"ถ้าคิดจะใช้ ‘กลิ่น’ เพื่อสืบสาวราวเรื่องมาถึงหน้าประตูบ้านฉัน ก็ต้องดูว่าพวกมันมีปอดที่สะอาดพอจะรับความจริงไหวหรือเปล่า"
ไป๋หลินพึมพำกับตัวเองขณะวางขวดแก้วสีชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ เสียงกระทบเบาๆ ของแก้วกับเนื้อไม้ดังก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องครัว ยามนี้ดวงตาคู่คมกริบของเธอไม่ได้ทอประกายความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเปล่งประกายความท้าทายที่เฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา ปมปริศนาจากเบื้องบนที่เริ่มส่งกลิ่นอายคุกคามเข้ามาใกล้ ไม่ได้ทำให้เธอกลัวจนหัวหด แต่กลับกระตุ้นสัญชาตญาณนักปรุงกลิ่นผู้เคยผ่านสมรภูมิการแข่งขันอันดุเดือดในภพก่อนให้ตื่นตัวเต็มพิกัด
ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมซ่อนหาทางกลิ่น เธอก็พร้อมจะเนรมิตให้บ้านหลังน้อยนี้กลายเป็นค่ายกลที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่สกัดกั้นทุกย่างก้าวของผู้ไม่หวังดี
ประตูไม้สนที่ปิดสนิทถูกผลักเปิดออกเบาๆ กลิ่นอายความชื้นของดินหลังฝนและกลิ่นเหงื่อจางๆ ของแรงกายชายหนุ่มลอยเข้ามาแตะจมูก ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชือกสีเขียวเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนแน่นตึงจะก้าวเข้ามา กู้เฉินไม่ได้เอ่ยคำทักทายใดๆ ทันที ดวงตาคมเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัยตามสัญชาตญาณ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของภรรยา
"ข้างนอกลมแรงขึ้นแล้ว คุณควรนั่งห่างจากหน้าต่างบานนั้นสักนิด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนคนฟังหัวใจกระตุก
ไป๋หลินเงยหน้าขึ้นจากตำรับสมุนไพรในมือ มุมปากยกยิ้มบางเบa "ฉันไม่ใช่เด็กสาวชาวไร่ไร้เดียงสาที่ต้องให้คุณคอยกางปีกปกป้องทุกฝีก้าวเสียหน่อยนะคะ กู้เฉิน... อีกอย่าง ฉันกำลังคิดเรื่องการต่อเติมห้องเก็บของที่เราคุยกันเมื่อวานต่างหาก"
กู้เฉินสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ วางเครื่องมือช่างและเลื่อยไม้พาดไว้กับมุมห้อง เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาหยาบกร้านจากการทำงานหนักยื่นขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มของเธอออกอย่างเบามือ ราวกับเธอบอบบางยิ่งกว่าเครื่องแก้วเจียระไน
"ผมจัดการเรื่องไม้สนภูเขาและอิฐดินเผาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะย้ายมาช่วยงานคุณที่นี่เต็มตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกเหลือบไรในหมู่บ้านหรือใครก็ตามที่คิดจะมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องสูตรลับของคุณ เพราะตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้... ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเหยียบเข้ามาทำลายความสงบสุขของคุณได้เด็ดขาด"
น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา การตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่เต็มตัวของกู้เฉินไม่เพียงแต่เป็นการประกาศตัวเป็นโล่ห์มนุษย์คอยกำบังลมฝนให้เธอ แต่ยังเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งคำหวานเลี่ยน ทว่ากลับทรงพลังจนหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของไป๋หลินสั่นไหวอย่างรุนแรง
นี่คือสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ และไม่เคยเอ่ยคำว่าเหนื่อยยากเลยสักครั้ง
