"บังเอิญจริงๆ นะคะ... พี่สะใภ้รอง ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคนที่หนีออกจากตระกูลไปซ่อนตัวอยู่ที่นี่"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเย้ยหยันดังแว่วเข้ามาในพื้นที่ครัวหลังบ้านของไป๋หลิน ทำลายบรรยากาศเงียบสงบยามเย็นลงอย่างสิ้นเชิง ไป๋หลินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ตะหลิวไม้คนน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับรากบัวในหม้อดินเผาอย่างใจเย็น กลิ่นหอมหวานละมุนของรากบัวผสานกับความมันกลมกล่อมของกระดูกหมูโชยฟุ้งไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นอายความน่ารังเกียจของแขกไม่เชิญที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านของเธอเสียมิด
สะใภ้รองตระกูลเฉิน หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า 'ป้าสะใภ้จอมเขมือบ' ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงประตูรั้วไม้ไผ่ที่ถูกผลักจนเปิดกว้าง สายตากวาดมองสำรวจรอบบ้านเรือนหลังเล็กที่ตอนนี้ดูสะอาดสะอ้านและมีร่องรอยการซ่อมแซมอย่างดี ดวงตาคู่เล็กหรี่ลงด้วยความริษยาและดูแคลน เมื่อเห็นไหตุนอาหารและควันไฟที่ลอยกรุ่นจากเตา
"แหม อยู่ดีกินดีเสียจริงนะ ไป๋หลิน! ทิ้งภาระให้คนอื่นในตระกูลวุ่นวาย แต่ตัวเองกลับหนีมาเสวยสุขอยู่กับผู้ชายแปลกหน้า... แกนี่มันไร้ยางอายจริงๆ สมคำร่ำลือ!" สะใภ้รองพ่นคำพูดจิกกัดออกมาทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าบ้านเชื้อเชิญ นางก้าวเข้ามาหมายจะหยิบจับข้าวของบนโต๊ะเตรียมอาหารด้วยความถือวิสาสะ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วอวบอูมจะทันได้แตะถูกเข่งผักสด
*ฉับ!*
มีดอีโต้เล่มหนาถูกฟันลงบนเขียงไม้เนื้อแข็งตรงหน้าสะใภ้รองอย่างแม่นยำ ห่างจากนิ้วมือของนางเพียงไม่ถึงคืบ แรงกระแทกทำให้เขียงสั่นสะเทือนจนสะใภ้รองสะดุ้งโหย่งถอยหลังกรูด ใบหน้าอ้วนกลมซีดเผือดด้วยความตกใจ
ไป๋หลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีแต่ประกายความเยือกเย็น คมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งฝังลงบนเขียง รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับทำให้ผู้มองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
"เขตบ้านหลังนี้มีเจ้าของนะคะ พี่สะใภ้รอง การเดินเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแถมยังทำตัวเสียมารยาท... ในยุคสมัยนี้ เขาเรียกคนแบบนี้ว่า 'บุกรุก' ค่ะ อยากจะลองไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านเรื่องมารยาทพื้นฐานของพลเมืองสักรอบไหมคะ?"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมทุกถ้อยคำทำให้สะใภ้รองอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก นางถอยกรูดไปจนชิดขอบประตู ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นแต่ก็ไม่กล้าเอמה่อวาจาอะไรออกมาอีกเมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยจิตสังหารจางๆ ของหญิงสาวตรงหน้า
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็กเกตทำงานสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบ กลิ่นอายความเยือกเย็นและทรงอำนาจตามแบบฉบับวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลแผ่ซ่านออกมาทันทีที่เขาปรากฏตัว
กู้เฉินกวาดสายตาคมกริบมองสะใภ้รองเพียงแวบเดียวด้วยหางตา ราวกับมองก้อนกรวดไร้ค่าข้างทาง สายตาคู่นั้นทรงพลังเสียจนสะใภ้รองไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง นางรีบหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกไปจากรั้วบ้านราวกับเห็นผีสาง
