กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 5

ศัตรูหัวใจในคราบลูกค้าขาประจำ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้ารสชาติมันจะจืดชืดไร้จิตวิญญาณขนาดนี้ เกรงว่าต่อให้เอาใบบัวมาห่อถมทับสิบชั้น ก็คงกลบเกลื่อนฝีมือที่ตกต่ำลงไม่ได้หรอกนะคะ คุณแม่บ้าน..." เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังแทรกขึ้นมากลางตลาดสด ยามที่แดดร่มลมตกกำลังดี ทำให้รินรดาที่กำลังงละมุนมือกับการตักพริกแกงเผ็ดสีแดงฉานใส่กระทงใบตอง ถึงกับชะงักมือ ใบหน้าเรียวสวยที่มักประดับด้วยรอยยิ้มการค้า หันขวับไปมองต้นเสียงทันทีด้วยแววตาวาววับ ป้าบัวตอง หรือที่ชาวบ้านในตลาดเรียกกันลับหลังว่า ‘แม่ยายร้อยเล่ห์’ ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่หน้าร้านของเธอ สองแม่ลูกตระกูลนี้จ้องจะหาเรื่องร้าน “ครัวคุณยาย” มาตั้งแต่เปิดขายวันแรกแล้ว วันนี้คงเห็นว่าลูกค้ายืนต่อแถวยาวเหยียดจนล้นหน้าร้าน เลยทนความริษยาไม่ไหว ต้องเดินเข้ามาหาเรื่องเพื่อกู้หน้าให้ตัวเองเสียหน่อย รินรดายกมุมปากขึ้นนิด ๆ ส่งยิ้มหวานหยดแบบที่เรียกว่า ‘ยิ้มฆ่าคนไม่ให้เลือดตกยางออก’ ให้แม่ค้าปากมอมผู้นั้น ก่อนจะวางทัพพีไม้ไผ่ลงกระทบขอบกระทะเสียงดัง *ก๊อก* เรียกความสนใจจากชาวบ้านที่กำลังมุงดูได้เป็นอย่างดี "อ้าว! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณป้าบัวตองนี่เองนะคะ ขอบพระคุณที่เป็นห่วงเรื่องรสชาตินะคะ แต่พอดีว่าลูกค้าแถวนี้เขาลิ้นถึงกันหมดแล้วค่ะ ใครชอบกินของสดใหม่ไร้สารพิษ เขาก็อุดหนุนดิฉันจนของหมดเกลี้ยงทุกวัน แต่ถ้าใครชอบกินของค้างปีแถมยังเจือความอิจฉาริษยาเป็นเครื่องปรุงหลัก เกรงว่าต่อให้แม่ค้ามือทองอย่างดิฉันเอาตำรับชาววังแท้ ๆ มาทำให้กิน ก็คงกลืนไม่ลงติดคอหอยตายพอดีค่ะ!" เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ชาวบ้านแอบอมยิ้มและซุบซิบกันเบา ๆ ด้วยความสะใจ เพราะไม่มีใครในตลาดแห่งนี้ที่ไม่รู้ฤทธิ์เดชความปากร้ายของป้าบัวตอง แต่พอมารus-to-us กับแม่ค้ารายใหม่หน้าหวานอย่างรินรดาเข้า ป้าบัวตองถึงกับหน้าดำคร่ำเครียดจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ายใบตองแก่ "นัง... นังนี่! แกกล้าดียังไงมาว่าฉันปากไม่ดี!" ป้าบัวตองชี้หน้าตบะแตก ก้าวเท้าจะเข้ามาเอาเรื่อง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นนั้นจะเฉียดชายเสื้อของรินรดา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามของนายทหารหนุ่มผู้ดูแลพื้นที่ก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้เสียก่อน ความเงียบงันและบรรยากาศกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวของร้อยเอกศิลาในทันที จนป้าบัวตองต้องชะงักฝีเท้าถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ศิลาไม่ได้เอ่ยคำขู่ใด ๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาเพียงแค่กวาดมองไปที่ป้าบัวตองด้วยแววตานิ่งเรียบทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสูงวัยผู้มากเล่ห์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ตลาดนี้... เขาขายของกันด้วยความซื่อสัตย์และฝีมือ ถ้าใครว่างมากไม่มีอะไรทำ จะไปช่วยกวาดลานวัดหรือหาอะไรทำที่มีประโยชน์มากกว่ามารังรบกวนแม่ค้าแถวนี้ ก็น่าจะดีต่อสุขภาพจิตของตัวเองมากกว่านะครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงอำนาจจนคนฟังต้องหนาวเยือกไปถึงสันหลัง รินรดาแอบชำเลืองมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมบังฝนให้เธออย่างไม่คาดคิด หัวใจดวงน้อยที่ปกติแข็งแกร่งและสู้คนมาตลอด กลับกระตุกวูบไหวอย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาในอกจนต้องรีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มเขินอายที่เผลอผุดขึ้นมาบนใบหน้า "ผู้กองศิลา! นี่คุณเข้าข้างมันเหรอ!" ป้าบัวตองกรีดเสียงแหลมด้วยความแค้นเคือง "ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมแค่พูดความจริงตามที่ตาเห็น