"ถ้าพวกคุณยังกล้าเอาตั๋วแป้งในบ้านนี้ไปขายแลกเหล้าขาวอีกแม้แต่ใบเดียว ฉันรับรองว่าข้าวทุกมื้อที่ตักเข้าปากหลังจากนี้ จะมีรสชาติของยาเบื่อหนูสูตรออกฤทธิ์ช้าผสมอยู่ด้วยอย่างแน่นอนค่ะ"
น้ำเสียงของไป๋หลินราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่าน ทว่าแววตาคู่คมกลับเยียบเย็นเสียจนพี่สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลกู้ที่กำลังยื่นมือเข้ามาควานหาของในตู้ไม้ถึงกับชักมือกลับแทบไม่ทัน ความกดดันอันประหลาดนี้ทำให้บรรยากาศในห้องครัวแคบๆ ยุคปลายเจ็ดสิบตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ
นี่คือชีวิตหลังแต่งงานที่เต็มไปด้วยฝุ่นตลบและความยากจนข้นแค้น ทว่าสำหรับไป๋หลิน ผู้ซึ่งแบกวิญญาณนักปรุงกลิ่นระดับปรมาจารย์จากยุคปัจจุบันเอาไว้ การรับมือกับญาติสามีหน้าหนาเหล่านี้ไม่ได้ยากเกินกว่าการคัดแยกสารสกัดบริสุทธิ์แม้แต่น้อย
กู้เฉินที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ไม่ได้เอ่ยปากขัดขวางภรรยาแม้แต่ครึ่งคำ สายตาคมกราบของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ทอดมองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ในมือของเขากำจอบเหล็กเล่มเก่าแน่น ทว่ามุมปากหยักกลับยกขึ้นน้อยๆ อย่างพึงพอใจ ภรรยาตัวน้อยของเขาในยามนี้นอกจากจะวาจาคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งแล้ว ฝีมือการจัดการบ้านเรือนและการใช้มิติวิเศษสร้างความมั่งคั่งยังทำให้เขาแทบอยากจะกราบกรานบูชา
"หลินหลิน... น้องพูดเกินไปแล้วกระมัง พวกเราก็แค่..." พี่สะใภ้ใหญ่หัวเราะแห้งๆ พยายามกลบเกลื่อนความผิดด้วยการปั้นหน้าซื่อ
"เกินไปหรือคะ? ลองทบทวนดูให้ดีเสียก่อนเถอะค่ะว่า ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลกู้มา มีวันไหนที่พวกคุณไม่เคยคิดสูบเลือดสูบเนื้อจากพวกเราบ้าง?" ไป๋หลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากวาดมองสำรวจร่องรอยความสกปรกในบ้านก่อนจะหันหลังเดินเลี่ยงออกมา "กู้เฉินค่ะ ไปกันเถอะ วันนี้เรามีธุระต้องไปจัดการที่ท้ายหมู่บ้าน"
กู้เฉินก้าวตามภรรยาออกไปทันทีราวกับเงาตามตัว มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบของเธอไว้โดยธรรมชาติ การกระทำอันแสนเงียบงันแต่นุ่มนวลนี้คือการซัพพอร์ตที่ไร้เสียงแต่มั่นคงที่สุด
เป้าหมายของทั้งคู่ในวันนี้ไม่ใช่การต่อปากต่อคำกับคนไร้สาระในบ้านหลัก ทว่าคือ "ป่าหลังบ้าน" เขตหวงห้ามกึ่งภูเขาที่ชาวบ้านเล่าขานกันมานับทศวรรษว่ามีอาถรรพ์และสัตว์ร้ายชุกชุม จนไม่มีใครกล้าก้าวล่วงเข้าไปลึกนัก แต่สำหรับไป๋หลิน ผู้มีประสาทสัมผัสด้านกลิ่นเป็นเลิศ จมูกของเธอกลับจับกลิ่นอายบางอย่างลอยล่องมาตามกระแสลมยามสาย กลิ่นนั้นเก่าแก่ ลึกล้ำ และเจือด้วยความชื้นของดินอุดมสมบูรณ์ที่ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี
มันคือกลิ่นของ "สมุนไพรล้ำค่า" ที่สูญหายไปจากตำราแพทย์แผนจีนยุคปัจจุบัน!
