กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษราชการและน้ำหมึกราคาถูก ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของใบสะระแหน่ป่าที่ไป๋หลินพกติดตัวไว้เสมอ นางกวาดสายตามองตราประทับสีแดงฉานบนซองกระดาษสีน้ำตาลในมือของชายแปลกหน้าชุดสีเขียวขี้ม้าผู้นั้นอย่างพิจารณา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระตุกวูบไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบกระชับ
นี่ไม่ใช่หมายเรียกตรวจสอบการค้าเสรี หรือแม้แต่ใบอนุญาตแปรรูปสมุนไพรทั่วๆ ไป
“สหายไป๋... เกรงว่าทางการจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของ ‘หัวเชื้อน้ำหอม’ ที่ท่านนำไปวางจำหน่ายในตลาดอำเภอเมื่อสัปดาห์ก่อน” น้ำเสียงของชายผู้นั้นราบเรียบและแห้งแล้งราวกับผืนดินยามแล้งจัด แต่แววตากลับระคนไปด้วยความประเมินค่า นางเอกสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยสมองหมุนวนด้วยความรวดเร็ว กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนผู้คนบริเวณนั้นเริ่มถอยร่นออกไปห่างๆ
ในยุคปีเจ็ดศูนย์ปลายเช่นนี้ การค้าขายที่เกินกว่ากรอบ ‘สหกรณ์รัฐ’ กำหนด มักจะถูกตีความว่าเป็นภัยมั่นคง หรือ ‘ทุนนิยมสีดำ’ เสมอ
“ข้อสงสัยอันใดหรือคะ เจ้าหน้าที่... ข้าเพียงแต่นำดอกไม้ป่าและพืชพรรณในเขตสัมปทานมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยตามภูมิปัญญาดั้งเดิม มิได้ฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อไหนของคอมมูน” ไป๋หลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ศักดิ์ศรี แววตาคมกริบสะท้อนความกล้าหาญที่หาได้ยากในสตรีวัยเดียวกัน
ชายในชุดเขียวขี้ม้าหัวเราะในลำคอ กำลังจะยื่นมือเข้ามาแตะข้อศอกนางเพื่อส่งหมายเรียกให้เด็ดขาด—
*พรึบ!*
มือหนาหยาบกร้านดั่งผ่านงานหนักมาทั้งชีวิต ยื่นเข้ามาคว้าข้อมือของเจ้าหน้าที่รัฐนายนั้นไว้กลางอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ แรงบีบที่มั่นคงและทรงพลังทำให้ชายแปลกหน้าต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทำงานสีเข้มจะก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างสมบูรณ์
กู้เฉิน... สามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยเอ่ยคำหวานพร่ำเพรื่อ แต่การกระทำของเขากลับหนักแน่นดั่งขุนเขา
ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บของกู้เฉินหรี่แคบลง รังสีความเย็นเยียบและกดดันแผ่ซ่ายออกจากร่างจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงหลายองศา เขายังคงสวมถุงมือหนังสำหรับงานช่างและมีคราบน้ำมันเครื่องจางๆ อยู่ที่มุมเสื้อ แต่วินาทีนี้ รัศมีความน่าเกรงขามของเขากลับทำให้เจ้าหน้าที่รัฐถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว
“ภรรยาข้า... มือของท่านไม่ควรยื่นมาแตะต้องตามอำเภอใจ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของกู้เฉินราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกทุบด้วยค้อน มันเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ซ่อนเร้นภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมอย่างแนบเนียน แต่ผู้ที่มีสัญชาตญาณเฉียบคมย่อมสัมผัสได้ทันทีว่า ชายผู้นี้พร้อมจะพลิกแผ่นดินหากใครกล้าแตะต้องดวงใจของเขา
ไป๋หลินช้อนตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมอัสดงให้พ้นจากสายตาผู้คน หัวใจที่กระตุกวูบเมื่อครู่กลับพองโตอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นางยื่นมือเรียวไปแตะชายเสื้อด้านหลังของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางรับมือได้ แต่กู้เฉินกลับเอื้อมมืออีกข้างมาจับมือของนางไว้แน่น ประสานปลายนิ้วเข้าหากันราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่า สตรีผู้นี้มีเจ้าของและอยู่ในความดูแลของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“ทะ... ท่านคือสามีของนางสินะ?” เจ้าหน้าที่รัฐกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลผู้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา “นี่คือหมายตรวจสอบอย่างเป็นทางการ! ทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนว่าโรงเรือนแปรรูปสมุนไพรของพวกท่านมีการใช้สารเคมีต้องห้ามจากต่างประเทศ!”
