"ข้ากล้าเอาหัวของสามีเป็นประกันได้เลยว่า แป้งข้าวเจ้าถุงนี้ไม่ได้งอกมาจากท้องฟ้าแน่ๆ หากไม่ใช่เพราะนังตัวดีไป๋หลินแอบยักยอกเสบียงส่วนรวมของคอมมูนไปทำกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้วมันจะมีปัญญาเอาวัตถุดิบชั้นดีแบบนี้ออกมาอวดอ้างได้หรือ!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของ 'ป้าสะใภ้ใหญ่' ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงประชุมประจำหมู่บ้าน แรงกระแทกจากฝ่ามือที่ฟาดลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งทำให้ถ้วยชามกระเบื้องสั่นระรัว สายตาทุกคู่ในห้องประชุมต่างพากันหันขวับมามองจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ไป๋หลินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประธานคณะกรรมการคอมมูน ปลายนิ้วเรียวสวยปัดเศษฝุ่นจางๆ บนปกเสื้อผ้าฝ้ายสีครามอย่างไม่รีบร้อน กลิ่นอายความเยือกเย็นและมั่นใจในตนเองแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหง จนผู้ใหญ่บ้านเฒ่าที่นั่งขมวดคิ้วอยู่หัวโต๊ะถึงกับต้องเหลือบมองด้วยความฉงน
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีพริบตาหลังคำทักทายของแขกผู้ทรงเกียรติจากตัวอำเภอ—ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย—ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ฉวยโอกาสจังหวะชุลมุนพุ่งเข้ามาฉีกหน้าเธอในที่สาธารณะทันที หวังจะใช้สายตาและความโลภของชาวบ้านกดดันให้เธอกลายเป็นโจรขโมยของหลวง
"ป้าใหญ่พูดจาระวังปากหน่อยนะคะ" ไป๋หลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจน กรีดแทงเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในห้องจนเสียงซุบซิบเงียบลงทันที "การกล่าวหาคนอื่นอย่างไร้หลักฐาน ในยุคสมัยที่พวกเรากำลังสร้างชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเช่นนี้ มันเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีและทำลายความสามัคคีในคอมมูนนะคะ"
"ใครใส่ร้ายแก!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด แผดเสียงแหลมลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ทุกคนในหมู่บ้านก็รู้ว่าครอบครัวแกยากจนข้นแค้นแค่ไหน แม้แต่ข้าวยังแทบไม่มีกรอกหม้อ แล้วแป้งข้าวเจ้าเนื้อละเอียดกับผงสมุนไพรหอมกรุ่นนี่มันคืออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่ของหลวงที่แกแอบขโมยมาจากโรงสีช่วงกะดึก!"
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ชาวบ้านหลายคนเริ่มพยักหน้าคล้อยตาม คำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่มีน้ำหนักในสายตาของคนที่อิจฉาความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในครอบครัวไป๋หลินระยะนี้ การที่ไป๋หลินสามารถนำสินค้าแปลกใหม่มาจัดแสดงได้ ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของคนจ้องจะเอาเปรียบอยู่แล้ว
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังเอียงไปทางฝั่งผู้กล่าวหา เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวเข้มของนายทหารปลดประจำการก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง
กู้เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองป้าสะใภ้ใหญ่ ร่างสูงสง่าเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยา ไหล่กว้างของเขาบังลมหนาวและสายตาคุกคามจากรอบด้านให้ไป๋หลินจนหมดสิ้น ไอสังหารจางๆ ที่สะสมมาจากการทำงานหนักในกองทัพถูกปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่ที่อ้างชื่อเขาเมื่อครู่ถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"หัวของผม... ไม่ได้มีไว้ให้ใครเอามาเดิมพันเล่นตามอำเภอใจหรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงอิทธิพลจนทั้งห้องเงียบกริบ กู้เฉินกวาดสายตาคมกริบมองรอบห้อง ก่อนจะหันมาประสานสายตากับผู้ใหญ่บ้าน "ท่านผู้ใหญ่ครับ ในเมื่อสะใภ้ใหญ่กล่าวหาว่าภรรยาผมยักยอกทรัพย์สินของคอมมูน เราควรเปิดโอกาสให้พิสูจน์ความจริงกันต่อหน้าท่านผู้ตรวจสอบจากอำเภอให้กระจ่างไปเลยดีกว่าไหมครับ"
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง "อืม... พูดมีเหตุผล เปิดเผยตรงไปตรงมาดีที่สุด ไป๋หลิน หลานมีอะไรจะแก้ข้อกล่าวหานี้หรือไม่?"
ไป๋หลินแย้มรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ อย่างประหลาด เธอก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว หยิบถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุวัตถุดิบขึ้นมาถือไว้ในมือ
"ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านและท่านผู้ตรวจสอบที่ให้ความเป็นธรรมค่ะ" ไป๋หลินกล่าวด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "ป้าใหญ่บอกว่าวัตถุดิบเหล่านี้มาจากโรงสีของคอมมูนใช่ไหมคะ? น่าเสียดายจริงๆ ที่ความโลภทำให้ป้าใหญ่หลงลืมรายละเอียดพื้นฐานทางบัญชีไปเสียสนิท"
"แก... แกหมายความว่ายังไง!" ป้าสะใภ้ใหญ่เริ่มมีอาการร้อนตัว เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม
"แป้งข้าวเจ้าที่คอมมูนผลิตและจัดสรร เป็นแป้งขัดหยาบเบอร์สามสำหรับทำอาหารสัตว์และเสบียงกร้านตามโควตา ซึ่งมีสีคล้ำและมีรำข้าวปนอยู่ถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์" ไป๋หลินร่ายยาวด้วยน้ำเสียงฉadฉาน ชัดถ้อยชัดคำ มือเรียวดึงเชือกมัดถุงผ้าออก เผยให้เห็นเนื้อแป้งสีขาวนวลละเอียดราวกำมะหยี่ "แต่แป้งในมือของดิฉัน... คือแป้งข้าวเจ้าคัดพิเศษพันธุ์ 'หิมะแรก' ที่ผ่านกระบวนการหมักบ่มด้วยยีสต์ธรรมชาติและคัดแยกด้วยตะแกรงร่อนหละเอียดเกรดส่งออก ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของสหกรณ์การเกษตรเมืองทางใต้ ไม่ใช่เสบียงของคอมมูนเราอย่างแน่นอนค่ะ!"