"เต็มตัวเหรอคะ?" ไป๋หลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตารื่นเริงพาดผ่านนัยน์ตาคู่สวย "หมายความว่าคุณจะทิ้งงานซ่อมบำรุงในตัวอำเภอมาเป็นเบ๊ส่วนตัวให้ฉันตลอดชีพเลยอย่างนั้นสิคะ นายวิศวกรใหญ่"
"ถ้าแลกกับการได้อยู่ใกล้คุณ ได้กลิ่นหอมๆ จากตัวคุณทุกวัน และได้ปกป้องคุณจากพวกสุนัขลอบกัด... งานในอำเภอพวกนั้นก็ไม่มีค่าอะไรให้ผมต้องเสียดายเลยสักนิด" กู้เฉินตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ใต้มาดขรึม
ไป๋หลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความตึงเครียดจากปมปริศนาก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้นด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือหนาซึ่งกุมมือเธอไว้แน่น "ปากหวานขึ้นทุกวันนะคะ ระวังเถอะ... ฉันอาจจะใส่ยาเสน่ห์ลงไปในอาหารมื้อเที่ยงนี้จริงๆ เสียหรอก"
"ต่อให้คุณใส่ยาพิษฆ่าคน ผมก็ยินดีกลืนมันลงท้องโดยไม่ลังเลเลยครับ"
"พูดจาเหลวไหล!" ไป๋หลินค้อนให้วงใหญ่แต่ไม่จริงจังนัก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ในเมื่อคุณประกาศตัวว่าจะย้ายมาช่วยงานเต็มตัวแล้ว วันนี้เรามาเริ่มต้นโปรเจกต์ ‘ห้องเก็บกลิ่นลับ’ กันเถอะค่ะ ฉันต้องการห้องที่มีระบบระบายอากาศพิเศษ สามารถควบคุมความชื้นและอุณหภูมิได้ เพื่อใช้เก็บสมุนไพรหายากและหัวเชื้อน้ำหอมล็อตแรกที่จะส่งไปตลาดมืด"
กู้เฉินลุกขึ้นยืนตาม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "ไม่มีปัญหา เรื่องงานช่างไว้ใจผมได้เลย บ่ายนี้ผมจะเริ่มปรับหน้าดินทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นมุมอับสายตาจากพวกบ้านตระกูลเฉินพอดี รับรองว่าต่อให้พวกมันเอาตามาส่อง ก็จะเห็นแค่กำแพงดินธรรมดา ไม่ทางรู้เลยว่าข้างในคือห้องนิรภัยขนาดย่อม"
การลงมือสร้างห้องเก็บของใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ สมกับที่กู้เฉินเป็นวิศวกรผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้างยุคใหม่ ทว่าใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานได้อย่างกลมกลืน เสียงเลื่อยไม้ดังครืดคราดประสานกับเสียงตอกตะปูและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนสดที่ถูกไसจนเรียบเนียน บรรยากาศรอบบ้านตระกูลไป๋ในยามบ่ายเต็มไปด้วยพลังงานของการสร้างสรรค์และการเริ่มต้นใหม่
ไป๋หลินไม่ได้ยืนมองอยู่เฉยๆ หญิงสาวใช้มิติลับของตนเองในการคัดสรรสมุนไพรชั้นเลิศออกมาแปรรูป เธอนำเอาเมล็ดจันทน์เทศ ดอกอิม모rtelle ป่า และรากโสมอายุหลายปีมาสกัดน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ กลิ่นหอมละมุนล้ำลึกที่ผสานความหวานอุ่นและกลิ่นดินจางๆ ค่อยๆ ฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัว จนทำให้กู้เฉินที่กำลังแบกแผ่นไม้ยาวเดินผ่านถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
"กลิ่นนี้... หอมแปลกพิสดารแต่ชวนให้รู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก" กู้เฉินวางไม้ลง พิงกายกับขอบประตู มองดูภรรยาคนเก่งที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาหลอมสมุนไพรด้วยแววตาชื่นชมระคนหลงใหล
"นี่คือ ‘เกราะพรางกลิ่น’ ค่ะ" ไป๋หลินเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากหลอดแก้วทดลอง "ฉันผสมมันขึ้นมาเพื่อใช้ทาเคลือบผนังห้องเก็บของใหม่ และใช้เป็นหัวน้ำหอมตัวท็อปสำหรับล็อตแรกที่จะนำไปส่งให้เถ้าแก่หวังในตลาดมืด พรุ่งนี้ถ้าศัตรูเก่าของคุณหรือสายสืบจากเบื้องบนบังเอิญผ่านมาใกล้บ้านเรา พวกมันจะไม่ได้กลิ่นสมุนไพรมีค่าแม้แต่น้อย แต่จะได้กลิ่นดอกไม้ป่าเน่าๆ ที่ชวนให้เวียนหัวจนอยากจะอาเจียนแทน... นี่คือศิลปะแห่งการอำพรางด้วยกลิ่นที่เหนือชั้นกว่าการใช้ค่ายกลโบราณเสียอีกนะคะ"
