เสียงตะโกนแผดลั่นอันแหบพร่าของป้าสะใภ้ใหญ่จากรั้วหน้าบ้านดังทะลุเข้ามาถึงห้องโถง ราวกับเสียงกบเขียดที่ถูกเหยียบหางในยามหน้าแล้ง ทว่าไป๋หลินกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบมองเมล็ดสมุนไพรสีดำสนิทที่จับตัวเป็นก้อนในตะกร้าสาน ก่อนจะวางมือลงบนบ่ากว้างของกู้เฉินที่ยืนบังร่างนางไว้อย่างปกป้อง
“เหี่ยวเฉากลายเป็นสีดำภายในคืนเดียวอย่างนั้นหรือ...” ไป๋หลินพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยียบเย็นจนกู้เฉินที่ยืนอยู่ข้างกายยังต้องเหลือบมองด้วยความรู้สึกใจกระตุก
ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเหยื่อต่างหาก
“หลินหลิน... เจ้าอย่าเพิ่งออกไป” กู้เฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักเอื้อมมาจับมือเรียวของภรรยาไว้แน่น ฝ่ามือของเขาเย็นเฉียบและมีรอยแผลพุพองจากการยกแผ่นเหล็กหนักในโรงงานเมื่อวานซืน ทว่าเขากลับพยายามซ่อนมันไว้ด้านหลังอย่างแนบเนียน “ปล่อยให้ข้าจัดการเอง คนพวกนั้นไม่มีทางกล้าทำอะไรข้าหรอก”
ไป๋หลินหรี่ตามองสามีสายซัพพอร์ตผู้ดื้อรั้นคนนี้ทันที นางรู้ดีว่าชายหนุ่มมักจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอ ยิ่งช่วงนี้โรงงานเครื่องจักรในคอมมูนเร่งผลิตชิ้นส่วน กู้เฉินต้องทำงานล่วงเวลาติดต่อกันสามวันสามคืนจนกล้ามเนื้อแผ่นหลังตึงเกร็ง แม้เขาจะพยายามทำตัวปกติเพื่อไม่ให้นางเป็นห่วง แต่ลมหายใจที่ติดขัดเล็กน้อยยามที่เขาขยับตัว ย่อมไม่รอดพ้นประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของนักปรุงกลิ่นมือฉมังอย่างนางไปได้
“เงียบไปเลยค่ะกู้เฉิน” ไป๋หลินเอ่ยเสียงดุแกมเอ็นดู นางดึงมือเขาให้มานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเก่า ก่อนจะกดหัวไหล่หนาให้นั่งลงอย่างเด็ดขาด “คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือคะว่าท่านกำลังฝืนทนอาการเคล็ดขัดยอกที่แผ่นหลังอยู่? เรื่องแปลงสมุนไพรด้านนอก เดี๋ยวค่อยออกไปตบหน้าคนพวกนั้นให้หน้าหงายทีละคนยังไม่สาย แต่ตอนนี้... สุขภาพของสามีข้าสำคัญที่สุดค่ะ”
น้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เด็ดขาดนั้น ทำให้กู้เฉินถึงกับนิ่งงัน ดวงตาคมเข้มทอประกายความอบอุ่นลึกซึ้งจนแทบจะละลาย เขาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ราวกับลูกสุนัขตัวยักษ์ที่ยอมจำนนต่อนายหญิงเพียงคนเดียวในดวงใจ
ไป๋หลินหันไปจัดการกับมิติลับในห้วงความคิดทันที นิ้วเรียววาดผ่านอากาศว่างเปล่าในมุมที่ลับตา ดึงเอา “โสมหิมะพันปี” และ “รากสมุนไพรจันทร์เพ็ญ” ออกมาจากชั้นวางในมิติ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นราวกับป่าสนหลังฝนโชยออกมาจางๆ กลบกลิ่นอับชื้นของบ้านดินยุค 70 ไปเสียสิ้น
นี่ไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา แต่เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ผ่านการกลั่นกรองด้วยพลังงานปราณในมิติ เหมาะสำหรับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและขับพิษความเย็นที่สะสมในร่างกายอย่างยอดเยี่ยมที่สุด
นางเตรียมครกหินขนาดเล็ก เริ่มต้นกระบวนการบดผสมด้วยความประณีต ทุกจังหวะการตำและการหยดน้ำมันสกัดจากดอกเหมยวิเศษลงไป ล้วนสะท้อนถึงทักษะชั้นสูงที่สั่งสมมา การปรุงกลิ่นและตัวยาไม่ใช่แค่การผสมสารเคมีเข้าด้วยกัน แต่มันคือการประสานจิตวิญญาณและธาตุทั้งห้าเข้าด้วยกัน เพื่อให้ตัวยาซึมซาบเข้าสู่เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็วที่สุด
“กู้เฉิน ถอดเสื้อออกค่ะ” ไป๋หลินเอ่ยสั่งเรียบๆ ขณะที่มือยังคงง่วนอยู่กับการคนตัวยาสมุนไพรสีเขียวมรกตส่งกลิ่นหอมหวล
กู้เฉินชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้ทั้งคู่จะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมาพักใหญ่แล้ว แต่ความเขินอายยามที่ภรรยาแสดงความห่วงใยอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ก็ยังทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอยู่ดี
“หลินหลิน... ข้าทำเองได้...”
