“ใครเป็นคนบอกว่าน้ำปรุงกลิ่นของร้านเรามีส่วนผสมของ ‘ดอกกุ้ยฮวาหมักน้ำผึ้งป่า’ เพียงอย่างเดียว?”
เสียงของไป๋หลินเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในคืนฤดูหนาว ดวงตากลมโตหรี่ลงมองถุงผ้าป่านที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ ในนั้นมีขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีเหลืองอำพัน ซึ่งดูเผินๆ เหมือนกับ ‘จันทราค้างฟ้า’ สินค้าขายดีที่สุดของนางไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าเพียงแค่กลิ่นฉุนกึกของแอลกอฮอล์ราคาถูกที่ลอยออกมาแตะจมูก ไป๋หลินก็แทบอยากจะหลุดขำออกมาด้วยความสมเพช
กู้เฉินที่ยืนอยู่ข้างกายขยับกายบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปหยิบขวดนั้นขึ้นมาเขย่าเบาๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “กลิ่นเหมือนน้ำมันก๊าดผสมน้ำเน่า ถ้าคิดจะเลียนแบบของภรรยาผม อย่างน้อยก็น่าจะใช้ ‘จมูก’ ที่ดีกว่านี้เสียหน่อยนะ”
“กู้เฉิน อย่าพูดแบบนั้นสิคะ” ไป๋หลินยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนที่แอบฟังอยู่หลังม่านห้องครัวถึงกับสะดุ้งโหยง “ของเลียนแบบน่ะมีเยอะแยะไป แต่ ‘ศัตรูที่มองไม่เห็น’ ที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คนที่พยายามลอกเลียนแบบสูตรหรอกค่ะ แต่เป็นคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะโกงคนอื่นด้วยวัตถุดิบเน่าๆ แบบนี้ต่างหาก”
ภายในห้องโถงของร้านขายเครื่องหอมเล็กๆ ในเมือง บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ลูกค้าประจำสามสี่คนพากันเงียบกริบ เมื่อสายตาของไป๋หลินกวาดผ่านไป พวกนางต่างหลบตาเป็นพัลวัน ใครจะคิดเล่าว่าน้ำปรุงกลิ่นที่ซื้อจากแผงลอยหน้าปากซอยในราคาถูกกว่าครึ่ง จะกลายเป็นชนวนเหตุให้ไป๋หลินต้องออกโรงจัดการด้วยตนเอง
ไป๋หลินเดินไปที่โต๊ะไม้ตัวยาว นางหยิบตลับทองเหลืองใบเล็กออกมา แล้วค่อยๆ เปิดฝา กลิ่นหอมละมุนดุจดอกไม้ผลิบานในยามเช้าอบอวลไปทั่วร้านทันที กลิ่นนี้บริสุทธิ์ ลึกซึ้ง และซับซ้อนจนคนที่ได้สัมผัสต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว
“นี่คือ ‘จันทราค้างฟ้า’ ของแท้” ไป๋หลินพูดเบาๆ แต่น้ำเสียงกังวาน “มันไม่ได้มีแค่ดอกกุ้ยฮวา แต่มันคือศาสตร์แห่งการผสมผสานสมุนไพรที่ต้องใช้ความร้อนจากเตาถ่านจำเพาะ และการบ่มด้วยระยะเวลาที่พอเหมาะ หากใครคิดจะหยิบฉวยเพียงความหอมฉาบฉวยไปขายโดยไม่เข้าใจหัวใจของมัน สิ่งที่จะได้รับกลับไปก็มีเพียงความล้มเหลว... และอาจจะเป็นผื่นคันที่คอของลูกค้าที่ไว้ใจพวกคุณ”
คำว่า ‘ผื่นคัน’ ทำเอาหญิงวัยกลางคนที่ยืนป้ายหน้าสุดหน้าถอดสี นางกำตะกร้าในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ไป๋หลินมองเห็นอาการนั้นชัดเจน แววตาของนางไหววูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่ด้วยความสงสาร แต่เป็นความสะใจที่ได้เห็นหมากตัวนี้เริ่มเดินผิดพลาด
“เฉินเกอคะ วันนี้เราไปตลาดมืดกันดีไหมคะ?” ไป๋หลินหันไปถามสามีด้วยน้ำเสียงหวานหยด ยิ่งเห็นคู่แข่งหน้าซีดเท่าไหร่ นางก็ยิ่งเผยยิ้มที่ดูไร้พิษสงมากขึ้นเท่านั้น “ฉันได้ยินมาว่ามีคนอยากเห็น ‘สูตรลับ’ ของเราแบบใกล้ชิด ในเมื่อเขาอยากเห็นนัก เราก็น่าจะจัดให้เขาเห็น ‘กลไกที่น่าสะพรึงกลัว’ ของมันเสียหน่อย”
