กลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อและยาสลบยังคงอบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นวีไอพีสีขาวสะอาด ทว่าสิ่งที่หนาแน่นยิ่งกว่ากลับเป็นความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ลีลาวดีนอนพิงหมอนใบโต ใบหน้าหวานซีดเซียวไร้เครื่องสำอาง ปลายเข็มน้ำเกลือที่เจาะอยู่หลังมือข้างขวายังคงหยดของเหลวใสลงสู่เส้นเลือดช้าๆ ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมองเขาด้วยความรักและภักดี บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และว่างเปล่า ราวกับมองผ่านอากาศธาตุ
คิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้เคยถือครองอำนาจเหนือทุกสิ่งในกำมือ บัดนี้เข่าทั้งสองข้างกลับทรุดฮวบลงแนบกับพื้นกระเบื้องยางเย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ มือหนาที่เคยใช้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยและผลักไสเธอออกจากชีวิต กำลังยกขึ้นกุมใบหน้าคมสันที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา ลูกผู้ชายที่ไม่เคยหลั่งน้ำให้ใครเห็นแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนอยู่ข้างเตียงของผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบยละความรู้สึกไว้อย่างเลือดเย็น
"ลีลา..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิด และความหวาดกลัวขั้นสุด "พะ... พี่ขอโทษ พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ได้โปรด... ให้อภัยพี่เถอะนะ"
ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาวบนเตียง มีเพียงดวงตาคู่สวยที่เหลือบมองลงมาด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ซึ่งมันคมกริบยิ่งกว่าใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ลีลาวดีเม้มริมฝีปากที่แห้งผากเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดที่สะสมมานานนับปี
"คุณขอโทษฉันเรื่องอะไรเหรอคะ คุณคิมหันต์" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างยากเย็น แต่ทว่าชัดถ้อยชัดคำบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เรื่องที่คุณเคยบอกว่าฉันเป็นแค่นางบำเรอราคาแพงในบ้านเหรอคะ? หรือเรื่องที่คุณปล่อยให้คนอื่นเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน ขณะที่คุณเดินควงผู้หญิงคนอื่นออกงานสังคมหน้าตาเฉย? หรือ... เรื่องที่คุณบังคับให้ฉันเซ็นใบหย่าทั้งๆ ที่ลูกในท้องของเรายังไม่ทันลืมตาดูโลกกันแน่?"
ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาเปรียบเสมือนหมัดเหล็กที่ชกเข้าที่กลางใจของคิมหันต์อย่างจัง ชายหนุ่มสะอื้นหนักขึ้นไปอีก เขาเอื้อมมือสั่นเทาหมายจะกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนผ้าห่ม แต่ลีลาวดีกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับสัมผัสของเขามันคืองูพิษร้ายที่พร้อมจะแว้งกัดเธอให้ตายทั้งกลม
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอสะบัดหน้าหนี ดวงตาคู่สวยแดงก่ำแต่ไร้ซึ่งน้ำตา เพราะมันหลั่งรินจนหมดเกลี้ยงไปตั้งแต่คืนวันที่เธอต้องอุ้มท้องโตหนีตายออกจากคฤหาสน์หลังนั้นแล้ว "ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัดนะคะคุณคิมหันต์ ในวันที่ฉันอ้อนวอนขอความเห็นใจจากคุณ ในวันที่ฉันกราบกรานขอให้คุณหันมามองลูกของเราบ้าง คุณทำยังไงกับเราคะ? คุณไล่เราออกไปเหมือนหมูเหมือนหมา!"