“สารเคมีจากต่างประเทศ?” มุมปากของกู้เฉินกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่หาดูได้ยาก ดวงตาคู่คมจ้องมองเอกสารในมืออีกฝ่ายราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า “ภรรยาข้าใช้เวลาทั้งวันอยู่กับดอกไม้ป่าและหม้อกลั่นดินเผา นางแยกไม่ออกแม้กระทั่งน้ำมันปิโตรเลียม แล้วจะมีปัญญาไปหาเคมีต่างประเทศมาจากที่ใด หรือว่า... ทางการว่างงานมากจนต้องฟังคำนินทาจากพวกตระกูลกู้สายรองที่จ้องจะฮุบที่ดินทำกินของพวกเรา?”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาเจ้าหน้าที่มีสีหน้าเปลี่ยนสีทันที ทุกคนในอำเภอนี้ต่างรู้ดีว่าตระกูลกู้สายรองพยายามหาทางกลั่นแกล้งสองสามีภรรยามาโดยตลอดเพื่อหวังฮุบสูตรการทำน้ำหอมและเงินทุนที่นางหามาได้
“อะ... เอาเป็นว่า ทางเราต้องขอเข้าไปตรวจสอบสถานที่จริงเพื่อความบริสุทธิ์ใจ!” เจ้าหน้าที่พยายามรักษาฟอร์ม
“เชิญ” กู้เฉินเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะโอบไหล่บางของไป๋หลินให้เดินเคียงคู่กันไป โดยไม่ปล่อยให้มือของนางหลุดจากกุมแม้แต่นินทาเดียว ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาถ่ายทอดความมั่นคงมาสู่นางตลอดทางเดินกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านพักหลังน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘ไก่ตุ๋นโสมป่าและรากบัว’ ที่ไป๋หลินเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาถ่านตั้งแต่มื้อเที่ยงเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ไอความร้อนสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อดินเผา ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรจีนนาน种ชนิด ช่วยชะล้างความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ให้มลายหายไปจนสิ้น
กู้เฉินปิดประตูรั้วไม้ลงอย่างแน่นหนา ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้ามาหาภรรยาร่างบางที่กำลังยืนคนน้ำซุปด้วยความเงียบงบ เขาไม่เอ่ยคำใดแต่กลับสวมกอดนางจากด้านหลัง ปลายคางคมกึ่งเกยอยู่บนลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอของนางราวกับคนอดอยากมานาน
“เจ้ากลัวหรือไม่...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหูของนาง
ไป๋หลินอมยิ้ม นางวางทัพพีไม้ลงในหม้อ ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามีขี้หึงที่ซ่อนความห่วงใยไว้ใต้ใบหน้าบึ้งตึง นางยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อบริเวณขมับของเขาอย่างเบามือ
“ข้ามีสามีที่เก่งกาจและดุร้ายปานเสือดาวคอยปกป้อง เหตุใดจึงต้องกลัวคนพวกนั้นด้วยเล่าคะ?” นางเอ่ยแซวพร้อมประกายตาระยิบระยับ
กู้เฉินพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ ดวงตาเข้มจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอื้อนเอยคำเย้าแหย่ เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากของนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาหัวใจนางเต้นรัว
“เช่นนั้น... คืนนี้เจ้าต้องชดเชยให้ข้า ที่มี ‘ไอ้หนุ่มหน้าโง่’ บังอาจกล้าเดินมามองหน้าภรรยาข้ากลางถนนถึงสองรอบ”
ไม่ทันที่ไป๋หลินจะได้เอ่ยปากท้วงติมอันใด ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบทับลงมาปิดกลั้นคำพูดทั้งหมดไว้ใต้รสสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนและเรียกร้องในคราเดียว ท่ามกลางไออุ่นของเตาไฟและกลิ่นหอมกรุ่นของไก่ตุ๋นโสมที่ส่งกลิ่นยั่วยวนไปทั่วห้องครัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำจนหยดสุดท้าย เสียงเคาะประตูกลับดังปึงปังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านที่มาพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนก—
“กู้เฉิน! ไป๋หลิน! ออกมาดูนี่เร็วเข้า! แปลงสมุนไพรหลังบ้านของพวกเจ้าจู่ๆ ก็... เหี่ยวเฉากลายเป็นสีดำสนิทภายในคืนเดียว ทั้งหมดเลยโว้ย!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับกลิ่นหอมและความรักที่อบอุ่นหัวใจของไป๋หลินและกู้เฉินนะคะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 15
สามีขี้หึงที่ซ่อนไม่มิด
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!