กู้เฉินมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของภรรยาแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างเอ็นดู ภรรยาของเขานอกจากจะงดงามและฉลาดเฉลียวจนน่ากลัวแล้ว เธอยังมีความร้ายกาจที่พร้อมจะเอาคืนทุกคนที่คิดจะตอดเล็กตอดน้อยตระกูลของพวกเขาอย่างแสบสัน
งานก่อสร้างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ทอประกายงดงามราวกับถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันของจิตรกรเอก กลิ่นหอมของอาหารเย็นที่เคี่ยวตุ๋นอยู่ในหม้อดินบนเตาไฟเริ่มส่งกลิ่นเย้ายวนชวนให้ท้องร้อง
ไป๋หลินกำลังจัดเตรียมสำรับอาหารง่ายๆ แต่วัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อฉลองการย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอย่างเต็มตัวของกู้เฉิน ซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวส่งกลิ่นหอมกรุ่นเคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผัดผักป่าใส่ไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม และข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวชั้นดีในมิติพิเศษ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนโต๊ะไม้ตัวเก่า
กู้เฉินเดินล้างไม้ล้างมือเข้ามาในบ้าน ใบหน้าคมเข้มมีคราบฝุ่นไม้ติดอยู่เล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้เขายิ่งดูมีเสน่ห์ในแบบฉบับชายหนุ่มผู้พึ่งพิงได้ เขานั่งลงตรงข้ามกับไป๋หลิน ดวงตาสื่อความหมายลึกซึ้งขณะมองสำรับอาหารตรงหน้า
"เหนื่อยไหมคะ?" ไป๋หลินรินน้ำอุ่นใส่ถ้วยยื่นให้เขา
"ไม่เลยครับ" กู้เฉินรับถ้วยน้ำมาดื่ม ก่อนจะมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "การได้สร้างบ้านและใช้ชีวิตอยู่กับคุณ... มันคือความสุขที่สุดตั้งแต่ผมเกิดมาแล้ว"
บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มรสอาหารมื้อค่ำอันแสนอบอุ่นนั้นเอง...
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งทองเหลืองโบราณที่ไป๋หลินแขวนไว้ที่รั้วหน้าบ้านเพื่อเตือนภัยก็ดังขึ้นกังวานฝ่าความเงียบยามค่ำคืน!
ไม่ใช่เสียงลมพัดผ่าน และไม่ใช่เสียงของชาวบ้านทั่วไปที่มักจะตะโกนเรียกขานกันหรอก... เพราะจังหวะการสั่นของกระดิ่งนั้นหนักหน่วงและถี่กระชั้น ราวกับมีใครบางคนกำลังจงใจกระชากโซ่ล็อกประตูรั้วด้วยความเกรี้ยวกราด!
กู้เฉินชะงักมือที่กำลังจะคีบซี่โครงหมู ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีโดยไม่เอ่ยแม้แต่คำเดียว
ส่วนไป๋หลิน... เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวสวยถือตะเกียบมั่น ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น เมื่อสายตาของเธอมองลอดผ่านหน้าต่างกระจกออกไปในความมืดสลัว... เงาร่างของใครบางคนที่คุ้นเคยอย่างยิ่งกำลังยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ลอยมาตามสายลมยามค่ำคืน!
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... บททดสอบแรกของบ้านหลังใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว กดติดตามตอนต่อไปด่วนนะคะ รับรองว่าเดือดระอุสะใจแน่นอนค่ะ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 18
บ้านที่อบอุ่นขึ้นทุกวัน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!