กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 10

ยามหนุ่มหน้านิ่งยอมเสียสละ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าก้าวออกไปตอนนี้ รองเท้าหนังคู่เก่งของกองร้อยคงได้กลายเป็นโคลนตมถมที่นา แต่ถ้าปล่อยให้คุณดื้อดึงไปคนเดียว เมนู 'แกงป่าปลาช่อนใส่ยอดมะขามอ่อน' มื้อเย็นนี้คงได้กลายเป็นแกงวิญญาณปลาเพราะวัตถุดิบไม่ครบสูตรแน่ค่ะคุณริน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความระอากึ่งเอ็นดูดังขึ้น ท่ามกลางเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาใส่หลังคาสังกะสีของครัวหลังบ้านจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจ รินรดาชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว หันขวับไปมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเนื้อหนา ร้อยเอกศิลายืนกอดอกพิงวงกบประตู ดวงตาคมกริบมองสำรวจสำรับวัตถุดิบที่วางเรียงรายบนโต๊ะไม้ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ใครว่าฉันจะดื้อดึงล่ะคะคุณศิลา ผักป่าหลังบ้านตั้งแต่มุมกอข่าไปจนถึงริมลำธาร ฉันจำได้แม่นทุกต้นค่ะ ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่านผู้กองรูปงามให้เปียกปอนเล่นหรอกนะ..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววทิฐิอย่างคนที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร แม้ว่าภายนอกเธอจะดูบอบบางราวกับคุณหนูในหอคอย แต่เนื้อแท้แล้ว เชฟสาวมือทองผู้มีมิติคลังวัตถุดิบวิเศษอยู่ในกำมือคนนี้ ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับภัตตาคารมาโชกโชน ย่อมไม่ยอมให้ฝนฟ้าแค่ไม่กี่เม็ดมาขัดขวางฝีมือการทำอาหารของเธอเด็ดขาด "จำแม่นเหรอคะ? งั้นช่วยตอบฉันหน่อยว่า 'ผักอีตู่' กับ 'ผักติ้ว' ที่คุณตั้งใจจะเด็ดมาดับคาวปลาในตู้เย็น ตอนนี้มันถูกน้ำฝนชะจนจมโคลนหรือยัง?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์ครัว กลิ่นอายความเป็นบุรุษเพศผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมของเครื่องแกงที่โขลกไว้ตั้งแต่บ่าย รินรดากัดริมฝีปากอย่างขัดใจ ตาคมกริบคู่นั้นช่างรู้ทันเธอนัก เธอกำลังจะออกไปเก็บยอดมะขามอ่อนและใบยี่หร่าสดๆ จากต้นหลังบ้านมาเพิ่มความร้อนแรงให้กับแกงป่าชามนี้เพื่อเอาใจนายทหารหนุ่มผู้ติดใจรสชาติอาหารฝีมือเธอโดยเฉพาะ แต่บรรยากาศภายนอกตอนนี้ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจนว่ามันคือพายุฤดูร้อนขนาดย่อมๆ ที่พร้อมจะพัดพาเอาทุกอย่างปลิวหายไปในพริบตา "ถ้าคุณออกไป... คุณจะไม่ได้แค่เปียกฝนนะคะริน แต่คุณอาจจะไข้ขึ้นจนไม่ได้ทำอาหารให้ใครกินไปอีกหลายวัน" ศิลาถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวผ้าหนาของเขาออกอย่างไร้ความลังเล แล้วคลุมมันลงบนไหล่บางของหญิงสาวทันที ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของชายหนุ่มที่แฝงมากับเนื้อผ้าทำให้รินรดาถึงกับใจกระตุกวูบ กลิ่นสะอาดๆ ของสบู่และแดดอ่อนๆ ที่ติดอยู่บนเสื้อทหารตัวนั้นทำเอาเธอลืมคำเถียงที่จะเอ่ยออกไปเสียสนิท "คุณศิลา..." "ยืนรออยู่ตรงนี้ ห้ามดื้อเด็ดขาด" ศิลาเอ่ยเสียงเข้ม แต่น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีแววบังคับขู่เข็ญเหมือนยามออกคำสั่งในค่ายทหาร มีเพียงความห่วงใยที่ล้นปรี่จนคนฟังต้องเมินหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ระบายขึ้นบนพวงแก้ม ว่าแล้ว รายรักษ์แห่งค่ายชายแดนก็คว้าหมวกกันฝนสีเขียวขี้ม้ามาสวมลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงออกไปทางสวนหลังบ้านทันที แผ่นหลังกว้างที่เคยใช้กำบังกระสุนและปกป้องชาวบ้าน บัดนี้กำลังเดินลุยโคลนเพื่อไปเด็ดผักป่าแลกกับรอยยิ้มและความพึงพอใจในมื้ออาหารของเชฟสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่ง รินรดายืนมองผ่านม่านฝนด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมให้ผู้ชายมาทำดีฝ่ายเดียวโดยไม่ตอบแทน มิติลับในห้วงจิตสำนึกของเธอสั่นไหวเบาๆ เธอนึกถึง 'โสมอลาสก้าสกัดเย็น' และ 'สมุนไพรบำรุงกำลังชั้นยอด' ที่ซ่อนอยู่ในช่องเก็บของวิเศษ หากศิลากลับเข้ามาในสภาพตัวเปียกปอนและหนาวสั่น