เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 38

ห้องพักฟื้นเดือด

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ความเงียบสงบที่ถูกคั่นด้วยเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพ กลับยิ่งทำให้หัวใจของคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบหยุดเต้น ลีลาวดีนั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาบุหนังอย่างดี ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำและบวมเป่งจากการร้องไห้มาอย่างหนักตลอดทั้งคืน มือเรียวบางที่เคยสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นในอดีต บัดนี้กลับประสานเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เธอกำลังมองร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้าคมคายที่เคยเชิดหยิ่งและเย็นชาใส่เธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับดูซีดเซียวและไร้พิษสงยามเมื่อมีสายน้ำเกลือระโยงระยางเต็มแขน ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายคนที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่มีวันหันกลับไปมองอีก... แต่พอในวันที่เขาฟุบหมดสติล้มลงไปต่อหน้าต่อตาจากโรคกระเพาะกำเริบหนักร่วมกับภาวะร่างกายอ่อนเพียรสะสม หัวใจเจ้ากรรมของเธอกลับทรยศด้วยการบีบรัดเข้าหากันอย่างเจ็บปวด "คุณคิมคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่จ่อจะไหลรินลงมาอีกรอบ ความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา บัดนี้มันกลับทะลักล้นออกมาจนปิดไม่มิด เธอยอมรับกับตัวเองอย่างน่าสมเพชว่า ต่อให้พยายามหนีไกลแค่ไหน สุดท้ายหัวใจดวงนี้ก็ยังคงมีเงาของเขาฝังรากลึกอยู่ดี ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ทำให้ลีลาวดีต้องรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มลวกๆ แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัวเอง ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของพิชญ์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย ในมือถือถุงโจ๊กอุ่นและแก้วกาแฟ "ลีลา... ผมว่าคุณควรไปพักผ่อนสักหน่อยนะ หน้าซีดหมดแล้ว เฝ้ามาทั้งคืนแบบนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน" พิชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับวางของลงบนโต๊ะข้างเตียง สายตาทอดมองอดีตสามีของหญิงสาวบนเตียงด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่พิชญ์ ขอบคุณนะคะสำหรับของกิน... แต่ลียังไม่อยากไปไหน" ลีลาวดีส่ายหัวเบาๆ ปฏิเสธความหวังดีนั้นอย่างสุภาพ สายตาของเธอยังคงไม่ละไปจากใบหน้าของคนเจ็บ พิชญ์ถอนหายใจยาวอย่างเข้าใจ เขาตบไหล่บางเบาเพื่อเป็นกำลังใจ "งั้นผมขอตัวไปคุยกับคุณหมอเรื่องผลตรวจเพิ่มเติมก่อนนะ มีอะไรโทรหาผมได้ตลอด" เมื่อพิชญ์เดินออกไปและปิดประตูลงเบื้องลึก ห้องพักฟื้นก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ลีลาวดีลุกขึ้นจากโซฟา เดินเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยช้าๆ เธอยืนมองเปลือกตาที่ปิดสนิทนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรอนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ทั้งรัก และทั้งสงสาร... มันปะปนกันจนแยกไม่ออก ทันใดนั้นเอง เปลือกตาของคนที่นอนนิ่งอยู่ก็ขยับไหว หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ เธอยืนนิ่งค้างโดยไม่รู้ว่าควรจะถอยหลังหรือก้าวเข้าไปใกล้ คิมหันต์ค่อยๆ ปรือตาขึ้นปรับโฟกัสกับแสงไฟในห้อง ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะกวาดมองไปรอบๆ และมาหยุดอยู่ที่ร่างบางซึ่งยืนอยู่ข้างเตียง คิมหันต์นิ่งงั้นไปชั่วขณะ ริมฝีปากแห้งผากขยับเล็กน้อยคล้ายพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "ลีลา..." ชื่อของเธอที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำให้ขอบตาของลีลาวดีร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาต้านทานความอ่อนแอในใจ "ฟื้นแล้วเหรอคะ... ถ้าตื่นแล้วก็ดี หมอจะได้มาตรวจอาการซ้ำ คุณจะได้รีบออกจากโรงพยาบาลสักที" น้ำเสียงของเธอพยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด แต่มันกลับสั่นเครือจนจับพิรุธได้ คิมหันต์มองรอยร้าวบนใบหน้าและดวงตาที่แดงก่ำของอดีตภรรยา หัวใจของเขาเจ็บแปลบยิ่งกว่าแผลในกระเพาะเสียอีก เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดทั้งหมดที่เธอแสดงออกมาในตอนนี้ มันเป็นเพราะความเป็นห่วง... ห่วงผู้ชายใจร้ายคนนี้ที่เธอเคยอยากตัดขาด "เธอ... ร้องไห้ให้ฉันเหรอ" คิมหันต์เอ่ยถามเสียงแหบแห้ง สายตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ "อย่าหลงตัวเองเลยค่ะคุณคิม ฉันก็แค่... กลัวว่าถ้าคุณมาตายในโรงพยาบาลนี้ ลูกชายฉันจะพลอยเดือดร้อนเรื่องเอกสารมรดกไปด้วยก็เท่านั้น" ลีลาวดีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามใช้วาจาเชือดเฉือนเพื่อปกปิดความสั่นไหวในหัวใจ คิมหันต์แค่น3หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างขมขื่น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของเขาเอง "ปากแข็ง... ตั้งแต่แต่งงานจนหย่า เธอก็ยังปากแข็งแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ลีลา" "ถ้าจำได้ว่าเราหย่ากันแล้ว กรุณาให้เกียรติสถานะปัจจุบันของเราด้วยค่ะ เราเป็นแค่อดีตสามีภรรยา และเป็นแค่พ่อกับแม่ของน้องลีโอเท่านั้น" เธอย้ำคำว่า "อดีต" ชัดเจน เพื่อเตือนสติทั้งเขาและเธอ แต่คิมหันต์กลับไม่ได้สะเทือนใจกับคำพูดตัดเยื่อใยนั้นเหมือนก่อนอีกแล้ว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง เขาค่อยๆ ขยับตัวจะลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บที่ท้องทำให้เขาต้องนิหน้าด้วยความทรมาน "ระวังค่ะ!" ลีลาวดีเผลออุทานด้วยความตกใจ ร่างกายขยับเข้าไปช่วยพยุงไหล่หนาของเขาโดยอัตโนมัติ มือเรียวช่วยจัดหมอนหนุนหลังให้เขานั่งพิงได้อย่างทุลักทุเล สัมผัสที่คุ้นเคย กลิ่นกายสะอาดที่เธอเคยซุกซบในยามค่ำคืน แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแค่ไหน แต่มันก็ยังคงสลักลึกอยู่ในความทรงจำ คิมหันต์ฉวยโอกาสนี้คว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เธอผละหนี ดวงตาสีเข้มมองสบตาเธอนิ่ง เนิ่นนาน... จนลีลาวดีรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงน้ำวนแห่งความรู้สึกนั้น "ลี... ฉันขอโทษ" คำพูดสามคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ลีลาวดีเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความไม่คาดคิด "คุณ... พูดอะไรนะคะ" "ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา" คิมหันต์เอ่ยซ้ำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและจริงจังอย่างที่สุด แววตาคมคายคู่นั้นไม่มีความหยิ่งยโสเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเจ็บปวดและความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดนับตั้งแต่วันที่เธอหันหลังเดินจากไป "วันที่ไม่มีเธอ... วันที่บ้านหลังนั้นเหลือแค่ความว่างเปล่า ฉันถึงได้รู้ว่า... ฉันโง่แค่ไหนที่ปล่อยผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตหลุดมือไป" หยาดน้ำตาที่ลีลาวดีพยายามอดกลั้นมาตลอด พาลจะทะลักล้นออกมาให้ได้ คำขอโทษที่เธอรอคอยมาเนิ่นนาน ในวันที่สายเกินไป ในวันที่เธอสร้างเกราะกำแพงปกป้องตัวเองและลูกจนแข็งแกร่งแล้ว ทำไม... ทำไมมันถึงเพิ่งมาดังขึ้นในวันที่เธอกำลังจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้เขา "มันสายไปแล้วค่ะคุณคิม..." ลีลาวดีดึงข้อมือของตัวเองกลับจากการเกาะกุมของเขาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากเธอนั้นช่างดูเศร้าสร้อยและเย็นชา "คำขอโทษของคุณ มันซื้อเวลาสามปีที่ฉันต้องจมอยู่กับน้ำตาและความโดดเดี่ยวคืนมาไม่ได้หรอกค่ะ" "ลี..." "พักผ่อนเถอะค่ะ หายดีแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องน้องลีโอ... ในฐานะพ่อแม่ก็พอ" เธอกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เรียบสนิท หันหลังเตรียมจะเดินเลี่ยงไปตั้งสติที่มุมห้อง ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยพยาบาลสาวที่ถือแฟ้มประวัติคนไข้เข้ามา พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งนำหน้าเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มสดใส "หม่าม้าจ๋า! คุณป๋าตื่นหรือยางงง น้องลีโอเอาซาลาเปามาฝากคุณป๋าด้วยนะฮะ!" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายคิรากรทำให้ทั้งลีลาวดีและคิมหันต์ชะงักค้าง ลีลาวดีหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปจะอุ้มลูกชายออกไปจากตรงนั้น แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเด็กน้อยวิ่งมาเกาะขอบเตียงผู้ป่วย และเงยหน้ามองคิมหันต์ตาแป๋ว คิมหันต์มองเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มที่มีร่องรอยเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายตนเองราวกับแกะ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ร่างกายชาดิกไปหมดเมื่อฉุกคิดถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ "ดะ... เด็กคนนี้..." คิมหันต์หันขวับมามองหน้าลีลาวดีที่ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นปั้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยการคำนวณวันเวลาในหัวของอดีตสามี "คุณคิม... ฟังฉันก่อนนะ!" ลีลาวดีอุทานเสียงหลง ก้าวเข้าไปหมายจะดึงตัวลูกชายถอยห่าง แต่คิมหันต์กลับใช้มือสั่นเทาคว้าใบผลตรวจประวัติสุขภาพและใบสูติบัตรที่ร่วงหล่นออกจากกระเป๋าเสื้อของพยาบาลที่เผลอวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาเปิดดู สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขปีเกิดและชื่อมารดาบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนที่หยาดน้ำตาแห่งความตกตะลึงจะเอ่อล้นขึ้นมาในดวงตาของประธานหนุ่มผู้เย็นชา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%