"ถอยไป."
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมาจากลำคอของกู้เฉินไม่ได้ดังนัก แต่มันกลับเยียบเย็นเสียจนหญิงสาวที่กำลังพุ่งเข้ามาทำท่าจะโผกอดถึงกับชะงักกึก ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าที่ดูดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเล็กน้อยสะดุ้งเฮือก ดวงตาคู่สวยที่เคลือบด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อว่าบุรุษตรงหน้าจะไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้
ไป๋หลินยืนกอดอกพิงวงกบประตูไม้เก่าๆ ที่ผุพัง นางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกสนุก บรรยากาศหน้าบ้านดินทรุดโทรมในยามนี้ช่างน่าดูชมยิ่งกว่าละครโรงเสียอีก หญิงแปลกหน้าผู้นี้แต่งตัวราวกับคุณหนูตกยากจากเมืองหลวง แต่วาจาที่เรียกร้องหา 'ท่านพี่' กลับชวนให้สะอิดสะเอียนจนต่อมรับกลิ่นความเสแสร้งของนางทำงานได้ทันที
"ท่านพี่... ท่านใจร้ายกับข้าเกินไปแล้วนะเจ้าคะ" หญิงสาวคนนั้นกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางบีบน้ำตาหยดแหมะลงมาได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง ชำนาญเสียยิ่งกว่าเปิดก๊อกน้ำ "ห้าปีที่ท่านหายตัวไป ทิ้งให้ข้ากับลูก... เอ่อ ทิ้งให้ข้าตกระกำลำบากอยู่ที่นั่นคนเดียว ท่านใจคอจะตัดขาดกันง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ"
กู้เฉินขมวดคิ้วมุ่น สันจารึกบนใบหน้าคมคายขึ้นรอยย่นลึก ดวงตาคมปลาวาฬกวาดมองผู้หญิงตรงหัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เขาไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับสตรีผู้นี้ แม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามก็ยังไม่เคยผ่านหู สัญชาตญาณของวิศวกรและอดีตทหารหาญบอกเขาชัดเจนว่า นี่คือ 'ตัวปัญหา' ที่จงใจเข้ามาสร้างความปั่นป่วน
"ข้าไม่รู้จักเจ้า และไม่เคยแต่งงาน" กู้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ ตวัดสายตากลับมามองไป๋หลินแวบหนึ่งโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าภรรยาหมาดๆ จะเข้าใจผิด แม้ว่าใบหน้าของเขาจะยังคงนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ แต่แววตาคู่นั้นกลับฉายแววกังวลใจอย่างปิดไม่มิด
ไป๋หลินเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา นางเดินทอดน่องเข้ามาใกล้ ยื่นมือเรียวไปแตะแขนเสื้อหนาของกู้เฉินเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์หญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยแต่นิ่มนวลบาดลึก
"แม่นางผู้นี้ หน้าตาผิวพรรณก็ดูเกลี้ยงเกลาดีนี่เจ้าคะ ไม่น่าจะมีสมองเลอะเลือนจำคนผิดได้ง่ายๆ สามีของข้า... อ้อ กู้เฉิน ผู้นี้ หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ไร้ทรัพย์สินเงินทอง แถมยังเป็นแค่คนงานซ่อมบ้านจนๆ คนหนึ่ง เหตุใดคุณหนูผู้สูงศักดิ์เช่นท่านจึงต้องดึงดันจะมาเป็นภรรยาของเขากันเล่า หรือว่า... ที่เมืองหลวงเกิดภัยแล้งจนไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ถึงต้องดั้นด้นมาแย่งสามีชาวบ้านเขาถึงชายแดนกันคะ"
คำพูดของไป๋หลินทั้งเชือดเฉือนและเหน็บแนมจนหญิงสาวหน้าถอดสี ริมฝีปากที่เคลือบชาดแดงก่ำสั่นระริก นางหันมาจ้องไป๋หลินด้วยสายตาเกลียดชังทันที "เจ้า! นังบ้านนอกไร้ยางอาย กล้าดีอย่างไรมาพูดจาต่ำทรามเช่นนี้! ข้ากับพี่กู้เฉินหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็ก..."