กู้เฉินมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน เขาไม่เคยขัดใจนาง ไม่ว่านางจะวางแผนฟาดฟันใคร หรือจะทำเรื่องเสี่ยงเพียงใด เขาพร้อมจะเป็นดาบและโล่ให้เสมอ “ได้สิครับ อะไรที่ภรรยาต้องการ ผมจัดการให้ได้หมด”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากร้าน ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีมอซอที่แอบสังเกตการณ์อยู่มุมร้านก็ขยับตัวเข้ามาขวางทาง เขาคือเถ้าแก่จากร้านเครื่องหอมคู่แข่งที่พยายามตีตลาดนางมาตลอดหลายเดือน สายตาของเขามองไป๋หลินด้วยความโลภผสมความแค้น
“ไป๋หลิน แกอย่าได้ใจไปนักเลย คิดว่าคนอย่างแกจะคุมตลาดนี้ได้ตลอดไปงั้นหรือ?” เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “สูตรพวกนี้ก็แค่น้ำดอกไม้ ใครๆ ก็ทำได้ แกมันก็แค่คนโชคดีที่จับพลัดจับผลูมาได้สูตรโบราณมาครอบครอง!”
ไป๋หลินหยุดเท้า หันกลับมามองเถ้าแก่คนนั้นด้วยสายตาที่ดุจมีดโกน นางไม่ได้โกรธ แต่กลับหัวเราะออกมาเบาๆ “เถ้าแก่คะ... การที่ท่านรู้ว่ามันคือสูตรโบราณ แต่กลับทำออกมาได้เหมือน ‘น้ำล้างถังขยะ’ แบบนั้น ท่านยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นพ่อค้าอีกหรือคะ?”
นางเดินเข้าไปใกล้จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว “จำไว้นะคะ สิ่งที่ท่านเห็นว่ามัน ‘ง่าย’ คือสิ่งที่ฉันใช้เวลาศึกษาแทบตาย สิ่งที่ท่านพยายาม ‘เลียนแบบ’ คือสิ่งที่ฉันวางกลไกป้องกันไว้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขาย”
ไป๋หลินชูขวดน้ำปรุงกลิ่นในมือขึ้น แสงแดดส่องผ่านของเหลวสีอำพันนั้นจนเป็นประกายงดงาม “พรุ่งนี้เช้า... ท่านจะได้เห็นว่า ‘ศัตรูที่มองไม่เห็น’ ที่แท้จริงนั้นทำงานอย่างไร และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้ท่านเอาเงินมาทุ่มทั้งร้าน ก็คงไม่มีปัญญาซื้อสูตรของฉันไปทำตามได้อีกต่อไป”
ขณะที่เถ้าแก่คนนั้นกำลังอ้าปากจะต่อว่า กู้เฉินก็ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขากดดันจนอีกฝ่ายแทบสิ้นเรี่ยวแรงโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
“ไปกันเถอะครับภรรยา ของที่ผมเตรียมไว้ในมิติฟาร์มคงพร้อมสำหรับการ ‘เปิดตัว’ ครั้งใหญ่ในพรุ่งนี้แล้ว” กู้เฉินกระซิบข้างหูไป๋หลิน ก่อนจะโอบเอวภรรยาเดินออกไป ทิ้งให้เถ้าแก่คนนั้นยืนตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ที่เดิม
แต่ทว่า ในจังหวะที่ไป๋หลินก้าวพ้นธรณีประตูร้าน เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากซอยมืดข้างร้าน... มันไม่ใช่ฝีเท้าของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเดินที่หนักแน่นและเป็นระเบียบของ ‘คนในเครื่องแบบ’ ที่เพิ่งถูกส่งตัวมาจากกรมใหญ่
ไป๋หลินชะงักฝีเท้า หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นชายแปลกหน้าในชุดสีเขียวขี้ม้าเดินตรงเข้ามาขวางหน้า โดยมีจดหมายตราประทับสีแดงฉานในมือ... ตราประทับที่บ่งบอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของการค้าขายเสียแล้ว แต่มันคือเรื่องของ ‘ความมั่นคง’ ที่กำลังจะพังทลายลงในพริบตา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความเข้มข้นนี้ไปกับไป๋เป่าเปาของแม่นะคะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 14
ศัตรูที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!