เชิญครับ... ลูกค้าร้านนี้เขารอต่อคิวซื้อกับข้าวอยู่ อย่ามาขวางทางทำมาหากินของชาวบ้านเขาเลย" ศิลาตอบกลับเสียงเรียบ พร้อมกับผายมือเชิญกลาย ๆ จนป้าบัวตองต้องสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นใจ ลากสังขารเดินหนีหายไปท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้าน เมื่อปัญหาเฉพาะหน้าผ่านพ้นไป บรรยากาศหน้าร้าน “ครัวคุณยาย” ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง รินรดารีบหันมาจัดการตักแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายยักษ์ใส่ถุงให้ลูกค้าคนต่อไปอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมฟุ้งของกะทิคั้นสดผสมผสานกับพริกแกงตำมือและใบโหระพาที่เด็ดสด ๆ จากสวนหลังบ้าน ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นต่อมน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปมาจนต้องยอมมาต่อแถวกันยาวเหยียด ศิลายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ยอมขยับไปไหน ดวงตาคมกริบมองดูท่าทางการทำงานที่กระฉับกระเฉงและรอยยิ้มจริงใจที่รินรดามอบให้กับลูกค้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย จนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายเดินถือถุงกับข้าวจากไป รินรดาจึงได้โอกาสหันมาหาชายหนุ่มที่ยืนรอเป็นยามเฝ้าประตูจำเป็น เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วเอ่ยขอบคุณ "ขอบคุณนะคะผู้กอง... ถ้าไม่ได้คุณมาช่วยตัดบทเมื่อกี้ ป่านนี้ฉันคงได้ตบกับยายแก่นั่นกลางตลาดจนเสียชื่อเสียงแม่ค้ามือทองหมดแน่ ๆ เลยค่ะ" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกยิ้มบาง ๆ ที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น "คุณเป็นแม่ค้าฝีมือดี ไม่ควรเอาเวลาไปต่อปากต่อคำกับคนแบบนั้นหว่านพืชเช่น 1 ย่อมได้ผลเช่นนั้น วันนี้... มีอะไรอร่อย ๆ เป็นรางวัลให้คนช่วยเคลียร์พื้นที่บ้างไหมล่ะครับ" รินรดายิ้มกว้าง ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที เธอเอี้ยวตัวหยิบหม้อดินเผาใบเล็กที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมารab กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศและสมุนไพรไทยพุ่งทะลักออกมาเตะจมูกทันทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออก "รู้หรอกค่ะว่าผู้กองต้องมาท̀iบวงสรวงความอร่อย... นี่เลยค่ะ 'ฉู่ฉี่เนื้อน่องลายกะทิสด' เนื้อวัวตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผัดคลุกเคล้ากับพริกแกงฉู่ฉี่เข้มข้น หอมใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดงยักษ์จากมิติลับของฉันเอง รับรองว่ากินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วจะลืมทางกลับค่ายทหารไปเลยล่ะค่ะ" ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยเข้าปะทะประสาทสัมผัส อาหารฝีมือของรินรดานับวันยิ่งมีอณูความอร่อยที่ทำลายลบความตั้งใจรักษามาดขรึมของเขาจนราบคาบ ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะตักฉู่ฉี่ร้อน ๆ ใส่ปิ่นโตให้เขานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่พร้อมกับเสียงเคาะปืนกระทบพื้นก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตลาด ร่างของนายทหารชั้นประทวนนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาศิลาด้วยสีหน้าซีดเผือด "ผู้กองครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายแดนแล้วครับ! มีกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบฝ่ายลักลอบข้ามแดนเข้ามา พร้อมกับ..." ศิลาหันขวับไปมองลูกน้องทันที แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในพริบตา เขารีบหันกลับมามองหน้ารินรดาที่ชะงักค้างทัพพีในมือ ใบหน้าสวยซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่สู้ดี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%