"หมั้นหมาย?" ไป๋หลินแค่นหัวเราะในลำคอ "ยุคสมัยไหนกันแล้วยังมาอ้างสัญญาคลุมถุงชน แถมสามีข้าความจำเสื่อมจำเรื่องอดีตไม่ได้เสียด้วยสิ ถ้าเจ้ามีหลักฐาน... อ้อ หรือว่ามีพยานปากเอก ก็เชิญงัดออกมาโชว์ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวบ้านแถวนี้เสียหน่อย มิฉะนั้น ข้อหามั่วสุมอนาจารและรังควานสามีชาวบ้านในยามวิกาล... เอ๊ย ยามวิกาลยังไม่ถึง เอาเป็นว่าข้อหาก่อกวนความสงบสุข อาจทำให้เจ้าต้องไปนอนปรับทัศนคติในคุกอำเภอสักสัปดาห์นะเจ้าคะ"
ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่แอบชะเง้อคอมุงดูเหตุการณ์เริ่มส่งเสียงซุบซิบกันอื้ออึง สายตากsะหายใคร่รู้พุ่งเป้ามาที่หญิงแปลกหน้าคนนั้นจนนางหน้าแดงก่ำด้วยความอัปยศอดสู รู้ตัวว่าวันนี้คงไม่อาจใช้แผนเรียกร้องความสนใจบีบน้ำตาหลอกลวงได้สำเร็จ นางจึงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง กัดฟันกรอดส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่ไป๋หลินและกู้เฉิน
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! พวกเจ้าจะต้องเสียใจ!" นางสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งหายลับไปจากตรอกแคบๆ อย่างรวดเร็ว
ไป๋หลินมองตามหลังร่างนั้นไปพลางอมยิ้มขบขัน นางหันกลับมามองกู้เฉินที่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดเป็นก้นกระทะ ประหนึ่งว่าสตรีเมื่อครู่เป็นเพียงฝุ่นผงที่น่ารำคาญใจ
"ดูท่าทางสามีของข้าจะไม่ใช่คนธรรมดาเสียแล้วกระมังคะเนี่ย มีคุณหนูจากไหนก็ไม่รู้ตามตื้อถึงที่" ไป๋หลินเอ่ยเย้าแหย่ ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน
กู้เฉินถอนหายใจยาวพรืด สีหน้าเคร่งขรึมลงกว่าเดิม เขาหันมาสบตากำราบภรรยาตัวแสบด้วยความจนปัญญา "ข้าจำไม่ได้จริงๆ... หลินหลิน เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่"
น้ำเสียงทุ้มที่เจือความกังวลเล็กน้อยทำเอาหัวใจดวงน้อยของไป๋หลินกระตุกวูบ นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกออสแมนตัสผสมกลิ่นอายดินหลังฝนลอยเข้าจมูกของกู้เฉินจนเขาสติกระเจิง
"ข้าจะเชื่อใจท่านหรือไม่นั้น... ก็ต้องดูผลงานวันนี้เสียก่อนแล้วล่ะค่ะ" ไป๋หลินผายมือไปรอบๆ ตัวบ้านที่ทรุดโทรม หลังคารั่ว หน้าต่างผุพัง และเสาเรือนที่ถูกปลวกแทะจนพรุน "บ้านหลังนี้คือเรือนหอของเรานะคะท่านวิศวกร ถ้าซ่อมออกมาแล้วไม่แข็งแรงพอที่จะกันลมกันฝน หรือทำให้นอนไม่สบายล่ะก็... คืนนี้ท่านคงต้องไปนอนเฝ้าเล้าหมูกับเจ้าด่างข้างนอกแล้วล่ะค่ะ"
กู้เฉินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าคมสัน เขาพยักหน้ารับคำอย่างจริงจังราวกับกำลังรับมอบหมายภารกิจกู้ชาติ "วางใจเถอะ ข้าไม่ปล่อยให้ภรรยาและตัวฉันต้องไปนอนตากน้ำค้างแน่"
พูดจบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้านก็ลงมือจัดการทันที กู้เฉินแสดงทักษะความเป็นวิศวกรมือฉกาจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน เขาสำรวจโครงสร้างบ้านอย่างรวดเร็ว วางแผนในหัวอย่างเป็นระบบ ก่อนจะเริ่มซ่อมแซมส่วนที่เสียหายด้วยเครื่องมือไม้และตะปูที่หามาได้
