เสียงวางถ้วยกระเบื้องเคลือกลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดัง *'ก๊อก'* นั้น หนักหน่วงพอกับสายตาที่กวาดมองไปรอบร้านอาหารเล็กๆ ที่ตอนนี้แน่นขนัดจนแทบไม่มีที่เดิน
"คุณย่าใหญ่! คุณแม่... พวกคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?!"
รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สองแม่ลูกตระกูลใหญ่ผู้เคยเชิดหน้าชูตาในสังคมเมืองหลวง บัดนี้กลับมานั่งอยู่บนม้าไม้ตัวเตี้ยในร้านอาหารชายแดนของเธอ เนื้อตัวแม้จะยังสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง แต่สภาพกลับดูอิดโรยและมอมแมมจากฝุ่นแดงของถนนลูกรังราวกับคนหลงทาง
คุณหญิงเพ็ญแข แม่สามีเก่าของเธอที่เคยเชิดใส่หน้าเธอทุกครั้งที่เจอ สะดุ้งเฮือก รีบใช้พัดสอดมือถือไล่ความร้อนบนใบหน้า เหงื่อเม็ดโปรดผุดพรายจนเครื่องสำอางราคาแพงเริ่มเป็นคราบ แต่ทว่า... ทันทีที่กลิ่นหอมหววนของบางสิ่งลอยเตะจมูก ปากที่เคยอ้าจะต่อว่าก็พลنหุบฉับ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"ยายริน... นี่เธอกล้าให้ฉันกับคุณแม่นั่งโต๊ะกระบะแบบนี้หรือไงยะ!" คุณย่าใหญ่ส่งเสียงแหลมสูงพยายามกู้ศักดิ์ศรี แต่ท้องเจ้ากรรมกลับส่งเสียงร้อง *'โครกคราก'* ออกมาอย่างดังจนคนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ร่างบางในผ้ากันเปื้อนสีสะอาดกอดอกมองสองแม่ลูกด้วยแววตานิ่งสงบ ทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมอันทรงพลังก็ระเบิดขึ้นจากเตาถังน้ำมันดัดแปลงด้านหลังร้าน กลิ่นกระเทียมเจียวใหม่ๆ หอมกรุ่นคลุกเคล้ากับน้ำปลาดี กุ้งแห้งตัวโต และพริกขี้หนูสวนตำหยาบที่ถูกผัดจนหอมทะลัก
"ร้อยเอกศิลา! เอาอะไรมาให้พวกฉันกินเนี่ย ฉันเป็นถึง..." คุณหญิงเพ็ญแขหันไปโวยวายใส่ร่างสูงใหญ่ของสามีปัจจุบันของรินรดา ที่เพิ่งเดินยกถาดอาหารจานยักษ์ออกมาจากห้องครัว
ศิลาในชุดทหารพรานพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมชายชาตรี ปรายตามองผู้มาเยือนด้วยแววตานิ่งสนิท คล้ายก้อนหินริมผาที่ไม่สะเทือนต่อลมพายุ "ที่นี่ไม่มีคุณนายหรือท่านผู้หญิงครับ มีแต่ลูกค้า... และถ้าหิว ก็ต้องรอคิวเหมือนชาวบ้านเขา"
คำพูดซื่อตรงแต่นิ่งสนิทของศิลากลบเสียงโวยวายของคุณหญิงเพ็ญแขจนสนิท นัยน์ตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเหลือบมองภรรยาตัวน้อยแวบหนึ่ง เป็นสายตาที่สื่อความนัยว่า *'ปล่อยให้จัดการเองนะที่รัก'* รินรดายิ้มรับมุมปาก เธอรู้ดีว่าในมิติคลังวัตถุดิบวิเศษของเธอนั้น มีของเด็ดที่ต่อให้เศรษฐีพันล้านจากเมืองกรุงก็หาซื้อไม่ได้อยู่
"อยากกินเหรอคะ?" รินรดาเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "อาหารที่นี่ไม่ได้ขายด้วยชื่อเสียงตระกูลเก่าแก่... แต่ขายด้วยฝีมือ และถ้าพวกคุณไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารจานนี้ล่ะก็... หน้าต่างร้านด้านโน้นยังมีแปลงผักสวนครัวที่กำลังรอคนพรวนดินอยู่นะคะ"
คุณย่าใหญ่หน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เธอยกนิ้วสั่นเทาชี้หน้าอดีตหลานสะใภ้ "นัง... นังเด็กสามหาว! แกกล้าใช้ฉันไปพรวนดินเรอะ!"
