แฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดแสงวาบจนทัศนียภาพรอบกายของลีลาวดีขาวโพลนในชั่วพริบตา เสียงชัตเตอร์รัวระรัวราวกับฝนห่าใหญ่ที่ตกลงมากลางฤดูแล้ง ความวุ่นวายโกลาหลที่หน้าโฮมสเตย์หลังเล็กในต่างจังหวัดแห่งนี้ ไม่เคยอยู่ในสมการชีวิตที่เธอขีดเส้นไว้สำหรับการเริ่มต้นใหม่เลยแม้แต่น้อย
มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก สายตาคมกริบกวาดมองฝูงไฮยีน่าสวมสูทและนักข่าวบันเทิงที่เบียดเสียดกันเข้ามาตะโกนถามคำถามด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก
"จริงไหมครับคุณลีลาวดี! ที่ว่าเด็กชายคิรากรคือทายาทลับของตระกูลคิมหันต์?"
"แล้วทำไมคุณถึงต้องหนีหน้าท่านประธานคิมหันต์มาหลบซ่อนตัวที่นี่? มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรเกี่ยวกับการหย่าร้างครั้งนั้นหรือเปล่าคะ!"
ไมค์นับสิpj่อจี้เข้ามาตรงหน้าจนแทบจะชนริมฝีปาก ความอึดอัดและกลิ่นไอของความโลภในข่าวฉาวลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนร้อนผ่าว ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความเยือกเย็นทั้งหมดที่สะสมมาตลอดสามปีเต็มเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
"กรุณาถอยออกไปด้วยค่ะ นี่คือพื้นที่ส่วนบุคคล และพวกคุณกำลังละเมิดสิทธิของฉันกับลูก!" เสียงหวานที่เคยสั่นเครือในอดีต บัดนี้กลับเรียบนิ่งและเยียบเย็นจนน่ากลัว เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อบังร่างเล็กของน้องลีโอที่ซ่อนอยู่หลังชายกระโปรง
ภายในบ้านไม้หลังน้อย น้องลีโอกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดแน่น ดวงตากลมโตฉายแววหวาดผวาเมื่อเห็นผู้คนแปลกหน้ามากมายมารุมล้อมแม่ของตน เสียงสะอื้นเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเล็กๆ นั่น ยิ่งทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บปวดราวกับถูกกรีดด้วยมีดสนิม
"คุณแม่ขา... พวกเขาเป็นใคร ทำไมดุจังเลยล่ะครับ" เสียงใสแจ๋วที่เอ่ยถามลอดผ่านประตูมุ้งลวดออกมา ทำให้ฝูงนักข่าวหันขวับไปมองเป็นตาเดียวราวกับเจอขุมทรัพย์ชิ้นใหญ่
"นั่นไง! เสียงเด็ก! ลูกชายของท่านประธานจริงๆ ด้วย!" นักข่าวคนหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมกับพยายามดันตัวฝ่าวงล้อมเข้ามาใกล้ประตูบ้านมากขึ้น
ฉับพลันนั้นเอง ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปเนื้อดีที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทางไกลก็ปรากฏตัวขึ้น แหวกฝูงชนเข้ามาด้วยออร่าอันทรงพลังและความเย็นชาที่แผ่ซาบซ่านไปทั่วบริเวณ คิมหันต์ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าลีลาวดีและลูกชายไว้ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นปกป้อง แผ่นหลังกว้างที่ครั้งหนึ่งเธอเคยซบเพื่อร้องไห้ บัดนี้ยืนตระหง่านเป็นกำแพงมนุษย์กั้นกลางระหว่างเธอกับฝูงชน
ดวงตาคมกลาบกริบดุจพญาเหยี่ยวของคิมหันต์กวาดตามองเหล่านักข่าวและช่างภาพด้วยความดุดันกรุ่นโกรธ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกคนที่กล้าล้ำเส้น
"ใครอนุญาตให้พวกคุณมารุมล้อมที่นี่... ไสหัวไปให้พ้นจากบริเวณนี้เดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยคำสั่งเฉียบขาด แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับทรงพลังจนทุกคนชะงักงอน คิมหันต์หันไปส่งสัญญาณให้บอดี้์การ์ดส่วนตัวที่เพิ่งตามมาสมทบเข้าเคลียร์พื้นที่และกันตัวพวกนักข่าวออกไปทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกระลอก คิมหันต์ค่อยๆ หันกลับมามองสตรีที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมคายคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวดลึกซึ้งยามเมื่อประสานสายตากับความเย็นชาที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของลีลาวดี
"ลีลา..." เขาเอמהเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะแขนเรียวเพื่อปลอบโยน แต่กลับถูกปัดออกอย่างไม่ใยดีด้วยความรวดเร็ว
"อย่ามาแตะต้องฉัน... และอย่ามาทำเป็นห่วงลูก!" ลีลาวดีเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่สวยแดงก่ำแต่ไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาสักหยด เธอก้าวเข้ามาขวางหน้าประตูปกป้องลูกชายเอาไว้เต็มที่ "ทั้งหมดนี่มันฝีมือคุณใช่ไหมคิมหันต์? คุณจงใจปล่อยข่าว เพื่อบีบให้ฉันจนมุมใช่หรือเปล่า!"