“อย่าดื้อค่ะ” ไป๋หลินหันมามองค้อนวงน้อย ดวงตากลมโตฉายแววดุดันแต่น่ารักน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน “ถ้าไม่อยากให้แผ่นหลังนี้เรื้อรังจนยกแขนไม่ขึ้นในอนาคต ก็อย่าทำให้ข้าต้องโมโห”
เมื่อเห็นภรรยาทำท่าจะยื่นคำขาด กู้เฉินจึงยอมถอดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าออกอย่างจำยอม แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและบาดแผลจากการทำงานหนักปรากฏแก่สายตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ไป๋หลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเจ็บปวดแทน คือรอยช้ำสีม่วงคล้ำบริเวณสะบักด้านขวา ซึ่งเกิดจากการแบกรับน้ำหนักเกินพิกัดติดต่อกันหลายวัน
นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความโกรธที่มีต่อสภาพแวดล้อมและคนที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวพวกเขา ก่อนจะตักเนื้อยาสมุนไพรสีเขียวมรกตที่อุ่นกำลังดีขึ้นมาด้วยปลายนิ้ว
สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วของไป๋หลินแตะลงบนแผ่นหลังของกู้เฉิน ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย กล้ามเนื้อแผ่นหลังเกร็งแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ
“ผ่อนคลายค่ะ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่เริ่มนวดวนคลึงอย่างเป็นจังหวะ แรงกดพอเหมาะผสมผสานกับตัวยาสมุนไพรที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความร้อนอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณเส้นเอ็นที่ตึงเครียด
กลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ กู้เฉินรู้สึกราวกับว่าความเหนื่อยล้าสะสมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาถูกดึงออกไปทีละน้อย ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอขึ้น แขนแกร่งที่เคยเกร็งค้างค่อยๆ ผ่อนคลายลงจนแนบไปกับลำตัว
“รู้สึกดีขึ้นไหมคะ?” ไป๋หลินเอ่ยถามเบาๆ ใบหน้าของนางอยู่ห่างจากไหล่ของเขาเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวเนียน ทำให้กู้เฉินแทบไม่กล้าขยับตัวแรง
“อืม... ดีมาก” กู้เฉินตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาคมเข้มมองตรงไปข้างหน้า ทว่าหัวใจกลับพองโตจนคับอก ความเจ็บปวดทางร่างกายมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่แผ่ซ่านจากแผ่นหลังลามเลียไปถึงขั้วหัวใจ
*‘ภรรยาของข้าช่างเก่งกาจและอ่อนโยนถึงเพียงนี้... ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ข้าก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายนางเด็ดขาด’* กู้เฉินคิดในใจอย่างแน่วแน่
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังเต็มไปด้วยความอบอุ่นฮีลใจ เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนเข้ามาอย่างไม่เกรงใจบ้านไหน
“อีเด็กสารเลวไป๋หลิน! อย่าคิดว่าเงียบแล้วจะรอดนะเว้ย! แปลงสมุนไพรบ้านเจ้าทำพิษอะไรใส่แปลงผักตระกูลกู้ของพวกเราจนเน่าตายหมดแล้ว แบบนี้ต้องชดใช้ค่าเสียหายมาให้หมด ไม่เช่นนั้นข้าจะไปฟ้องหัวหน้าคอมมูนให้ขับไล่พวกเจ้าออกไปจากหมู่บ้านแน่!”
ไป๋หลินหยุดมือที่กำลังนวดสมุนไพรทันที มุมปากหยักยิ้มเหยียดหยามขึ้นอย่างเยือกเย็น นางค่อยๆ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือช้าๆ สายตาคมกริบราวกับใบมีดตวัดมองไปทางประตูบ้าน
“ชดใช้ความเสียหายอย่างนั้นหรือคะ...” ไป๋หลินพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัว “พวกมันคงคิดว่าสมุนไพรในแปลงเหี่ยวเฉาแล้ว ข้าจะจนมุมสินะคะ... หึ ช่างโง่เขลาเสียจริง”
กู้เฉินขยับตัวจะลุกขึ้นสวมเสื้อเพื่อออกไปจัดการ แต่ไป๋หลินกลับยื่นมือไปกดไหล่เขาไว้ รอยยิ้มพราวด้านความมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้างาม
“รักษาร่างกายของท่านให้หายดีก่อนเถอะค่ะกู้เฉิน... ส่วนเรื่องข้างนอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ‘ภรรยา’ คนนี้เองค่ะ”
นางก้าวเดินไปที่หน้าต่าง มองลอดผ้าม่านออกไปเห็นเงาของคนตระกูลกู้และชาวบ้านหลายคนยืนออกันแน่นขนัด พร้อมกับถุงผงสีดำปริศนาที่ป้าสะใภ้ใหญ่ถืออยู่ในมืออย่างมีพิรุธ
ไป๋หลินหรี่ตาลง ทันใดนั้นเอง ประตูหน้าบ้านก็ถูกถีบเปิดผางออกด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับร่างของหัวหน้าคอมมูนที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและประกาศกร้าวเสียงดังลั่น
“ไป๋หลิน! เจ้าออกมานี่! มีคนแจ้งว่าเจ้าใช้ ‘วิชามาร’ ปรุงยาพิษทำลายพืชผลของคนในหมู่บ้าน ความจริงคืออะไรกันแน่!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 16
สูตรสมุนไพรฟื้นฟูร่างกาย
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!