"ถ้าพวกแกกล้าแตะต้องกระดาษแผ่นนั้นแม้แต่มิลลิเมตรเดียว นิ้วมือคู่ตระกูลจ้าวของพวกแก คงต้องถามความสมัครใจจากพื้นดินเบื้องล่างเสียก่อนว่าอยากถูกฝังไว้ลึกแค่ไหน"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกจนกระดูกสันหลังชาหนึบดังขึ้นจากหน้าประตูบ้านดินเก่าคร่ำคร่า กู้เฉินยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด ทว่านัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวกลับกวาดมองร่างท้วมของพี่สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจ้าวและลูกสมุนอย่างเหี้ยมเกรียม รัศมีกดดันระดับวิศวกรสนามผู้ควบคุมคนงานนับร้อยแผ่ซ่านออกมาจนจ้าวซื่อที่กำลังยื่นมือหมายจะแย่งแผ่นกระดาษในมือเด็กชายสะดุ้งเฮือก ชักมือกลับราวกับโดนเหล็กแดงเผาไฟลวก
ไป๋หลินปรายตามองพี่สะใภ้ผู้ไม่เคยรู้จักคำว่ายางอาย รอยยิ้มที่มุมปากลึกซึ้งยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแผ่นกระดาษในมือเด็กชายที่ระบุสูตรการหมักสมุนไพรไล่แมลงและเพิ่มกลิ่นหอมกรุ่นให้แป้งหมั่นโถว ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาชิ้นเอกที่นางเพิ่งรังสรรค์ขึ้นจากมิติลับเมื่อคืนนี้
จ้าวซื่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางสะบัดหน้าหนีสายตากดดันของกู้เฉินด้วยความหวาดกลัว แต่ความโลภที่ถูกความหอมของแป้งหมั่นโถวจากเตาเมื่อครู่กระตุ้นจนต่อมรับรสเต้นเร้า ทำให้ความกลัวพ่ายแพ้ต่อความอยากได้ นางเชิดหน้าขึ้น เอ่ยเสียงแหลมสูงกลบเกลื่อนความสั่นเทา
"กู้เฉิน! นี่มันเรื่องอะไรกัน! ฉันเป็นพี่สะใภ้ของพวกแกนะ! หลินหลินเป็นน้องสะใภ้ ฉันจะมาเยี่ยมเยียนและดูข้าวของในบ้านหน่อยไม่ได้หรือไง บ้านหลังนี้ปลูกบนที่ดินตระกูลกู้เดิมนะ! อย่ามาทำกร่างให้มันมากนัก!"
"เยี่ยมเยียน?" ไป๋หลินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงประกายคมกริบ นางวางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ เดินน่องนิ่งเข้าไปใกล้กลุ่มผู้บุกรุกทีละก้าว กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและสะอาดสะอ้านของหญิงสาวยุคใหม่ที่ถูกหล่อหลอมด้วยความเด็ดเดี่ยวในยุค 70-80 ทำให้จ้าวซื่อเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านบอกว่ามาเยี่ยม แต่เท้าข้างขวาของท่านกลับเหยียบย่ำอยู่บนกระสอบแป้งสาลีชั้นดีที่สามีฉันเพิ่งแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ มือข้างนั้น... กำลังจะควานหาอะไรในตะกร้าสมุนไพรของฉันกันแน่?"
"ฉัน... ฉันก็แค่จะดูว่าพวกแกซ่อนของดีอะไรไว้กินคนเดียว! บ้านตระกูลกู้ช่วงนี้ขัดสน ทำไมพวกแกถึงมีแป้งขาวและน้ำตาลแดงได้ รังแต่จะเก็บงำไว้เสวยสุขคนเดียว ไม่รู้จักแบ่งปันพี่น้องร่วมตระกูล ช่างไร้คุณธรรมเสียจริง!" จ้าวซื่อใช้ลูกไม้ถอดความผิดเป็นความชอบ โวยวายเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เริ่มชะביกหน้าต่างออกมาดูได้ยิน
ทว่าไป๋หลินกลับไม่สะทกสะทานแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มราวกับกำลังฟังเรื่องตลกขบขัน
"คุณธรรม? คำนี้พี่สะใภ้ใหญ่กล้าเอ่ยออกมาได้อย่างไรไม่ทราบเพคะ?" ไป๋หลินก้าวประชิดตัวขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอิงฮวาผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรเย็นๆ ที่ติดกายโชยเข้าจมูกของจ้าวซื่อ จนอีกฝ่ายชะงักงัน "ปีที่แล้วตอนบ้านเราขาดแคลนข้าวสารจนแทบไม่มีกิน พี่ใหญ่กับท่านช่วยแบ่งข้าวให้เราสักกำมือหรือไม่? เดือนก่อนตอนแม่สามีล้มป่วย ใครเป็นคนออกเงินค่าหมอและสมุนไพร? หรือความหมายของคำว่าพี่น้องร่วมตระกูลในพจนานุกรมของท่าน คือ 'การปล้นชิงอย่างหน้าด้านๆ' กันแน่?"
"นัง... นังปากจัด!" จ้าวซื่อหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดจนเนื้อตัวสั่นเทา ยกมือขึ้นทำท่าจะตบ
หมับ!