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กู้เฉินไม่ได้เอ่ยปากถามถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาเพียงแค่เดินตรงเข้ามาใกล้ไป๋หลิน กลิ่นอายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของชายหนุ่มเจือปนกับกลิ่นดินกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการตักซุปใส่ชามเซรามิก สองมือหนายื่นเข้ามาช่วยยกหม้อใบย่อมออกจากเตาอย่างรู้งาน โดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปากขอร้อง
"มือเจ็บหรือเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ แต่แฝงความห่วงใยไว้อย่างเต็มเปี่ยม ดวงตาคมกอดกระชับมองสำรวจเรียวนิ้วเนียนของหญิงสาวอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ไป๋หลินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยอยู่เสมอ แต่ยามนี้กลับฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มคนนี้... ไม่เพียงแต่เป็นสามีในนามตามทะเบียนบ้าน แต่เขายังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างความโดดเดี่ยวในยุคสมัยที่โหดร้ายนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
"ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะ แค่จัดการกับคนน่ารำคาญนิดหน่อยเองค่ะ" ไป๋หลินตอบเสียงเบา พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อไว้ใต้แสงไฟสลัวจากเตาฟืน
"ผมไม่ชอบให้ใครมาทำ1ให้คุณต้องเหนื่อยใจ" กู้เฉินพูดเสียงทุ้มต่ำ เขาขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของหญิงสาวเกือบจะแนบชิดกับอกแกร่ง มือหนายื่นไปหยิบผ้าขนสะอาดมาซับเหงื่อที่ไรผมชื้นๆ ให้เธออย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกอันแข็งกระด้างทำเอาไป๋หลินแทบจะลืมวิธีหายใจ
บนโต๊ะไม้ตัวเก่าในเวลาต่อมา อาหารฝีมือไป๋หลินถูกจัดวางอย่างประณีต ซุปรากบัวกระดูกหมูตุ๋นจนเปื่อยนุ่มส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ปลาทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวานสีสันชวนน้ำลายสอ และผัดผักบุ้งไฟแดงกรอบอร่อย ทั้งหมดถูกจัดเตรียมไว้อย่างใส่ใจ
กู้เฉินนั่งลงฝั่งตรงข้าม แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของภรรยา เขาคีบชิ้นปลาเนื้อแน่นไร้ก้างส่วนที่ดีที่สุดใส่ลงในชามข้าวของไป๋หลินอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"พรุ่งนี้ ผมลาหยุดครึ่งวัน..."
ไป๋หลินชะงักตะเกียบในมือ เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความแปลกใจ "หืม? มีธุระอะไรหรือคะ?"
กู้เฉินสบตาเธอนิ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งถึงจะปรากฏให้เห็น "พาคุณไปจดทะเบียนกับแปลงที่ดินแปลงใหม่หลังหมู่บ้าน... และไปจัดการ 'ธุระ' ที่ค้างคาของตระกูลเฉินให้จบสิ้นเด็ดขาด"
คำพูดราบเรียบแต่เด็ดขาดนั้นทำเอาไป๋หลินนิ่งงัดไปชั่วขณะ หัวใจพองโตขึ้นด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านที่แผ่ขยายไปทั่วทรวงอก สามีสายซัพพอร์ตคนนี้ไม่เคยพูดคำหวานเลี่ยนหู แต่ทุกการกระทำกลับปกป้องและสนับสนุนเธออย่างไร้เงื่อนไขเสมอมา
ทว่า... ในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะหยิบช้อนตักซุปรากบัวร้อนๆ เข้าปากนั้นเอง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่คุ้นเคยดังแววเข้ามาจากด้านนอก
"ไป๋หลิน! นังสารเลว! ออกมาเคลียร์เรื่องวันนี้เดี๋ยวนี้!"
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 7
มื้ออาหารที่อบอุ่นใจ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!