียบหน้าร้านฉันอีก คราวนี้ฉันไม่ได้แค่สาดน้ำพริกใส่หน้าแน่... ไสหัวไปให้พ้น!" เสียงตวาดก้องด้วยความดุดันของรินรดา ดังประสานกับเสียงเคทัพพีลงบนกระทะเหล็กดัง *เคร้ง!* เรียกสายตาของชาวบ้านละแวกตลาดชายแดนให้หันมามองเป็นตาเดียว ร่างระหงในผ้ากันเปื้อนสีมอซอแต่กลับขับเน้นให้ผิวขาวผ่องดูโดดเด่น ยืนเท้าสะเอวมองสองสามีภรรยาตระกูลเดิมที่ตามมารังควานไม่เลิกตั้งแต่วันแรกที่เธอย้ายมา นางดวง and นายสมชาย สองสามีภรรยาหน้าเงินที่หวังจะมาฮุบเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเธอ ถอยกรูดด้วยความตกใจเมื่อเจอฤทธิ์เดชของแม่ค้ามือใหม่ที่ปากจัดและมือไวยิ่งกว่ากรรไกรตัดผ้า "นังริน! แกกล้าไล่พ่อแม่สามี (เก่า) อย่างพวกฉันเรอะ อกตัญญู! เลี้ยงไม่เชื่อง!" นางดวงแว้ดเสียงแหลมสูงหมายจะเรียกคะแนนความน่าสงเคราะห์จากชาวบ้าน "สามีเก่า? อย่ามามั่วค่ะคุณแม่... เอ้ย คุณป้า!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันชัดเจน "ใบหย่าเซ็นกันไปตั้งแต่สามเดือนก่อนตอนที่ลูกชายแท้ๆ ของคุณป้าแอบไปซุกเมียน้อยจนท้องโต แล้วนี่อะไร? จะมาไถเงินฉันไปใช้หนี้การพนันของลูกชายสุดที่รักอีกงั้นสิ? ฝันไปเถอะค่ะ! เชิญไสหัวไปก่อนที่ฉันจะเอาพริกแกงเผ็ดนรกแตกสาดใส่ตาจริงๆ!" ไม่พูดเปล่า รินรดายกกระบวยตักน้ำพริกแกงเผ็ดสีแดงฉานขึ้นมาขู่ ท่าทางเอาจริงเอาจังจนสองผัวเมียหน้าซีดเผือด วิ่งหางจุกตูดหนีหายไปท่าเสียงหัวเราะชอบใจของแม่ค้าข้างๆ รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ตบมือไล่เศษแป้งและผงเครื่องเทศออกจากกัน เธอปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าสวยด้วยหลังมือ ก่อนจะหันกลับมามองเตาถ่านที่กำลังคุโชนและหม้อแกงใบใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วตรอก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนชายแดนแห้งแล้งแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย... แต่โชคดีที่เธอยังมีความลับชิ้นโตซ่อนอยู่ รินรดากวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอาหารชั่วคราวที่เธอบรรจงสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครมอง ลอบแตะปลายนิ้วลงที่แหวนหยกโบราณบนนิ้วมือ วูบหนึ่ง... มิติคลังวัตถุดิบวิเศษที่เต็มไปด้วยสมุนไพรหายาก พริกไทยป่ากลิ่นหอมฉุน เนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยม และเครื่องเทศลับจากทั่วทุกมุมโลกปรากฏขึ้นในห้วงความคิด เธอเลือกหยิบ "พริกขี้หนูสวนป่า" และ "ข่าวดำโบราณ" จากในมิติออกมาอย่างรวดเร็ว นี่แหละคืออาวุธลับที่จะทำให้ร้าน "ครัวคุณยาย" ของเธอกลายเป็นตำนานบทใหม่ของที่นี่! กลิ่นหอมของเครื่องแกงที่โขลกสดๆ ใหม่ๆ เริ่มฟุ้งกระจายไปตามสายลมยามสาย กลิ่นหอมร้อนแรงของตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และพริกแห้งที่ถูกผัดจนน้ำมันแตกมัน ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอไปทั่วทั้งย่านการค้า ใครก็ตามที่เดินผ่านต่างต้องสูดจมูกฟุดฟิด หันซ้ายหันขวาตามหาต้นตอของกลิ่นหอมอันลึกล้ำนี้ ณ อีกด้านหนึ่งของถนนลูกรัง ร้อยเอกศิลา ในชุดเครื่องแบบสนามพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อกำยำ กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของตลาดชายแดนตามหน้าที่ นายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งครัด เยชา และไม่เคยสนใจเรื่องปากท้องของกินเล่นใดๆ จู่ๆ ก็ต้องชะงักฝีเท้าลง