แต่ทว่า รินรดาหาได้สนใจไม่ เธอกลับหันไปตักอาหารจานเด็ดที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ลงจานใบตองรองด้วยกระดาษซับมันอย่างประณีต
*‘ผัดไทยกุ้งสดห่อไข่ตาดำ’* เส้นจันทน์เหนียวนุ่มคลุกเคล้าซอสสูตรลับที่เคี่ยวจากน้ำมะขามเปียกแท้และน้ำตาลปี๊บอัมพวา ห่อด้วยไข่เจียวฝอยบางเฉียบราดด้วยมันกุ้งเยิ้มๆ สีส้มทอง ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ รัศมีของความอร่อยแผ่ซ่านจนลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลาย
ในพริบตานั้นเอง เสียงฮือฮาจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ยืนรอคิวอยู่หน้าร้านก็ดังขึ้น เมื่อรถกระบะติดป้ายโลโก้รายการท่องเที่ยวชื่อดังชะลอจอดหน้าร้าน ทีมงานกองถ่ายนับสชีวิตก้าวลงมาจากรถพร้อมกล้องโปรตัวใหญ่
"นี่แหละครับ ร้านลับกลางหุบเขาที่เขาลือกันว่าอร่อยจนต้องยอมขับรถข้ามจังหวัดมา!" พิธีกรหนุ่มชื่อดังเอ่ยขึ้นเสียงดังลั่นขณะก้าวเข้าร้าน กล้องตัวใหญ่หันตรงมาที่จานผัดไทยควันฉุยในมือรินรดาพอดี
รินรดายิ้มรับกล้องอย่างมั่นใจ เธอใช้ทักษะความฉลาดและเสน่ห์ปลายจวกที่ฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ตักเส้นผัดไทยคำโตขึ้นเป่าเบาๆ ให้ควันสีขาวลอยกรุ่น ก่อนจะส่งเข้าปากให้พิธีกรได้ชิมสดๆ หน้าจอ
"อื้อหือ! เส้นหนุบหนับ รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมลงตัวแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลยครับคุณผู้ชม! และนี่... กุ้งสดเด้งสู้ฟัน เหมือนเพิ่งกระโดดขึ้นมาจากแม่น้ำเมื่อกี้เลย!" พิธีกรทำท่าเคลิบเคลิ้มจนคนดูทางบ้านและคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลายตาม
ยอดขายในพริบตานั้นพุ่งทะยานจนเครื่องคิดเงินของร้านแทบไหม้ ลูกค้าแห่กันเข้ามาต่อคิวจนล้นออกไปนอกถนน ศิลาต้องคอยเดินจัดระเบียบคิวด้วยใบหน้าถมึงทึงแต่นัยน์ตากลับเป็นประกายพึงพอใจเมื่อเห็นภรรยาคนเก่งกวาดเงินเข้ากระเป๋าไม่หยุด
ส่วนคุณย่าใหญ่และคุณแม่ที่นั่งหัวโด่กลางร้าน กลืนน้ำลายลงคอเป็นรอบที่สิบด้วยความหิวโหยและอับอาย อาหารจานหรูตรงหน้าโต๊ะอื่นส่งกลิ่นทรมานใจเหลือเกิน รินรดาหันกลับมามองพวกเธออีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงแววตาท้าทาย
"ว่ายังไงคะคุณย่า... จะสั่งผัดไทยสักจาน หรือจะหยิบจอบไปแปลงผักดีคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฉ่าของกระทะและกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ลอยอบอวลไปทั่วขุนเขา รินรดายืนกอดอกรอคำตอบอย่างใจเย็น
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างเงาสูงโปรดของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ก้าวพรวดพรากเข้ามาในร้าน ใบหน้าของเขาซีกหนึ่งถูกบังด้วยปีกหมวกแก๊ปสีดำสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่รินรดาโดยไม่กะพริบ ก่อนที่เขาจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
"ผมไม่ได้มาเพื่อกินอาหาร... แต่ผมมาทòiหา 'สูตรลับก้นครัว' ที่คุณยายของคุณเคยทิ้งไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน"
รินรดาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเหลือบเห็นตราประทับลับบนซองเอกสารนั้น... ตราประทับเดียวกับรอยสักปริศนาที่เธอเคยพบบนไหล่ของศิลาในคืนก่อน!
ครัวคุณยายขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเอาใจช่วยรินรดามาจนถึงตอนนี้ค่ะ
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 11
เมนูเด็ดมัดใจคนทั้งหมู่บ้าน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!