“ถ้าพวกท่านมั่นใจนักว่าสัญญากู้ยืมฉบับนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และลายมือชื่อตรงนั้นคือของสามีฉันจริง ทำไมตอนนี้ถึงได้หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาแบบนั้นล่ะคะ?”
เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินที่ถูกลมพัดไหว แต่กลับแฝงด้วยความเฉียบคมบาดลึก ดังแทรกขึ้นกลางความเงียบงันของลานหน้าบ้านตระกูลกู้
ไป๋หลินก้าวเท้าออกมาจากกรอบประตูเรือนไม้ด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตาดำขลับคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ ในมือเรียวบางของเธอกำกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้หลวม ๆ ปลายจมูกได้กลิ่นอายจาง ๆ ของหมึกจีนราคาถูกที่เพิ่งถูกแต่งแต้มขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ
บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที
ป้าสะใภ้ใหญ่จางซื่อผู้ถือวิสาสะพากลุ่มคนจากสหกรณ์หมู่บ้านบุกเข้ามาเพื่อทวงหนี้และยึดทรัพย์สิน ยามนี้ริมฝีปากที่เคยขยับเคี้ยวคำพูดดูถูกเหยียดหยาม กลับสั่นระริกจนแทบหุบไม่ลง ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปที่ไป๋หลินสลับกับแผ่นกระดาษในมือของอีกฝ่ายด้วยความหวาดระแวง
“น...นังเด็กปากดี! แกพูดจาเหลวไหลอะไรกัน! สัญญากู้ยืมเงินห้าร้อยหยวนแปะลายนิ้วมือชัดเจน แถมยังมีพยานรู้เห็น ทำเป็นมาบ่ายเบี่ยงเพื่อจะชักดาบหนีหนี้หรือไง!” จางซื่อแผดเสียงแหลมสูงกลบเกลื่อนความร้อนรนในอก มือที่เท้าสะเอวสั่นเทาจนต้องรีบเอามือกุมชายเสื้อแน่น
“ชักดาบหรือคะ?” ไป๋หลินหัวسเสียงแผ่วเบาในลำคอ กิริยานั้นช่างเย้ายวนแต่ก็กดดันผู้คนจนหายใจไม่ทั่วท้อง เธอเดินทอดน่องเข้ามาใกล้ร่างสูงใหญ่ของกู้เฉิน สามีหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงบราวกับภูเขาหิน ยามที่กู้เฉินเหลือบสายตามองภรรยา แววตาคมกริบที่เคยดุดันและเย็นชาต่อคนแปลกหน้า กลับทอประกายความอ่อนโยนและคลั่งไคล้จนแทบหยด เป็นการสนับสนุนอย่างไร้เงื่อนไขที่ทำให้คนมองต้องอิจฉาจนตาแดง
กู้เฉินขยับตัวเข้ามาบังหน้าภรรยาเล็กน้อย แม้เขาจะไม่ได้เอวาจาใด ๆ ออกมาสักคำ แต่รัศมีกดดันระดับวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลผู้ผ่านงานสนามมาโชกโชน ก็ทำให้พวกชาวบ้านที่ถูกจ้างวานมาเป็นเครื่องมือถึงกับก้าวถอยหลังไปคนละก้าวสองก้าว
“ป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านบอกว่านี่คือสัญญากู้ยืมเงินที่สามีฉันทำไว้เมื่อสามเดือนก่อนสินะคะ?” ไป๋หลินปรายตามองกระดาษในมือจางซื่อ “แต่ช่างน่าเสียดายเสียจริง... สามีฉันเป็นคนละเอียดรอบคอบ ทุกตัวอักษรที่เขาเขียนหรือทำสัญญา เขาจะใช้หมึกนำเข้าจากเมืองหลวงที่มีส่วนผสมของน้ำมันสน ซึ่งจะทิ้งกลิ่นหอมจาง ๆ และไม่สามารถลบเลือนได้ แม้จะผ่านไปเป็นปี”
เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สูดลมหายใจเข้าเบา ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะ
“แต่กระดาษแผ่นที่อยู่ในมือท่าน... มีเพียงกลิ่นอับของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าที่เพิ่งเอาไปรีดความชื้น แถมหมึกตรงลายเซ็นยังมีความหนาแน่นผิดปกติ ราวกับเพิ่งเขียนเสร็จไม่ถึงสองชั่วยามนี้เองกระมังคะ?”
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ฝูงชนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์เริ่มส่งเสียงฮือฮาซุบซิบ หลายคนเริ่มมองหน้ากันด้วยสายตากังขา เพราะในยุคสมัยนี้ กระดาษและหมึกดี ๆ เป็นของหายาก ยิ่งตระกูลกู้ยากจนข้นแค้น การจะมีหมึกราคาแพงย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่กลับกัน ฝั่งของจางซื่อที่มีสามีเป็นเสมียนตำบลต่างหากที่มีโอกาสเข้าถึงสิ่งเหล่านี้มากกว่า!
