กลิ่นอับชื้นของกระสอบข้าวสารเก่าและกลิ่นสาบดินโคลนที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ไม่ใช่กลิ่นของห้องปฏิบัติการสกัดกลิ่นหอมระเหยชั้นยอดที่ไป๋หลินคุ้นเคยแม้แต่น้อย
"ตื่นเสียทีนังตัวดี! อย่าคิดว่าจะแกล้งตายแล้วลืมเรื่องโควตาโรงงานไปได้นะ!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของ 'จางชุ่ยฮวา' ป้าสะใภ้ผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบด้วยคราบน้ำมันหมู แผดดังลั่นจนผนังดินเหนียวของห้องเก็บฟืนสั่นสะเทือน แรงกระชากที่หัวไหล่อย่างไร้ความปรานีทำให้ไป๋หลินต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง
สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม... เด็กสาววัยสิบเก้าปีที่มีชื่อเสียงเรียงนามเดียวกัน ถูกถ่ายทอดเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับสายน้ำหลาก ไป๋หลินคนก่อนเพิ่งสูญเสียบิดามารดาผู้เป็นเสาหลักไปเมื่อสามเดือนก่อน ทิ้งให้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องอาศัยอยู่ใต้ชายคาของลุงใหญ่ผู้เห็นแก่ตัว และป้าสะใภ้จอมสูบเลือดสูบเนื้อ
และวันนี้ คือวันที่กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับโควตาเข้าทำงานในโรงงานทอผ้าประจำอำเภอ ซึ่งเป็นตั๋วใบเดียวที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้นในชนบทแห่งนี้ ทว่า... ชื่อที่ถูกประกาศในประกาศนียบัตรสีแดงแผ่นนั้น กลับกลายเป็นชื่อของ 'ไป๋เม่ย' ลูกสาวแท้ๆ ของป้าสะใภ้ ที่แม้แต่หนังสือสัญญาจ้างยังอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ!
ไป๋หลินค่อยๆ ปรือตาขึ้น นัยน์ตาคู่คมกริบที่เคยอ่อนแอราบเรียบ บัดนี้กลับเปล่งประกายความเย็นเยียบและทรงพลังจนจางชุ่ยฮวาที่กำลังอ้าปากด่าทอถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ราวกับนางกำลังจ้องมองสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์ ไม่ใช่เด็กสาวหัวอ่อนที่เคยยอมให้โขกสับ
"มองอะไรนังนี่! แกคิดว่าตัวเองมีดีอะไรถึงคู่ควรกับงานในโรงงาน หึ! อยู่ที่นี่ก็กินข้าวเปลืองเสียเปล่า ยกสิทธิ์นั้นให้พี่สาวของแกเสียเ đียวกนี้ แล้วก็เก็บข้าวของไสหัวไปซะ เรือนหลังเล็กท้ายสวนนั่น ทางการเขาจะจัดสรรให้คนอื่นแล้ว แกไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่อีกต่อไป!" จางชุ่ยฮวาเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ สะบัดผ้ากันเปื้อนที่เปื้อนคราบเขม่าควันด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
ไป๋หลินไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้โวยวายราวกับคนเสียสติ นางเพียงแค่ใช้มือเรียวปัดฝุ่นตามเนื้อตัวออกอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความสูงของร่างใหม่นี้อาจจะไม่มากนัก ทว่าท่าทีและรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวนาง กลับทำให้ป้าสะใภ้ร่างท้วมถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"โควตานั้น... เป็นของพ่อฉันที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและสุขภาพในเหมืองแร่เมื่อสิบปีก่อน" น้ำเสียงของไป๋หลินแหบพร่าเล็กน้อย แต่ทุกถ้อยคำกลับชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานอยู่ในห้องแคบๆ "ป้าสะใภ้... ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าของที่แย่งไปจากคนตาย จะนำพาความเจริญมาสู่ตระกูลไป๋?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" จางชุ่ยฮวาหน้าดำคร่ำเครือด้วยความโกรธจัด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนเด็กสาวที่กล้าต่อปากต่อคำ "แกกล้าแช่งสามีฉันรึ!"