"ไม่ใช่! ผมไม่ได้ทำ!" คิมหันต์ปฏิเสธทันควัน ดวงตาคมฉายแววร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด "ผมเพิ่งรู้ข่าวพร้อมกับพวกมันตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ผมรีบขับรถมาหาคุณทันทีเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย... ลีลา เชื่อผมเถอะ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณกับลูกเลยนะ"
"คำพูดของคุณมันไม่มีค่าอะไรกับฉันอีกแล้วค่ะคุณคิมหันต์" ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากของเธอช่างบาดลึกหัวใจชายหนุ่มยิ่งกว่าคมมีด "คุณสูญเสียสิทธิ์ที่จะได้รับความเชื่อใจจากฉันไปตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่าแล้วค่ะ... เชิญคุณกลับไปโลกจอมปลอมของคุณเถอะ อย่ามาสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตที่สงบสุขของเราแม่ลูกอีกเลย"
"แต่เด็กคนนั้น..." คิมหันต์ชะựngสายตาไปมองร่างเล็กที่แอบอยู่หลังบานประตู หัวใจของเขาเต้นรัวแรงผิดจังหวะยามเมื่อได้พินิจพิเคราะห์ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น... มันคือหลักฐานชั้นดีที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กชายคนนี้คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างแท้จริง ความรู้สึกผิดบาปและความโหยหาตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก
"เด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน... เป็นทายาทของคิมหันต์!" เขาเอמהเสียงเข้มแกมดื้อดึง ความหยิ่งยโสในฐานะประธานหนุ่มเริ่มแสดงออกมาเมื่อความอยากเป็นเจ้าของครอบงำ
"ไม่ใช่! เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว!" ลีลาวดีตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เธอกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอמהชื่อเขาด้วยซ้ำ คิมหันต์! ถ้าคุณยังไม่เลิกราวีพวกเรา ฉันสาบานเลยว่าคุณจะไม่มีวันได้เห็นแม้แต่เงาของพวกเราอีกตลอดชีวิต!"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบระเบิด คิมหันต์ชะงักงันกับคำขู่ที่เด็ดเดี่ยวและแววตาที่ไร้เยื่อใยสิ้นเชิงของอดีตภรรยา เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ แต่ทว่า... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คิมหันต์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแต่จำต้องควิบหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือเลขานุการส่วนตัวที่รายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนจับใจความแทบไม่ได้
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณคิม... มีคนส่งผลตรวจ DNA ระหว่างคุณกับเด็กชายคิรากรไปให้กับสำนักข่าวทุกสำนักพร้อมกันแล้วครับ ตอนนี้สื่อออนไลน์กำลังขุดคุ้ยเรื่องราวทั้งหมด และหุ้นของบริษัทกำลังดิ่งลงเหวเพราะข่าวฉาวเรื่องทายาทลับแล้วครับ!"
คิมหันต์หน้าถอดสีทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาหันขวับกลับมามองลีลาวดีที่ยืนจ้องเขาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
ในขณะที่คิมหันต์กำลังอึ้งงันกับข่าวร้ายที่ประดังประเดเข้ามา เสียงรถหรูคันคุ้นตาอีกคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าโฮมสเตย์อย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'พิชญ์' ที่ก้าวลงมาพร้อมกับร่มในมือ และสายตาที่มองตรงมายังคิมหันต์ด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าอย่างเปิดเผย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ!
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 34
จุดวิกฤต: เมื่อความลับถูกเปิดเผยต่อสื่อ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!