“เจ้า...เจ้าอย่ามากล่าวหาลอย ๆ นะ! มีหลักฐานอะไรมาพูด!” จางซื่อหน้าถอดสี เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่า
“หลักฐานหรือคะ?” ไป๋หลินหันไปพยักพริบตากับกู้เฉิน ชายหนุ่มรับรู้ทันที เขาหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องเก็บของชั่วครู่ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับกล่องไม้ใบเล็ก ในมือถือขวดแก้วบรรจุน้ำยาใสสะอาดที่ภรรยาของเขาเป็นคนปรุงขึ้นเองจากมิติฟาร์ม
กู้เฉินก้าวเข้าไปใกล้กลุ่มคนเหล่านั้น ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันมหาศาลจนไม่มีใครกล้าขยับ เขายื่นมือไปหยิบกระดาษสัญญามารastasจากมือของจางซื่อได้อย่างง่ายดายโดยที่อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน
“คุณกู้จะทำอะไร! คืนมานะ!” จางซื่อร้องกรี๊ดลั่น พยายามจะพุ่งเข้าไปแย่งคืน แต่กู้เฉินเพียงแค่ปรายตาคมปลาบมองนางครั้งเดียว นางก็ถึงกับขาอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
ไป๋หลินหยิบขวดน้ำยาจากมือสามี เปิดฝาออกแล้วหยดน้ำยาใสลงไปบนลายเซ็นในกระดาษแผ่นนั้นเพียงหยดเดียว ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว
*ฟู่—!*
เสียงปฏิกิริยาเคมีเบา ๆ ดังขึ้น พร้อมกับรอยหมึกสีดำมืดที่ค่อย ๆ ละลายจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย เผยให้เห็นกระดาษเปล่าที่ไม่มีรอยขีดเขียนใด ๆ อยู่เบื้องล่าง!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ จะดังขึ้นทั่วบริเวณ
“โอ้โห... เป็นกระดาษซ้อนรอยหมึกจริง ๆ ด้วย!” ชาวบ้านคนหนึ่งอุทานออกมาเสียงดัง “ใช้วิธีเอาแผ่นกระดาษเปล่ามาทาบ แล้วเขียนทับทีหลังสินะ แบบนี้มันเป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการชัดเจน!”
“นังสารเลวตระกูลจาง กล้าดียังไงถึงมาหลอกเอาเงินพวกเราให้มาเป็นพยาน!” ชาวบ้านอีกคนเริ่มเดือดดาล เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงมือทางการ โทษฐานปลอมแปลงเอกสารและใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นนั้นหนักหนาเพียงใด
จางซื่อหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ร่างอ้วนท้วมสั่นเทาพับเพียบลงกับพื้นดิน นางหันซ้ายแลขวาหมายจะหาทางหนี แต่ถูกชาวบ้านที่เริ่มตาสว่างปิดล้อมเอาไว้ทุกด้านเสียแล้ว
ไป๋หลินยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนี้ในสายตาของจางซื่อช่างงดงามราวกับยมทูตที่กำลังถือเคียวเกี่ยววิญญาณ เธอก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นกลัวนั้น ช้อนสายตาขึ้นมองด้วยความเหยียดหยามล้ำลึกแต่ยังคงรักษาท่าทีสุภาพเรียบร้อยเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
“คุณป้าสะใภ้คะ... ดูเหมือนว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ของเราจะรีบร้อนอยากเสียเงินค่าปรับและไปนอนในคุกของทางการจนตัวสั่นเลยทีเดียวสินะคะ?”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณู ทำให้จางซื่อถึงกับอกสั่นขวัญแขวน น้ำตาร่วงเผาะด้วยความจนมุม
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของไป๋หลินนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของเด็กชายวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“พี่หลิน! พี่กู้เฉิน! ไม่ดีแล้วครับ! ทางการ... ทางการจากอำเภอพากำลังคนล้อมกระท่อมสมุนไพรท้ายหมู่บ้านไว้แล้ว! พวกเขาบอกว่า... บอกว่าพวกเราลักลอบผลิตสินค้าผิดกฎหมายและซ่อน10สมุนไพรต้องห้ามไว้ในครอบครอง!”
รอยยิ้มบนใบของไป๋หลินแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที แววตาดำขลับไหววูบด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก
ในขณะที่กู้เฉินดึงร่างบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอดอย่างปกป้องทันที ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวหันขวับไปมองยังทิศทางของกระท่อมสมุนไพรด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนתทึบขึ้นในพริบตาเดียว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ไป๋หลินฟาดฟันพวกคนใจร้ายด้วยความสะใจมาจนถึงบทนี้นะคะ
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 22
กลยุทธ์ซ้อนกล
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!