กลิ่นอายความวุ่นวายของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองในยามบ่ายไม่ได้ช่วยให้จังหวะชีพจรในอกของลีลาวดีเต้นช้าลงเลยแม้แต่น้อย ปลายเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดก้าวเดินอย่างมั่นคง ทว่าในมือเรียวกลับกำสายสะพายกระเป๋าเป้ของลูกชายแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอเพิ่งพา
"คุณแม่ขา ลีโออยากกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตชิปที่ร้านโน้นจังเลยครับ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นทำลายความคิดฟุ้งซ่าน ลีลาวดีก้มลงมองใบจิ้มลิ้มที่มีรอยเปื้อนคราบไอศกรีมเลอะมุมปากนิดๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววอ่อนโยนขึ้นทันที ความกลัวและความระแวงที่เกาะกุมหัวใจเมื่อครู่ถูกปัดเป่าออกไปชั่วขณะด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ของลูกชาย
"ได้สิคะ แต่เราต้องไปล้างมือให้สะอาดก่อนนะคนเก่ง" เธอเอ่ยเสียงนุ่ม พลางใช้มืออีกข้างหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับมุมปากให้ลูกน้อยอย่างทะนุถนอม โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าบรรยากาศรอบกายรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อกลุ่มคนเดินสวนทางกันเริ่มเบียดเสียดมากขึ้นตามช่วงเวลาเร่งด่วนของวันหยุด
ทว่า ในวินาทีที่ลีลาวดีหันหลังกลับเพื่อจูงมือลูกชายเดินไปยังร้านไอศกรีม ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ดอย่างไม่เป็นทางการก็ก้าวพ้นประตูร้านกาแฟแบรนด์ดังออกมาพอดี
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่คุ้นเคย—กลิ่นที่เคยฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวดและคราบน้ำตา ลอยมาแตะจมูกเธอก่อนที่สายตาจะทันได้ประสานกันเสียอีก
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนลงตรงนั้น
ลีลาวดีรู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจสะดุดกкаก หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นลงไปกองที่ตาตุ่มเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับร่างสูงสง่านั้นเหลือเพียงไม่ถึงสองก้าว!
คิมหันต์ยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา รังสีความเย่อหยิ่งที่เคยห่อหุ้มตัวเขาไว้มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงระคนความโหยหาที่ล้นทะลักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
*ลีลา...*
ชื่อนั้นกรีดร้องอยู่ในอกของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขามองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงที่เขาตามหาพลิกแผ่นดินมาตลอดหลายเดือน ทว่าบัดนี้เธอยืนอยู่ตรงนี้ สวยสง่าขึ้น เข้มแข็งขึ้น และเย็นชาใส่เขาเสียยิ่งกว่าคนแปลกหน้า
สายตาของคิมหันต์กวาดมองใบหน้านวลเนียนที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ก่อนที่นัยน์ตาคู่คมจะเลื่อนลงไปหยุดอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังกระโปรงของเธอ
ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และริมฝีปากหยักได้รูปนั่น... มันถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาราวกับส่องกระจกเงา!
"ลีลา..." เสียงทุ้มต่ำที่สั่นเครือหลุดลอดริมฝีปากของคิมหันต์ออกมาอย่างยากเย็น เขาก้าวเท้าสืบไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาเอื้อมมือไปไม่ถึง
แต่ลีลาวดีไวกว่า เธอมือสั่นเทาแต่กลับมีความเด็ดเดี่ยวฉายชัดในแววตา ความทรงจำอันเจ็บปวดในคืนวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาพร้อมกับคราบน้ำตาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ เธอน่ะหรือจะยอมให้เขากลับเข้ามาทำลายความสงบสุขที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาได้? ไม่มีทาง!
"อย่าเข้ามานะคะ!" ลีลาวดีเปล่งเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันและความเย็นชาชนิดที่คิมหันต์ไม่เคยได้รับมาก่อน
เธอใช้มือข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของน้องลีโอก่อนจะหมุนตัวกลับหลังหันแล้วออกวิ่งหนีทันทีอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้คิมหันต์ยืนแข็งค้างอยู่กลางฝูงชน หัวใจของเขาชาหนึบราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมากลางอก
"ลีลา! เดี๋ยว! หยุดนะ!" คิมหันต์ได้สติ เขารีบพุ่งตัวตามไปทันทีด้วยความร้อนรนราวกับคนบ้า ลืมสิ้นภาพลักษณ์ท่านประธานผู้สุขุมนุ่มลึก เหลือเพียงสามีผู้โง่เขลาที่กำลังวิ่งตามไขว่คว้าลมหายใจของตัวเองกลับคืนมา
เสียงฝีเท้ากระชั้นชิดตามหลังมาพร้อมกับเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความเวทนาและเจ็บปวด แต่ลีลาวดีไม่มีวันหันกลับไปมองอีกแล้ว เธอพาลูกชายเลี้ยวลัดเลาะไปตามผู้คนที่เดินพลุกพล่านด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความหวาดกลัวไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเธอเอง แต่มันคือความกลัวที่จะต้องสูญเสียลูกชายสุดที่รักให้กับผู้ชายใจร้ายคนนั้นต่างหาก
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการหลบหนี ลีลาวดีไม่ทันระวังตัวว่าเบื้องหน้าคือทางแยกเชื่อมต่อกับลานจอดรถชั้นใต้ดินที่มีผู้คนบางตา และในเสี้ยววินาทีที่เธอหักเลี้ยวหลบเสาต้นใหญ่ ร่างของเธอก็พุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง แรงกระแทกทำให้ร่างเพรียวเซถลาเกือบล้มลงพื้น หากไม่มีวงแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งเอื้อมมารวบเอวเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที
"ระวังครับ ลีลา! เกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าตาตื่นขนาดนั้น?"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เต็มไปด้วยความห่วงใยดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหลาอ่อนโยนของพิชญ์ที่ก้มลงมองเธอด้วยความตกใจ ลีลาวดีหอบหายใจโยนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดขณะซบหน้าลงกับไหล่ของชายหนุ่มเพื่อตั้งสติ
และในจังหวะเดียวกับที่คิมหันต์วิ่งเลี้ยวพ้นมุมเสาตามมาพอดี ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความเดือดดาลระอุจนแทบเป็นไฟ เมื่อภาพที่ปรากฏแก่สายตาคืออดีตภรรยาของเขากำลังอยู่ในอ้อมกอดที่แนบชิดสนิทสนมของ "พิชญ์"—ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่เขาเกลียดเข้าไส้!
คิมหันต์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบถอยร่างหนีห่าง
"ปล่อยมือออกจากภรรยาของฉัน!" คิมหันต์คำรามลอดไรฟัน เสียงต่ำลึกที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและกรุ่นโกรธดังก้องไปทั่วบริเวณหยุดทุกลมหายใจของผู้คนในรัศมีร้อยเมตรให้เงียบกริบลงในทันที!
(ด้วยรักจากชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ)
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 17
สวนกันในเสี้ยววินาที
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!