สองร่างเดินลัดเลาะผ่านพงหญ้ารกเรื้อ กู้เฉินทำหน้าที่เป็นด่านหน้าคอยใช้มีดพร้าถางกิ่งไม้หนาทึบที่ขวางทางให้อย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวที่เขาเดินนำหน้าสะท้อนถึงสัญชาตญาณการปกป้องอันยอดเยี่ยม แม้เขาจะเป็นเพียงวิศวกรหนุ่มที่ถูกส่งมาใช้แรงงานในชนบทตามนโยบายยุคนี้ ทว่าแผ่นหลังกว้างที่กำยำและบรรยากาศรอบตัวกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่งยวด
"ระวังหน่อยค่ะ ตรงนั้นพื้นดินค่อนข้างยุบตัว" ไป๋หลินเอ่ยเตือนพร้อมกับดึงชายเสื้อของสามีไว้เบาๆ
กู้เฉินหยุดชะงัก เขาก้มมองพื้นดินเบื้องหน้าก่อนจะหันมาสบตากับภรรยา แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานล้ำของเธออย่างชัดเจน "เหนื่อยไหมครับ... เอ่อ, หมายถึง เหนื่อยไหมคะ?" เขาแก้คำพูดทันทีเมื่อนึกถึงกฎเหล็กที่ภรรยาเคยกำชับไว้เรื่องสรรพนาม
ไป๋หลินหลุดยิ้มออกมาบางเบา ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลมลายหายไปสิ้น "ไม่เหนื่อยค่ะ มีคุณเดินนำทางเสียอย่าง ต่อให้ต้องเดินไปจนสุดขอบโลกฉันก็ไม่หวั่นหรอกนะคะ"
คำเย้าแหย่เล็กๆ น้อยๆ นี้กลับทำให้ใบหูของนายช่างหนุ่มผู้เงียบขรึมขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว กู้เฉินกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ก่อนจะกุมมือเธอให้แน่นขึ้นแล้วพาเดินลึกเข้าไปในหุบเขาลับตาคน
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ อากาศรอบตัวก็ยิ่งเย็นลงและบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายของธรรมชาติแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท จนกระทั่งทั้งสองก้าวพ้นผ่านม่านเถาวัลย์หนาทึบที่ปกคลุมหน้าผาหินแห่งหนึ่ง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ไป๋หลินต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
มันคือแอ่งหินธรรมชาติขนาดเล็กที่มีไอน้ำพุ่งขึ้นจางๆ ราวกับน้ำพุร้อนใต้พิภพ รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยพรรณไม้โบราณที่ควรจะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือกลุ่มกอของ "โสมป่าพันปี" ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเปล่งประกายเรืองรองจางๆ ในเงาไม้ ท่ามกลางกลิ่นหอมเย็นล้ำลึกที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"นี่มัน..." กู้เฉินอุทานด้วยความทึ่ง แม้เขาจะไม่ใช่แพทย์ แต่ด้วยความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเกษตรกรรม เขาย่อมรู้ดีว่าพืชพรรณที่เติบโตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ย่อมมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด
ไป๋หลินทรุดตัวลงคุกเข่าลงกับพื้นดินชื้น ปลายนิ้วเรียวแตะสัมผัสใบของสมุนไพรโบราณด้วยความทะนุถนอม หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือทรัพยากรตั้งต้นชั้นยอดที่จะช่วยเธอยกระดับธุรกิจน้ำหอมและยารักษาโรคในมิติฟาร์มให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้นอย่างแน่นอน
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะหยิบเสียมขนาดเล็กในย่ามออกมาขุดรากสมุนไพรนั้นเอง...
*แกร๊ก!*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากพงหญ้าหนาทึบด้านหลังผาหิน ตามมาด้วยฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับเสียงพูดคุยหยาบโลนที่ลอยมาตามลม
"เฮ้ย! ข้าบอกแล้วว่าแถวนี้ต้องมีของดีซ่อนอยู่ ลูกพี่ใหญ่บอกว่าถ้าเจอสมุนไพรป่าล็อตนี้ เราเอาไปขายในตลาดมืดเมืองหลวง ได้เงินมาแบ่งกันซื้อเหล้ากินได้เป็นปีๆ แน่!"
รอยยิ้มแห่งความดีใจบนใบของไป๋หลินแข็งค้างในทันที กู้เฉินขยับตัวเข้ามาบังร่างของภรรยาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกำด้ามจอบในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวโพลน
ใครกันที่บังហานอาจกล้ามาแย่งชิงสมบัติในอาณาเขตที่เธอมองว่าเป็นของตนเองแล้ว?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนไป๋เป่าเปาคนนี้ด้วยดีเสมอมานะคะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 10
ความลับในป่าหลังบ้าน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!