สิ้นเสียงของไป๋หลิน ทั่วทั้งห้องประชุมพลันตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
ผู้ตรวจสอบจากอำเภอรีบก้าวเข้ามาใกล้ หยิบเอาผงแป้งขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง "จริงด้วย! เนื้อแป้งละเอียดขนาดนี้ แม้แต่ในเมืองหลวงก็ยังหาได้ยาก นี่คือผลผลิตจากการทดลองแปรรูปเกษตรกรรมขั้นสูง... แม่สาวน้อย หนูได้มันมาอย่างไรในเมื่อที่นี่คือหมู่บ้านห่างไกล?"
ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"เรียนท่านผู้ตรวจสอบ" ไป๋หลินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "วัตถุดิบทั้งหมดนี้ ดิฉันแลกเปลี่ยนมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและการคิดค้นสูตร 'ผงปรุงกลิ่นสมุนไพร' เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่โรงงานแปรรูปอาหารในตัวอำเภอตามสัญญาซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบเสร็จและตราประทับรับรองจากสหกรณ์อำเภออย่างถูกต้องทุกประการค่ะ"
ซองกระดาษสีน้ำตาลที่มีตราประทับสีแดงสดถูกดึงออกมาจากอกเสื้อและวางลงบนโต๊ะไม้ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและผู้ตรวจสอบอย่างใจเย็น หลักฐานมัดแน่นไร้ช่องโหว่ ทำเอาคนที่ตั้งใจมาดิสเครดิตถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
ผู้ใหญ่บ้านตรวจดูเอกสารแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดีมาก! ไป๋หลินเป็นเด็กขยันทำมาหากิน สร้างชื่อเสียงให้หมู่บ้านด้วยซ้ำ ส่วนคนบางคนที่ชอบใส่ร้ายป้ายสี สร้างความแตกแยกในหมู่บ้าน..." เขาหันไปมองป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยสายตาตำหนิ "สมควรถูกปรับให้ไปทำงานหนักในแปลงนาขั้นบันไดเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อจะได้มีเวลาคิดทบทวนคำพูดของตัวเอง!"
เสียงเฮโลเห็นด้วยดังขึ้นจากชาวบ้านรอบข้าง ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องโวยวายด้วยความไม่ยินยอม แต่ถูกเจ้าหน้าที่คอมมูนเข้ามาหิ้วปีกออกไปจากห้องประชุมทันทีท่ามกลางความสมเพชของทุกคน
เหตุการณ์สงบลงอย่างรวดเร็วด้วยมันสมองอันเฉียบ 100% ของไป๋หลิน และแรงสนับสนุนที่หนักแน่นดั่งขุนเขาของกู้เฉิน
ทว่า ในจังหวะที่ผู้คนกำลังทยอยเดินออกจากห้องประชุม ผู้ตรวจสอบวัยกลางคนคนเดิมก็เดินตรงเข้ามาหากลุ่มของไป๋หลินอีกครั้ง แววตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนใจอย่างยิ่งยวด
"แม่สาวน้อย... นอกจากการปรุงกลิ่นและแปรรูปแป้งแล้ว เจ้ายังมีความสามารถพิเศษอะไรซ่อนอยู่อีกหรือเปล่า? พอดีทางเบื้องบนกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ต้นแบบชิ้นใหม่สำหรับงานมหกรรมสินค้าเกษตรประจำมณฑลในอีกสามวันข้างหน้า..."
ไป๋หลินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า
กู้เฉินที่ยืนโอบไหล่ภรรยาอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำให้หัวใจสั่นไหว "ไม่ว่าภรรยาจะตัดสินใจทำอะไร ผมคนนี้ก็จะอยู่ข้างหลัง คอยหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลกใบนี้มาให้เธอเสมอ..."
ทว่า ก่อนที่ไป๋หลินจะได้เอ่ยปากตอบรับข้อเสนอสุดพิเศษนั้น จู่ๆ ประตูไม้บานใหญ่ของห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างอรชรในชุดโค้ทขนสัตว์ราคาแพงที่ดูแปลกแยกจากผู้คนในชนบทก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังไป๋หลินโดยเฉพาะ
"บังเอิญจริงๆ นะคะ... พี่สะใภ้รอง ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคนที่หนีออกจากตระกูลไปซ่อนตัวอยู่ที่นี่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาดื่มด่ำความฟินและร่วมลุ้นไปกับความฉลาดของน้องหลินในตอนนี้นะคะ ไป๋เป่าเปาของแม่ขอตัวไปเตรียมตบหน้าตัวละครน่ารำคาญคนใหม่ในตอนหน้าก่อนนะคะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 6
ปะทะครั้งแรกในที่ประชุมคอมมูน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!