เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 27

พิชญ์เข้ามาขวาง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงกระจกร้านกาแฟสั่นสะเทือนเบา ๆ ตามแรงกระแทกของปลายนิ้วที่กำเข้าหากันจนข้อต่องอเกร็ง คิมหันต์แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที แผ่นหลังกว้างของเขาก็ปะทะเข้ากับโต๊ะไม้ตัวข้าง ๆ จนแก้วเซรามิกส่งเสียงกระทบกันน่าหวาดเสียว ดวงตาคมกริบทอประกายสีเลือด ความโกรธเกรี้ยวและแรงหึงหวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดราวกับลาวาใต้เปลือกโลกที่รอวันปะทุ ภาพที่เขาเพิ่งเห็นผ่านกระจกใสเมื่อครู่—ภาพที่พิชญ์ เพื่อนสนิทที่เขากล้าไว้วางใจมาตลอดชีวิต โอบประคองไหล่บางของลีลาวดีไว้อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มที่พิชญ์มอบให้เธอมันไม่ใช่รอยยิ้มของเพื่อน แต่มันคือรอยยิ้มของชายผู้ต้องการครอบครอง! "ไอ้พิชญ์..." ชื่อนั้นหลุดลอดไรฟันของประธานหนุ่มออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ขายาวก้าวพรวด ๆ มุ่งตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้านทันทีโดยไม่สนสายตาของลูกค้าโต๊ะอื่นที่หันมามองเป็นตาเดียว ทว่า... ก่อนที่มือหนาจะผลักบานประตูออกไปเพื่อกระชากคอเสื้อไอ้เพื่อนทรยศให้สาสมกับความอัดอั้นตันใจ ประตูบานนั้นกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนจากด้านนอก! ร่างสูงโปรดปรานของพิชญ์ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีสุขุม นิ่งสงบ และเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดวงตากลับคมปลาบเมื่อประสานเข้ากับสายตาคุกรุ่นของคิมหันต์ที่ยืนขวางทางอยู่พอดี ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว ไม่มีแม้แต่ความกระดากอาย มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากซึ่งทำให้อะดรีนาลีนในกายของคิมหันต์เดือดพล่านถึงขีดสุด "หลบไป!" คิมหันต์คำรามเสียงต่ำ ลมหายใจกระชั้นชิดด้วยความโกรธจัด มือหนาเอื้อมไปหมายจะผลักอกอีกฝ่ายให้พ้นทางเพื่อตามลีลาวดีที่เพิ่งก้าวขึ้นรถของพิชญ์ไป แต่พิชญ์กลับยืนปักหลักนิ่งสนิท มือข้างหนึ่งยกขึ้นคว้าข้อมือของคิมหันต์ไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ส่งมาจากฝ่ามือของชายหนุ่มผู้เคยดูเงียบขรึมคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย "นายไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับเธออีกแล้ว คิมหันต์" เสียงทุ้มต่ำของพิชญ์เอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น แต่น้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนน่าประหลาด "นายทำลายโอกาสสุดท้ายของตัวเองไปตั้งแต่วันที่นายเซ็นใบหย่าและไล่เธอออกจากชีวิตแล้ว" "แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน! เพื่อนทรยศอย่างแก... แอบกินลับหลังฉันมานานแค่ไหนแล้วห๊ะ!" คิมหันต์ตวาดลั่น ดวงตาดำสนิทแดงก่ำด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ จนน่ากลัว เขาพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่พิชญ์กลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับส่งสายตาสมเพชเวทนามาให้ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่มีพิษสงยิ่งกว่าคำด่าทอใด ๆ ในโลก "เพื่อนทรยศงั้นเหรอ?" พิชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองอดีตเพื่อนรักด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "คำนี้มันควรใช้กับใครกันแน่ ระหว่างฉันคนที่คอยเช็ดน้ำตาและดูแลเธอในวันที่เธอกำลังจะตายทั้งเป็น กับนาย... คนที่เหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานีจนเธอต้องอุ้มท้องหนีไปลำพัง!" ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ประโยคสุดท้ายของพิชญ์ทำให้ทุกสรรพเสียงรอบตัวคิมหันต์เงียบกริบลงทันที ลมหายใจที่เคยกระհասติดขัดชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อหู "วะ... ว่ายังไงนะ ท้องงั้นเหรอ?" เสียงของคิมหันต์สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ หัวใจดวงโตกระหน่ำซัดรัวเร็วจนเจ็บแปลบ "แกหมายความว่ายังไง... ใครท้อง?" พิชญ์ถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยมือจากข้อมือของคิมหันต์ราวกับรังเกียจที่จะแตะต้องตัวคนตรงหน้า ชายหนุ่มจัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจ "ก็ผู้หญิงที่นายเพิ่งวิ่งตามออกไปเมื่อกี้นี้ไง... ลีลาวดี ภรรยาเก่าที่นายไม่เคยชายตามอง และลูกในท้องของเธอ..." พิชญ์จงใจเว้นจังหวะเพื่อกรีดแทะหัวใจของอดีตเพื่อนรักให้แหลกละเอียด "ลูกที่เกิดจากเชื้อสายของนายเอง แต่ตลกร้ายชะมัด ที่นายกลับผลักไสเขาให้ออกมาเผชิญโลกกว้างโดยไม่เคยรู้เลยว่า เขามีสิทธิ์ในกองมรดกและหัวใจที่นายไม่มีวันได้คืน!" คิมหันต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ภาพของลีลาวดีที่เคยยืนร้องไห้กอดเข่าอ้อนวอนขอความรักจากเขาในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว ซ้อนทับกับภาพหญิงสาวร่างบางที่เดินถือเอกสารหย่าออกจากบ้านด้วยแววตาว่างเปล่าไร้เยื่อใย และภาพล่าสุด... ภาพที่เธอกำลังก้าวขึ้นรถไปกับพิชญ์โดยไม่หันกลับมามองเขาเลยสักนิด เด็กคนนั้น... ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ? เขามีลูกกับลีลาวดีงั้นหรือวะ! ความรู้สึกผิดบาปและความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนแทบกระอักเลือด ขาที่เคยแข็งแกร่งกลับอ่อนแรงลงจนเซถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์กาแฟ แก้วเซรามิกที่วางอยู่ร่วงหล่นลงมาแตกกระจายบนพื้นเสียงดังสนั่น แต่คิมหันต์กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่กำลังร่ำร้องเรียกหาชื่อของเธอ... ชื่อของผู้หญิงที่เขาเป็นคนผลักไสไล่ส่งให้หลุดมือไป พิชญ์ปรายตามองสภาพที่น่าสมเพชของอดีตเพื่อนรักด้วยความเย็นชา ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังเพื่อก้าวออกจากร้านตามลีลาวดีไป "เดี๋ยวก่อน!" คิมหันต์ตะโกนสุดเสียง ร่างสูงพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าไหล่ของพิชญ์ไว้เพื่อถามความจริงให้กระจ่างชัด "บอกฉันมาให้หมดนะว่าเธออยู่ที่ไหน! ลูกของฉัน... แกซ่อนพวกเขาไว้ที่ไหน!" พิชญ์หยุดเดินโดยไม่หันกลับมามอง ชายหนุ่มเพียงแค่เหลือบสายตากลับมามองผ่านหัวไหล่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คิมหันต์แทบคลั่งตายคาที่ "อยากรู้เหรอว่าลูกเมียนายอยู่ที่ไหน... พรุ่งนี้เช้า ลองไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวดูสิ เพราะฉันกับลีลา กำลังจะไปยื่นเรื่องฟ้องร้อง 'ตัดขาดอำนาจปกครองบุตร' ของนาย... ถาวร" ประโยคสุดท้ายทิ้งค้างกลางอากาศราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงบนแผลเน่าเฟะ คิมหันต์เบิกตากว้างจนเส้นเลือดฝอยในตาแตก ร่างกายแข็งทื่อเป็นหินเมื่อตระหนักได้ว่า... เขากำลังจะสูญเสียทั้งภรรยาและลูกไปตลอดกาลอย่างไม่มีวันหวนคืน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%