เสียงกระดูกลั่นยามเมื่อแรงกระแทกจากเหล็กกล้าพุ่งเข้าปะทะร่างอย่างจัง มันไม่ใช่เสียงที่ไพเราะ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างคิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้เคยใช้ชีวิตอยู่บนยอดปิรามิดแห่งความสุขสบาย สมควรจะต้องมาเผชิญ
แต่ในวินาทีที่โครงเหล็กหน้ารถบรรทุกพุ่งตรงมายังร่างของสองแม่ลูก ร่างกายของเขากลับขยับไปเองก่อนที่สมองจะทันได้ประมวลผล ความเย็นชา ความเย่อหยิ่ง และทิฐิอันไร้สาระที่เคยค้ำคออยู่หลายปี ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยงเกลาด้วยภาพของดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววแตกสลายของลีลาวดี
หมับ!
แรงเหวี่ยงมหาศาลผลักให้ร่างเล็กของอดีตภรรยาและเด็กชายวัยสามขวบกระเด็นหลุดพ้นรัศมีมรณะไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่า แลกมาด้วยร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่ถูกเสาป้ายจราจรและโครงรถบดขยี้เข้าอย่างจัง เลือดสีเข้มทะลักออกจากมุมปากของเขาหยดลงสู่พื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ ละอองฝนที่โปรยปรายลงมาผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
"คุณคิม!"
เสียงกรีดร้องที่หลุดออกมาจากลำคอของลีลาวดีไม่ใช่เสียงของความสะใจ แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว ร่างบางที่เพิ่งประคองน้องลีโอให้ปลอดภัยล้มพุกasลงไปกองกับพื้น มือเรียวสั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ขณะที่ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองร่างที่นอนจมกองเลือดของอดีตสามี
เด็กชายคิรากรซบหน้าลงกับอกแม่ ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจกลัว "แม่ครับ... คุณป๋า... คุณป๋าเป็นอะไรไป..."
ลีลาวดีเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจของเธอกำลังถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กที่มองไม่เห็น ภาพของชายหนุ่มผู้เคยใจร้าย ไร้หัวใจ และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี กำลังทับซ้อนกับภาพของชายคนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องลมหายใจของเธอและลูกในวินาทีเป็นตายเท่ากัน
ทำไม... ทำไมเขาถึงต้องทำถึงขนาดนี้? ในเมื่อเธอกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาเขามาโดยตลอดไม่ใช่หรือคะ?
รถพยาบาลและเสียงไซренаดังระคนกันวุ่นวายในเวลาต่อมา โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังกลายเป็นสถานที่ที่ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียด ลีลาวดีนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน เสื้อผ้าของเธอยังมีคราบเลือดสีแดงฉานของคิมหันต์เปรอะเปื้อนอยู่ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน
พิชญ์ที่เพิ่งมาถึงรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย เขาถือแก้วน้ำอุ่นยื่นให้เธอ แต่ลีลาวดีส่ายหน้าปฏิเสธช้าๆ
"ลีลา เจ็บตรงไหนหรือเปล่า น้องลีโอปลอดภัยดีไหม?" พิชญ์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามจะโอบไหล่บางปลอบโยน แต่ลีลาวดีกลับขยับตัวหลบโดยอัตโนมัติ สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปที่ประตูห้องฉุกเฉินที่ปิดสนิท
"ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่พิชญ์... แต่วินาทีนั้น เขากระโดดเข้ามา..." เสียงของลีลาวดีสั่นเครือ เธอยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองราวกับพยายามขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจ "เขาเอาตัวบังเราไว้ พี่พิชญ์คะ... ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น ลีรอดก็จริง แต่น้องลีโอ... ลูกของเราคง..."
พูดมาถึงตรงนี้ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกผิด ความสับสน และความเจ็บปวดตีรันรวนอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก
ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับแพทย์หนุ่มที่เดินออกมาด้วยสีหน้าอ่อนล้า ลีลาวดีและพิชญ์รีบพุ่งเข้าไปหาทันที
"คุณหมอคะ สามี... เอ๊ย คนไข้เป็นยังไงบ้างคะ?" ลีลาวดีถามเสียงสั่น
"ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้วครับ โชคดีที่กระดูกไม่หัก and อวัยวะภายในไม่ได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง แต่มีแผลฟกช้ำดำเขียวและเสียเลือดมาก ต้องพักAดูอาการอย่างใกล้ชิดสักระยะครับ"
คำว่า 'ปลอดภัย' ทำให้ลมหายใจที่ถูกกักไว้ของลีลาวดีหลุดออกมาอย่างโล่งอก เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มเงียบๆ ขณะที่พิชญ์ทำได้เพียงมองท่าทีนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่านยากในแววตา
เมื่อคิมหันต์ถูกย้ายมายังห้องพักผู้ป่วยพิเศษวีไอพี ลีลาวดีตัดสินใจที่จะเข้าไปดูอาการเขาตามลำพัง ปล่อยให้น้องลีโอนอนหลับพักผ่อนอยู่กับพิชญ์ที่ห้องรับรองด้านนอก
ร่างสูงของคิมหันต์นอนพักอยู่บนเตียงสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเชิดหยิ่งบัดนี้มีรอยฟกช้ำและแผลแตกที่มุมปาก ผิวพรรณซีดเซียวจนน่าใจหาย สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือหนา ภาพนี้ช่างแตกต่างจากประธานหนุ่มผู้เย็นชาคนเดิมราวฟ้ากับเหว
ลีลาวดีก้าวเข้าไปใกล้เตียงช้าๆ ฝีเท้าของเธอเบาเสียจนแทบไม่ได้ยินเสียง เธอยืนมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"ตื่นมาทำไมให้มันยุ่งยากคะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาหวิว ราวกับรำพึงกับตัวเองมากกว่าจะพูดให้เขาฟัง "คุณเกลียดฉันไม่ใช่หรือคะคุณคิมหันต์... คุณทำร้ายฉันสารพัด ทำไมถึงต้องเอาชีวิตตัวเองมาแลกกับผู้หญิงที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาคุณด้วยล่ะคะ?"