ข้อมืออวบอูมถูกคว้าไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ ไม่ใช่ฝีมือของไป๋หลิน แต่เป็นกู้เฉินที่ก้าวเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ แรงบีบจากอุ้งมือของชายหนุ่มผู้ผ่านงานหนักทำเอาข้าวของในมือจ้าวซื่อร่วงหล่นลงพื้น กู้เฉินไม่ได้ออกแรงบีบจนกระดูกหัก ทว่าแรงกดดันมหาศาลทำให้จ้าวซื่อกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
"มือข้างนี้ ถ้ายังใช้ทำเรื่องสกปรกเที่ยวล่วงเกินภรรยาผมอีก..." กู้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทว่าดุดันราวกับราชสีห์คำรามในป่าลึก "ผมเกรงว่ามันคงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ใช้งานอีกต่อไป"
"กู้... กู้เฉิน นายกล้าทำร้ายฉันเหรอ! ช่วยด้วย! คนตระกูลกู้รังแกชาวบ้าน!" จ้าวซื่อแผดเสียงร้องโหยหวนหวังเรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านที่เริ่มมารุมล้อมหน้าประตู
ทว่าไป๋หลินกลับยกมือขึ้นห้ามสามีเบาๆ นางส่งสายตารู้ใจให้กู้เฉินถอยไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลงเก็บแผ่นกระดาษสูตรสมุนไพรขึ้นมาปัดฝุ่นอย่างทะนุถนอม จากนั้นจึงหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชาวบ้านที่ส่งเสียงซุบซิบนินทาด้วยท่าทีสง่างามและเยือกเย็น
"พี่น้องทุกท่านโปรดเป็นพยานนะคะ" ไป๋หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำ "บ้านของข้าพเจ้าและกู้เฉินแต่งแยกออกมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ทุกหยาดหยดของเหงื่อไคลที่หามาได้ ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงและการคำนวณสูตรอาหารอย่างยากลำบาก แต่วันนี้... พี่สะใภ้ใหญ่กลับบุกรุกเข้ามาในเคหสถาน ยามวิกาล—เอ๊ย ยามวิกาลไม่ว่า นี่เพิ่งสายยันตะวันตรงหัว แต่กลับถือวิสาสะค้นข้าวของและขโมยสูตรลับทำมาหากิน หากวันนี้พวกเรายอมให้คนฉวยโอกาสเช่นนี้ลอยนวล วันหน้าพวกท่านที่ทำมาค้าขาย เลี้ยงไก่ ปลูกผัก จะไม่ถูกคนกลุ่มนี้มาปล้นชิงเอาไปหน้าตาเฉยหรอกหรือ?"
คำพูดของไป๋หลินราวกับศกุนตลาที่แหลมคม ปักเข้ากลางใจชาวบ้านที่ทำมาหากินด้วยความยากลำบากในยุคสมัยนี้ทันที หลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยและส่งเสียงวิจารณ์จ้าวซื่อในทางลบ
"นั่นสิ... สะใภ้ใหญ่บ้านจ้าวคนนี้ นิสัยชอบเอาเปรียบชาวบ้านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"
"บุกรุกเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้ แจ้งทางการได้เลยนะนั่น"
"ดูสิ ยังมีหน้ามาโวยวายอีก น่าไม่อายจริงๆ"
จ้าวซื่อหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อกระแสลมตีกลับ นางไม่คาดคิดว่านังสะใภ้ตระกูลกู้ผู้นี้ที่เดิมทีเคยเงียบขรึมและอ่อนแอ จะกลายร่างเป็นแม่เสือสาวฝีปากกล้าที่พลิกลิ้นสถานการณ์ได้ภายในไม่กี่ลมหายใจ
"แก... แกอย่ามาพูดจาใส่ร้ายนะ!" จ้าวซื่อชี้หน้าไป๋หลินอย่างจนมุม
"ใส่ร้ายหรือ?" ไป๋หลินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาดอกท้อทอประกายเจ้าเล่ห์ชวนมอง นางหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษจากมิติลับออกมาจากอกเสื้อ กลิ่นหอมหวานละมุนปนกลิ่นสมุนไพรสดชื่นกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณทันทีที่เปิดจุก "ในเมื่อพี่สะใภ้ใหญ่ยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจ เช่นนั้นข้าพเจ้าคงต้องขอให้ท่านชดใช้ค่าเสียหายและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยวิธีของตระกูลเราเสียหน่อยแล้ว..."
ไป๋หลินก้าวเข้าไปใกล้จ้าวซื่อที่ผถอยร่นจนชิดกำแพง กลิ่นหอมระเหยในมือถูกป้ายแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของจ้าวซื่อโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
"อื้อ! แกทำอะไรเนี่ย!" จ้าวซื่อเบิกตากว้าง
"ไม่ทำอะไรมากหรอกค่ะ..." ไป๋หลินกระซิบเสียงหวานข้างหูอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มพิมใจ "แค่สมุนไพรขับพิษขนานนี้ จะทำให้คนที่คิดไม่ซื่อ ขโมยของ หรือพูดโกหกคำโต... ท้องร่วงติดต่อกันสามวันสามคืนจนลุกไม่ขึ้นต่างหากล่ะเพคะ"
สิ้นเสียงของไป๋หลิน ท้องของจ้าวซื่อก็ส่งเสียงโครกครากรunขึ้นมาทันทีราวกับมีกลองศึกตีประโคม ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีเขียวคล้ำในชั่วพริบตา
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ ของกู้เฉินจะดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด
ในวินาทีนั้นเอง ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับฤทธิ์เดชของไป๋หลิน เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของบุรุษในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพล ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้...
"ขอโทษทีครับ... พอดีผมได้รับรายงานว่า ที่นี่มีเรื่องร้องเรียนเรื่องการลักAลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมาย... และดูเหมือนว่า ผมจะมาทันดูฉากสนุกพอดีสินะครับ คุณกู้ คุณไป๋?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความหอมกรุ่นและความสะใจร่วมกันนะคะ ขอให้ทุกวันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขค่ะ!
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 2
กลิ่นอายความซวยที่ต้องกำจัด
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!