เธอจะจัดการต้มน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อมตุ๋นยาจีนใส่ขิงแก่จัดๆ ให้เขาซดแก้หนาวทันทีเพื่อเป็นการเอาคืนความหวังดีของเขาในรูปแบบของความอร่อยที่จะทำให้เขาไม่มีวันลืม ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่ยาวนานราวกับส ชั่วโมง ศิลาก็กลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง สภาพของนายทหารหนุ่มตอนนี้เรียกได้ว่าเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า หยาดน้ำฝนเกาะพราวอยู่ตามไรผมและขนตาหนา เสื้อผ้าแนบไปกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ทว่าในมือหนานั้น กลับชูถุงพลาสติกที่ห่อหุ้มยอดมะขามอ่อน ใบยี่หร่า และผักอีตู่สดๆ สีเขียวขจีไว้อย่างทะนุถนอมราวกับมันคือทองคำแท่ง "ได้มาครบทุกใบค่ะ... แม่ครัวเอก" ศิลายิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน แม้มนุษย์น้ำแข็งแห่งค่ายทหารจะเปียกปอนไปทั้งตัว แต่แววตาที่มองตรงมายังรินรดากลับเปล่งประกายความสุขอย่างปิดไม่มิด รินรดาร1ใจกระตุกวาบ เธอยื่นผ้าขนหนูแห้งสะอาดที่เตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว "คุณนี่มัน... บ้าจริงๆ เลยนะคะ! บอกให้นั่งรอดีๆ ทำไมต้องทำตัวเป็นฮีโร่ลุยฝนเพื่อผักไม่กี่กำมือด้วยเล่า!" ปากก็เอ็ดอึงด้วยความโมโหปนเอ็นดู มือเรียวก็ช่วยซับหยดน้ำตามใบหน้าคมคายและเส้นผมเปียกชื้นของชายหนุ่มอย่างเบามือ โดยที่ลืมตัวไปสนิทว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้ชิดกันจนแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน ศิลานิ่งงัน ปล่อยให้มือเรียวเล็กนุ่มนิ่มนั้นเช็ดหน้าเช็ดตาให้ตามอำเภอใจ ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับบ่นอุบอิบไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่หิวกระหายยิ่งกว่าตอนไม่ได้กินข้าวมาสามวัน "ก็เพราะว่า... อาหารฝีมือคุณรินมันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงทุกอย่างไม่ใช่เหรอครับ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหูท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดสาด รินรดารู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนยืนถือตะหลิวหน้าเตาไฟ บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความหวานชื่นที่อบอุ่นและเป็นกันเอง จนกระทั่งกลิ่นหอมฉุนของพริกแกงเผ็ดที่รินรดาตำเองกับมือเริ่มส่งกลิ่นเตะจมูก เรียกสติของเชฟสาวให้กลับคืนมา รินรดารีบผลักอกแกร่งเบาๆ แล้วหันไปจัดการกับวัตถุดิบในมือด้วยความรวดเร็ว "ถ้าอย่างนั้น... วันนี้ฉันจะแสดงฝีมือ 'แกงป่าปลาช่อนยอดมะขามอ่อน' สูตรลับเฉพาะของครัวคุณยายให้คุณทานจนลืมตระกูลฝั่งโน้นไปเลยค่ะ!" รินรดาประกาศเสียงใส เธอนำยอดมะขามอ่อนที่ศิลายอมเสี่ยงตายไปเก็บมาลงล้างน้ำอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะโยนลงหม้อแกงป่าที่เดือดพล่าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องแกงสมุนไพรไทยแท้ๆ คลุกเคล้ากับกลิ่นหอมของใบยี่หร่าและกระชายซอยที่โขลกจนละเอียดเข้ากันอย่างลงตัว กลิ่นหอมยวนใจของแกงป่าร้อนๆ ลอยฟุ้งทะลุกรอบหน้าต่างออกไปปะทะสายลมฝน จนกระทั่งมันลอยไปเตะจมูกของใครบางคนเข้า... ก๊อกๆๆ! เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังขึ้นรัวๆ ขัดจังหวะความสุขสงบในยามเย็น รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะบุกฝ่าพายุฝนมาหาเธอถึงเรือนพักหลังนี้ในยามวิกาลเช่นนี้? ศิลาหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง เขาวางผ้าขนหนูลงแล้วก้าวเดินไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีนึงขรึม เมื่อบานประตูไม้เปิดออก ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราเปียกปอนแต่ยังคงไว้ซึ่งท่าทีเย่อหยิ่งก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงหอบหายใจและคำพูดที่ทำให้รินรดาต้องชะงักมือที่กำลังตักแกงใส่ชาม "คุณย่าใหญ่! คุณแม่... พวกคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความอบอุ่นและกลิ่นหอมของเครื่องเทศใน "ครัวคุณยาย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%