เปลือกตาหนาที่ปิดสนิทอยู่ค่อยๆ ขยับไหว ช้าๆ ก่อนที่ดวงตาสคมเข้มจะลืมขึ้นมามองสบกับดวงตาคู่สวยของเธอ แววตาของคิมหันต์ในยามนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนล้า ความเจ็บปวด และประกายบางอย่างที่วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่าใจหาย
ริมฝีปากแห้งผากขยับยิ้มฝื่อนๆ ออกมาเล็กน้อย เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอ
"เพราะ... เพราะฉันรู้ตัวช้าเกินไปต่างหากล่ะ..."
ลีลาวดีชะงัก หัวใจกระตุกวูบ เธอยืนนิ่ง ไม่ยอมขยับถอยหลังแต่ก็ไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม "คุณหมายความว่ายังไงคะ?"
คิมหันต์พยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แม้ความเจ็บแปลบที่ซี่โครงจะแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับฝืนทน สายตาคมกริบจดจ้องมองลีลาวดีราวกับกลัวว่าหากกะพริบตาเธอจะหายวับไปกับตา
"ฉันรู้แล้วลีลา... รู้ว่าความสุขที่แท้จริงในชีวิตของฉันมันหน้าตาเป็นยังไง และรู้ว่าฉันได้ทำลายมันลงด้วยมือของตัวเองมากแค่ไหน" คิมหันต์แค่นหัวเราะเยาะตัวเอง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "ใบหย่าที่คุณเซ็นให้... ฉันไม่เคยยอมรับมันในใจเลยสักวินาทีเดียว"
ลีลาวดีเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธระลอกเก่าเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดเอาแต่ใจของเขา เธอยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเย้ยหยัน
"สายไปแล้วค่ะคุณคิมหันต์ ประโยคคำว่า 'รู้ตัวช้าไป' มันใช้เยียวยาความรู้สึกของฉันไม่ได้หรอกนะคะ บาดแผลที่คุณฝังไว้ในใจฉัน มันลึกเกินกว่าที่คุณจะใช้ความดีความชอบแค่ครั้งเดียวมาลบมันออกไปได้"
"ลีลา..." คิมหันต์เอื้อมมือหนาที่สั่นเทาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ แต่ลีลาวดีกลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็วจนปลายนิ้วของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
"อย่าแตะต้องตัวฉันค่ะ" เธอกล่าวเสียงเรียบเย็น แววตาที่มองมาที่เขานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ "ขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตฉันกับลูกเมื่อAตอนเย็น มันทำให้เราหายกัน... คุณไม่ติดค้างอะไรฉันอีก และฉันก็ไม่ได้ติดค้างอะไรคุณเช่นกัน จากนี้ไป ต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ"
พูดจบ ลีลาวดีก็หมุนตัวหันหลังให้ทันที เธอเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยแห่งนี้ เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์บ้าๆ นี่เสียที
ทว่า...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยพยาบาลสาวคนเดิม พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ เธอมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตามองคนทั้งคู่
"ขอโทษนะคะคุณคิมหันต์ พอดีมีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ ระบุว่าเป็นเอกสารลับส่วนบุคคลจากห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลที่เราส่งตรวจเมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะ"
ลีลาวดีชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน เธอหันกลับมามองพยาบาลสาวสลับกับคิมหันต์ด้วยความประหลาดใจ
คิมหันต์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย เขาจำไม่ได้ว่าตนเองเคยสั่งให้ตรวจอะไรที่เป็นความลับระดับนี้ แต่สายตาคมกริบกลับเหลือบไปเห็นชื่อที่ระบุอยู่บนหน้าซองเอกสาร เป็นชื่อของเด็กชายคิรากร... ลูกชายของเขา
มือหนารับแฟ้มเอกสารนั้นมาด้วยความรู้สึกใจหายวาบ ลมหายใจในห้องราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลีลาวดีเองก็ยืนนิ่ง คล้ายสังหรณ์ใจบางอย่างกำลังกรีดร้องอยู่ในอก
คิมหันต์ค่อยๆ ดึงแผ่นกระดาษด้านในออกมา ดวงตาคมกวาดอ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย... ทีละน้อย... จนแทบจะถסתออกมานอกเบ้า
ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันของDNAเด่นชัดหราอยู่ตรงหน้า พร้อมกับข้อความสรุปผลที่ทำเอาลมหายใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งขาดห้วงไปในทันที
มือที่ถือกระดาษสั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกรถชนเสียอีก คิมหันต์เงยหน้าขึ้นช้าๆ มองสบตาอดีตภรรยาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ปลายเตียง ร่องรอยของความตกตะลึงระคนความผิดหวังระลอกใหญ่พรั่งพรูออกมาจากดวงตาคู่นั้น
"ลีลา..." เสียงของคิมหันต์แหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเธอราวกับคนใกล้คลั่ง "นี่มัน... หมายความว่ายังไง... ทำไมเด็กคนนั้น... ทำไมลูกถึงเป็น..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ!
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 33
สิ้นสุดองค์ที่ 2: รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!