เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 31

น้ำตาของอดีตสามี

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือของพิชญ์สั่นระริก แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงราวกับสะท้อนความตื่นตระหนกที่บ้าคลั่งในอกของเจ้าของ ข่าวประกาศด่วนจากสำนักข่าวหัวสีพาดหัวตัวโตด้วยอักษรสีแดงฉานระդับแจ้งเตือนภัยวิกฤต ภาพวิดีโอวงจรปิดและคลิปเสียงเบื้องหลังตึกสูงระฟ้าของอาณาจักรธุรกิจตระกูลคิมกำลังถูกแชร์ออกไปเป็นวินาทีละหลายหมื่นครั้ง ราวกับไฟป่าที่ลุกลามเลียทำ1ลายทุกสิ่งจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า คิมหันต์ยืนนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงและเยือกเย็นชามาตลอดชีวิต บัดนี้กลับเบิกกว้างจนแทบปริ ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปสองก้าวราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดเข้าที่กลางหน้าผากอย่างจัง เสียงผู้ประกาศข่าวหญิงในโทรทัศน์ประกาศก้องถึงหลักฐานการทุจริต การฟอกเงิน และที่สำคัญที่สุด... คลิปเสียงการสั่งการปกปิดคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อห้าปีก่อน ที่พรากชีวิตมารดาบังเกิดเกล้าของลีลาวดีไปตลอดกาล เสียงนั้นชัดเจน แจ่มแจ้ง และไม่มีทางปฏิเสธว่าเป็นสุ้มเสียงของใครอื่นไปได้ นอกจากบิดาแท้ๆ ของเขาเอง "ไม่... ไม่จริง!" คิมหันต์พึมพำกับตัวเอง ลมหายใจสะดุดติดขัดราวกับคนจมน้ำ ทั่วทั้งร่างเย็นเฉียบราวกับถูกโยนลงไปในมหาสมุทรน้ำแข็ง ความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมอันหรูหรา บัดนี้ถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้าสาธารณชน ความพินาศของตระกูลคิมมาถึงจุดสิ้นสุดแล้วในชั่วพริบตาเดียว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กรีดแทะหัวใจของเขาให้แหลกสลายเท่ากับเงาร่างของหญิงสาวที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่มุมห้อง ลีลาวดีไม่ได้กรีดร้อง เธอไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววความรัก ความเจ็บปวด และความอ่อนแอในอดีต บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิดนับร้อยลูกเสียอีก "สะ... สะใจคุณหรือยังคะ?" คิมหันต์หันกลับมามองอดีตภรรยาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ หัวใจของเขาบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบราวกับมีใครเอามีดมากรีดซ้ำๆ "นี่ใช่ไหม... สิ่งที่คุณรอคอย การพังทลายทั้งหมดของตระกูลผม..." ลีลาวดีแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ระคนไปด้วยสมเพชเวทนาจนคนฟังรู้สึกชาไปทั้งตัว เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละน้อย ส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคง สะท้อนความแข็งแกร่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากซากปรักหักพังของน้ำตาในอดีต "พังทลายเหรอคะ?" ลีลาวดีทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกนอาบยาพิษ "คุณคิดว่าสิ่งที่ครอบครัวคุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันสาสมพอแล้วกับชีวิตแม่ฉันที่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อนหรือไงคะ คิมหันต์? คุณมันก็แค่คนตาบอดที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาเจอความจริงอันเน่าเฟะที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือ!" "ลีลา..." เขาเอื้อมมือสั่นเทาหมายจะคว้าแขนเธอไว้ แต่กลับถูกปัดออกอย่างไร้เยื่อใย "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่อัดอั้นมานานแรมปี "ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกัน คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน มองฉันเป็นแค่เครื่องประดับไร้ค่าในบ้านหลังใหญ่โตนั่น คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตาสนใจว่าฉันต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิดบาปอะไรบ้างที่พ่อของคุณเป็นคนฆ่าแม่ฉัน... และคุณ! คุณเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมมือกันปิดหูตาฉัน ปิดบังความจริงอันโสมมนั้นเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลจอมปลอมของคุณ!" คำพูดแต่ละคำพุ่งปะทะเข้าใส่หัวใจของคิมหันต์ราวกับห่ากระสุนปืน เขารู้สึกหายใจไม่ออก หน้าอกแน่นจนปวดร้าวไปหมด ความสำนึกผิดที่โถมซัดเข้ามาพร้อมๆ กับวิกฤตของตระกูล ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองช่างต่ำต้อยและไร้ค่าเหลือเกิน เขาก้มลงคุกเข่าลงแทบเท้าของหญิงสาวอย่างไร้ศักดิ์ศรี ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ยอมก้มหัวให้อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียดหยามอย่างไม่หลงเหลือมามาดเดิม "ผมขอโทษ..." เสียงของเขาขาดห้วง มีเสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาจากลำคอหนาอย่างน่าเวทนา คิมหันต์ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจและสำนึกผิดไหลรินอาบสองข้างแก้มเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี "ผมขอโทษ... ลีลา ผมไม่เคยรู้เรื่องอุบัติเหตุนั้นเลยจริงๆ ถ้าผมรู้... ถ้าผมรู้ว่าพ่อทำอะไรลงไป ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณ ไม่มีวันทำร้ายคุณให้บอบช้ำแบบนี้แน่นอน..." ลีลาวดีก้มมองอดีตสามีที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้า เธอยืนมองเขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น ความเจ็บปวดที่เธอเคยมีต่อเขาในอดีต บัดนี้มันด้านชาเสียจนกลายเป็นความว่างเปล่า "คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ, คิมหันต์" เธอก้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือก "มันเทียบไม่ได้เลยกับความโดดเดี่ยวที่ฉันต้องเผชิญตอนที่อุ้มท้องลูกชายของเราโดยไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง... มันเทียบไม่ได้กับหยดน้ำตาที่ฉันเสียให้คุณนับครั้งไม่ถ้วน" เธอสะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินจูงมือลูกชายที่ยืนหลบอยู่หลังโซฟาออกไปจากห้องแห่งความทรงจำอันเน่าเฟะนี้ แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนพร้อมกับเสียงหอบหายใจรัวเร็วก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อน พิชญ์ที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์จากทีมทนายความ พุ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างมองหน้าคิมหันต์สลับกับลีลาวดีด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม "ลีลา... คิมหันต์... พวกคุณต้องดูนี่ต่อ..." พิชญ์ยื่นแท็บเล็ตในมือมาตรงหน้า ลายเส้นข่าวสารวิ่งกระพริบสีแดงแจ๋ พร้อมกับภาพถ่ายเอกสารลับฉบับสุดท้ายที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตีแผ่บนโลกออนไลน์ "ตำรวจบุกค้นตู้เซฟลับในห้องทำงานของพ่อคิมหันต์แล้ว... และพวกเขากำลังออกหมายจับบุคคลปริศนาอีกคนที่ร่วมมือกันฟอกเงินและเซ็นชื่อรับรองเอกสารอำพรางคดีเมื่อห้าปีก่อน..." คิมหันต์ชะงัก เงยหน้าขึ้นจากพื้นด้วยความงุนงง น้ำตายังคงเปรอะเปื้อนใบหน้าคมคาย "ใคร... ใครคือคนเซ็นชื่อร่วม?" พิชญ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลีลาวดีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนตกตะลึง "เอกสารฉบับนั้น... มีลายเซ็นของ 'คุณ' เป็นพยานรู้เห็นด้วย... ลีลาวดี!" หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง ร่างบางยืนแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวกลางวันแสกๆ เธอน่ะหรือเซ็นชื่อ? เธอน่ะหรือจะยอมลงมือช่วยเหลือฆาตกรที่ฆ่าแม่ตัวเอง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%