ไป๋หลินยืนกอดอกพิงผนัง มองดูสามีหนุ่มลงมือทำงานอย่างขยันขันแข็ง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน ไหล่กว้างที่ขยับตามแรงเหวี่ยงค้อนและเลื่อยไม้สะท้อนถึงพละกำลังอันล้นเหลือ เคมีดิบเถื่อนแต่เปี่ยมด้วยความใส่ใจนี้ทำให้นางอดใจเต้นแรงไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าการทะลุมิติมาอยู่ในยุคขาดแคลนเช่นนี้ จะจับฉลากได้สามีพรีเมียมแถมฟังก์ชันครบครันยิ่งกว่าสมาร์ตทรูในโลกเก่าเสียอีก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงอาทิตย์ยามบ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทอง กู้เฉินจัดการซ่อมหน้าต่างและเสริมความแข็งแรงให้เสาเรือนเสร็จสิ้นไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือเพียงรอยต่อบนหลังคาที่ต้องขึ้นไปจัดการเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ไป๋หลินเดินหายเข้าไปในครัวชั่วครู่ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับถาดไม้ที่มีชามกระเบื้องหยาบสองใบ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนโชยเตะจมูกทันทีที่นางก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับหมั่นโถวร้อนๆ นุ่มฟูที่นางแอบใช้มิติพิเศษช่วยนวดแป้งและหมักอย่างพิถีพิถัน
"พักเหนื่อยก่อนค่ะท่านวิศวกร ทำงานหนักท้องว่างไม่ได้หรอกนะคะ" ไป๋หลินส่งเสียงเรียกพลางวางถาดลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย
กู้เฉินวางค้อนในมือลง เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ข้างขมับ ดวงตาคมก้าวเดินเข้ามาหาภรรยาด้วยความเหนื่อยล้าที่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้กลิ่นหอมเย้ายวนจากอาหารตรงหน้า ทว่า... ในจังหวะที่กู้เฉินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเศษกระดาษสีแดงชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ซอกพื้นไม้กระดานที่เพิ่งงัดขึ้นมาซ่อมแซม
มันเป็นกระดาษจดหมายเก่าคร่ำคร่า ขอบกระดาษถูกไฟไหม้เกรียมไปครึ่งหนึ่ง แต่ลายมือหวัดๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้นกลับสะดุดตากู้เฉินเข้าอย่างจัง
กู้เฉินชะงักมือ นิ้วหนาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออกดู ดวงตาคมปลาวาฬหรี่แคบลงทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดดุดันขึ้นมาในเสี้ยววินาที จนไป๋หลินที่ยืนมองอยู่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
"มีอะไรหรือคะ?" ไป๋หลินขมวดคิ้วเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวง
กู้เฉินไม่ตอบ เขายื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ภรรยาดูช้าๆ ดวงตาคู่คมจ้องมองไป๋หลินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดที่เพิ่งถูกเปิดเผย "หลินหลิน... ลายมือนี้... ไม่ใช่ของคนอื่น แต่มันคือลายมือของ 'ข้า' เองในอดีตที่สูญเสียไป และข้อความนี้... มันเขียนเตือนไว้ว่า..."
*เพล้ง!*
เสียงฝีเท้าหนักอึ้งจำนวนมากดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนจงใจมาพังเรือน
ไป๋หลินหน้าถอดสีเมื่อเงาของคนกลุ่มหนึ่งทาบทับลงบนหน้าต่างกระดาษบางๆ
*- - โปรดติดตามตอนต่อไป - -*
---
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้ไป๋เป่าเปาคนนี้เสมอนะคะ!**
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 4
พบกับวิศวกรหน้านิ่ง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!