ปลายจมูกโด่งเป็นสันได้รูปสูดกลิ่นหอมประหลาดเข้าไปเต็มปอด... มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมเผ็ดร้อนที่ซับซ้อน มีกลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศป่าผสานกับความกลมกล่อมของกะทิเคี่ยว เคียงคู่มากับกลิ่นหอมของใบยี่หร่าและพริกไทยอ่อน ท้องนิ่งๆ ของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชน ถึงกับส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาเบาๆ อย่างเสียมารยาท ศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติเขาไม่ใช่คนมักมากในเรื่องกิน อาหารในค่ายทหารรสชาติอย่างไรเขาก็กลืนลงท้องได้หมดโดยไม่เคยบ่น แต่กลิ่นที่ลอยมาแตะจมูกในเวลานี้กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวอย่างประหลาด มันทั้งยั่วยวน ดุดัน และอบอุ่นในคราเดียวกัน "ผู้กองครับ กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมชะมัด... เดินตามกลิ่นมานี่สิครับท่าน" หมวดวิชัย ลูกน้องคนสนิททำจมูกฟุดฟิด เดินเข้ามาสมทบพร้อมทำหน้าเคลิบเคลิ้ม "เหมือนกลิ่นแกงป่าเนื้อ หรือไม่ก็ผัดเผ็ดอะไรสักอย่าง หอมจนผมแทบจะลอยได้แล้วเนี่ย" ศิลาไม่ตอบคำถาม แต่ขายาวๆ กลับก้าวไปตามทิศทางของกลิ่นหอมนั้นโดยอัตโนมัติ ยิ่งเดินเข้าใกล้ตรอกแคบๆ กลิ่นหอมยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือป้ายไม้เก่าๆ ที่เขียนด้วยลายมือตวัดสวยงามว่า "ร้านครัวคุณยาย" หน้าเตาถ่านมีหญิงสาวร่างระหงกำลังตักแกงเขียวหวานเนื้อน่องลายใส่ถ้วย ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของกะทิและโหระพาที่เตะเข้าจมูกเต็มแรง จนศิลาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รินรดารู้สึกถึงเงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาบังแสงแดด เธอเงยหน้าขึ้นจากหม้อแกง ปะทะเข้ากับนัยน์ตาสคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มในเครื่องแบบเต็มยศ ไหล่กว้างและท่าทางองอาจบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นคนมีอำนาจในพื้นที่นี้ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเธอกลับเป็นแววตาคู่นั้นที่กำลังมองหม้อแกงของเธอด้วยความรู้สึก... หิวโหย? รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ได้หลบตา กลับจ้องมองตอบด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฉาบความท้าทายไว้เบาๆ "มองนานขนาดนี้ สนใจจะชิมสักถ้วยไหมคะท่านผู้กอง? รับรองว่าเผ็ดร้อนถึงใจจนลืมทางกลับค่ายแน่นอนค่ะ" เสียงหวานใสเอ่ยเย้าแหย่ พรางตักแกงเขียวหวานราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย ส่งกลิ่นหอมฟุ้งยิ่งกว่าเดิม ศิลายืนนิ่งงัน หัวใจที่เคยด้านชาต่อสิ่งรอบตัวกลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ใช่เพราะความเผ็ดร้อนของแกงตรงหน้า... แต่เป็นรอยยิ้มร้ายกาจประกายตาดั่งลูกแมวป่าของแม่ค้าสาวคนนี้ต่างหาก ที่กำลังแผดเผาความนิ่งขรึมของเขาจนราบคาบ ทันใดนั้นเอง ลูกค้าคนแรกของร้านก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมควักเงินในกระเป๋าเสียงดัง "แม่ค้า! เอาแกงป่าหมูป่าถ้วยหนึ่ง! ได้กลิ่นมาสามซอยแล้วโว้ย ทนไม่ไหวแล้ว!" รินรดายิ้มกริ่ม เตรียมจะตักอาหารเสิร์ฟ แต่สายตาคมกริบของศิลากลับก้าวเข้ามาขวางหน้าโต๊ะอาหารเสียก่อน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นอย่างเผด็จการ "ร้านนี้... ฉันเหมาหมด!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%