ทว่า มือที่หยาบกร้านนั้นไม่เคยสัมผัสโดนใบวลีของไป๋หลิน
เพราะในเสี้ยววินาทีนั้น ประตูไม้ผุๆ ของห้องเก็บฟืนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาของใครบางคน กลิ่นอายความเย็นเยือกของลมหนาวภายนอกพัดกรรโชกเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวทหารเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนฝุ่นดินและคราบน้ำมันเครื่อง
'กู้เฉิน'
ชายหนุ่มผู้มีข่าวลือหนาหูว่าเป็นคนเงียบขรึม ไร้มนุษยสัมพันธ์ และถูกมองว่าเป็นตัวซวยของหมู่บ้าน เนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตั้งแต่เขายังเด็ก ทว่าในสายตาของไป๋หลินเวลานี้ ร่างสูงสง่าที่ยืนบังลมหนาวให้อยู่เบื้องหลัง กลับเปรียบเสมือนภูเขาผาที่มั่น
กู้เฉินไม่ได้เอ่ยคำใด เขายืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตู สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปที่จางชุ่ยฮวาที่กำลังค้างท่าเงื้อมือ ก่อนจะเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่าเด็ดเดี่ยวของไป๋หลิน
"หลินหลิน... กลับบ้านของเราเถอะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน จางชุ่ยฮวาที่เกรงกลัวชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายและไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนในหมู่บ้าน ถึงกับหดมือกลับแล้วถอยกรูดไปหลบอยู่หลังตู้ไม้เก่า
ไป๋หลินกะพริบตาเล็กน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้ผุดขึ้นมา เขาคือคนที่ทางการส่งมาดูแลโครงการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร และเป็นคนที่เคยเอ่ยปาก "ขอแต่งงาน" กับร่างเดิมอย่างเรียบง่ายเมื่อเดือนก่อน เพียงเพราะต้องการใช้ชื่อร่วมกันตามนโยบายจัดสรรที่ดิน ทว่าในยามที่ทุกคนรุมทิ้งขว้างและเหยียบย้ำนาง มีเพียงกู้เฉินคนนี้ที่ก้าวเข้ามาในยามวิกฤต
"บ้านของเรางั้นหรือคะ?" ไป๋หลินทวนคำ เสียงของนางแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้อกด้านซ้ายของชายหนุ่มกระตุกวูบ
"อืม บ้านของเรา" กู้เฉินพยักหน้าช้าๆ แววตาที่มักจะว่างเปล่า ปรากฏประกายความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างหาได้ยาก "ต่อให้ไม่มีโควตาโรงงาน หรือไม่มีที่ซุกหัวนอนที่นี่... ฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเธออีก"
จางชุ่ยฮวาเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแทรกขึ้นด้วยความกลัวผสมความโลภ "ดี! อยากจะพากันไปอดตายที่ไหนก็ไปเลย! แต่อย่าหวังว่าจะได้ข้าวสารติดตัวไปแม้แต่เมล็ดเดียว! สองคนผัวเมียมือเปล่า อยากรู้นักว่าจะรอดพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างไร!"
ไป๋หลินมุมปากยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นงดงามหยาดเยิ้ม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนป้าสะใภ้รู้สึกหนาดสันหลังวาบ
อดตายงั้นหรือ? สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงกลิ่นและสมุนไพรระดับแนวหน้าอย่างนาง ในโลกยุค 70-80 ที่เต็มไปด้วยความขาดแคลนนี้ กลับเป็นยุคทองที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ยังไม่ถูกสารเคมีทำลาย! ดอกไม้ป่า สมุนไพรล้ำค่า หรือแม้แต่เครื่องเทศในป่าลึก... ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนเป็นเงินทองได้ทั้งสิ้น
นางก้าวเท้าเดินผ่านหน้าจางชุ่ยฮวาไปอย่างไม่แยแส ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างกู้เฉิน กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายกลิ่นดอกซิงอี้ป่าผสมกลิ่นไอดินหลังฝน ลอยกรุ่นมาจากตัวของหญิงสาวแตะจมูกชายหนุ่ม ทำให้ลมหายใจของกู้เฉินสะดุดไปชั่วขณะ
"ไปกันเถอะค่ะ" ไป๋หลินเอ่ยเสียงเบา ทว่ามั่นคง
กู้เฉินเอื้อมมือหนามาคว้ามือเรียวที่เย็นเฉียบของนางมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของหญิงสาวอย่างประหลาด ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันออกไปจากรั้วบ้านตระกูลไป๋ ท่าสายตาดูกلفแคลนของชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นเขตหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่กระท่อมร้างปลายนาที่ทาง Gู้เฉินเพิ่งซ่อมแซมพอให้ซุกหัวนอน เสียงตะโกนหอบแฮกของเด็กรับใช้บ้านลุงใหญ่ก็ดังไล่หลังมาพร้อมกับแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ในมือ
"พี่... พี่หลินหลิน! ทางการ... ทางการจากอำเภอส่งคนมาหาท่านที่บ้าน บอกว่ามีคำสั่งด่วนเรื่องสิทธิ์การใช้ห้องปฏิบัติการปรุงยาเก่าของคอมมูน!"
กู้เฉินหยุดฝีเท้าทันที ไป๋หลินหันกลับไปมองแผ่นกระดาษในมือเด็กชาย รอยยิ้มที่มุมปากลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับไป๋หลินนะคะ
ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ•ตอนที่ 1
วิญญาณคนปรุงกลิ่นในร่างคนตกยาก
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหญิงนักปรุงกลิ่นในยุคขาดแคลน กับสามีสายซัพพอร์ตที่ไม่เคยขัดใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!