"พี่รู้แล้ว... พี่รู้แล้วว่าพี่โง่แค่ไหน!" คิมหันต์โขกศีรษะลงกับขอบเตียงผู้ป่วยอย่างแรงด้วยความรู้สึกเกลียดชังตัวเอง หยดน้ำตาของเขาหยดลงบนหลังมือของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า "พี่ตาบอด พี่หลงระเริงไปกับเปลือกนอกจอมปลอมจนมองไม่เห็นเพชรแท้ที่อยู่ข้างกาย พี่ชดใช้... พี่ขอโอกาสชดใช้บาปทั้งหมดที่ทำไว้เถอะนะลีลา ให้พีนับหนึ่งใหม่ ได้โปรด... ให้พี่ได้ดูแลเธอกับลูกเถอะนะ"
ลีลาวดีนิ่งเงียบ เธอมองผู้ชายที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนเธอแทบเท้า ชายผู้เคยเย่อหยิ่งจนคอตั้งบัดนี้กลับยอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดลงเพื่อขอเศษเสี้ยวความเมตตา แต่มันสายเกินไปแล้ว... หัวใจที่ถูกทุบทำลายจนละเอียดเป็นผุยผง ไม่สามารถประกอบกลับขึ้นมาใหม่ได้ด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ
"ลูกเหรอคะ?" มุมปากของลีลาวดีกระตุกยิ้มเยาะ "วันที่คุณเซ็นใบหย่า คุณบอกว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณด้วยซ้ำ ตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาอ้างคำว่าพ่อคะ? คุณคิมหันต์... คนอย่างคุณ ไม่สมควรได้รับโอกาสอะไรจากฉันอีกแล้ว เชิญกลับไปเถอะค่ะ แล้วก็กรุณาอย่ามาเหยียบที่นี่อีก เพราะการเห็นหน้าคุณ มันทำให้ฉันคลื่นไส้"
คำพูดที่เฉียบคมและเย็นชาของเธอราวกับสายอสนีบาตฟาดลงกลางใจ คิมหันต์หน้าซีดเผือด หัวใจของเขาราวกับหยุดเต้น ร่างกายชาดิกจนขยับไม่ได้ เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองก่อขึ้นนั้นมันหนักหนาสสาหัสเกินกว่าจะให้อภัยได้โดยง่าย แต่การถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ มันเจ็บปวดทรมานเสียยิ่งกว่าการตกนรกทั้งเป็น
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ประตูห้องพักฟื้นวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างเล็กจิ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้อง ในมือเล็กๆ กำลังถือหุ่นยนต์ของเล่นตัวโปรดวิ่งตรงมาหาผู้เป็นแม่
"มัมมี่ฮะ!" เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอร้องเรียก ทำให้คิมหันต์สะดุ้งสุดตัวและรีบหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที
เด็กชายหยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้าร่างสูงใหญ่คุกเข่าอยู่ข้างเตียงแม่ ดวงตากลมโตที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากคิมหันต์ราวกับพิมพ์เดียวกันกะพริบปริบๆ ด้วยความสงสัย ก่อนที่เด็กน้อยจะเอียงคอแล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อที่ทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับหัวใจกระตุกวูบ
"คุณลุง... ร้องไห้ทำไมเหรอฮะ? ใครแกล้งคุณลุงเหรอ?"
คิมหันต์เบิกตากว้าง ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอทันทีที่ได้สบตากลมโตคู่นั้น หัวใจที่แตกสลายกลับถูกกระชากขึ้นมาอย่างแรงเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่สะท้อนเงาของตนเองในวัยเด็กอย่างชัดเจน
ลีลาวดีหน้าถอดสี เธอลืมสนิทว่าลูกชายที่ฝากไว้กับพยาบาลพิเศษกำลังจะกลับเข้ามาในห้อง มือบางรีบเอื้อมไปคว้าแขนเล็กของลูกชายดึงเข้ามาโอบกอดไว้แนบอกทันที พร้อมกับส่งสายตาดุดันและเยือกเย็นที่สุดไปให้ชายหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าอึ้งงันอยู่ข้างเตียง
"อย่ามองลูกฉันด้วยสายตาแบบนั้น..." ลีลาวดีเอ่ยเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและปกป้องสุดชีวิต "เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ... และพ่อของเขาตายไปตั้งแต่ในวันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วค่ะคุณคิมหันต์!"
คิมหันต์ตัวชาค้าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง ขณะที่สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่บนใบหน้าของเด็กชายตัวน้อย ปมความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดบัดนี้ได้กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง และวินาทีนั้นเอง... เขาก็เพิ่งรู้ซึ้งว่า ประโยคที่ว่า "กรรมตามสนอง" มันมีรสชาติที่ขมขื่นและทรมานเพียงใด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับลีลาวดีนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ!
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 39
คำสารภาพจากหัวใจที่แตกสลาย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!