เสียงคำรามของโลหะที่บดเบี้ยวและเสียงกรีดแหลมของยางรถยนต์บนพื้นยางมะตอยในค่ำคืนนี้ ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงหัวใจของลีลาวดีที่ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นถนนสีดำสนิท
"ระวัง!"
เสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ร่างสูงตระหง่านของคิมหันต์พุ่งทะยานราวกับลูกศรที่หลุดจากคันธนู เขาไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรี ไม่ได้คิดถึงความบาดหมาง และไม่ได้คิดแม้แต่จะรักษาลมหายใจของตัวเองไว้ สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งคู่นั้น คือร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่กำลังยืนแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนกอยู่กลางเลนถนน ท่ามกลางแสงไฟหน้ารถยนต์ที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
*ปัง! เสียงโลหะปะทะเนื้อหนังอย่างรุนแรง*
ตามมาด้วยร่างของอดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลقสลาย ที่กระเด็นไปคนละทิศละทางก่อนจะฟุบแน่นิ่งจมกองเลือดสีแดงฉานตัดกับความมืดมิดของรัตติกาล
"คุณคิม!"
เสียงกรีดร้องที่หลุดออกมาจากลำคอของลีลาวดีไม่ใช่เสียงของอดีตภรรยาผู้เย็นชาและไร้เยื่อใยอีกต่อไป แต่มันคือเสียงสะอื้นไห้ที่ดึงออกมาจากก้นบึ้งของวิญญาณที่แตกสลาย ร่างกายของเธอดูเหมือนจะเบาหวิวราวกับไร้น้ำหนัก เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบโดยไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ ภาพที่เขายอมเอาแผ่นหลังกว้างเข้ามารับแรงกระแทกแทนลูกชายโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว กำลังกรีดแทะหัวใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"แม่จ๋า... ฮือ... คุณลุง... คุณลุงช่วยผม..."
น้องลีโอปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น วิ่งเข้ามาซุกกอดเอวบางของมารดาตัวสั่นเทา เด็กชายไม่เข้าใจความหมายของความตายหรือบาดแผลฉกรรจ์ แต่กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณและร่างที่นอนแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อ ทำให้เด็กน้อยหวาดกลัวจนตัวสั่น
ลีลาวดีดึงร่างเล็กของลูกชายเข้ามากอดแนบอกแน่น แขนเรียวสั่นเทาราวกับจับไข้ เธอกดศีรษะเล็กๆ นั้นซบลงกับไหล่เพื่อไม่ให้แกเห็นภาพความโหดร้ายตรงหน้า แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับละไปจากร่างที่โชกเลือดไม่ได้เลย
"ลีโอไม่เป็นไรนะลูก... ไม่เป็นไร คนเก่งของแม่ปลอดภัยแล้ว..." เธอพยายามกระซิบปลอบโยนลูกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ทั้งที่หัวใจของเธอกำลังแหลกเหลวเป็นผุยผง
มือเรียวบางที่เคยตวัดเซ็นใบหย่าใส่หน้าเขาอย่างเด็ดเดี่ยวบัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานของอีกฝ่าย เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างก้าวเข้าไปหาร่างนั้นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวว่าลมหายใจอุ่นๆ ที่เคยเย้ยหยันเธอจะเลือนหายไปตลอดกาล
"คิม... คุณคิมหันต์!" ลีลาวดีทรุดกายลงนั่งคุกเข่าข้างๆ ร่างที่นอนหายใจรวยรินของอดีตสามี เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากขมับและแผ่นหลังหนาที่ฉีกขาด ย้อมเสื้อเชื้อสีขาวราคาแพงจนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดตีรวนขึ้นมาจนเธอคลื่นไส้
คิมหันต์ค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วทุกอณูประสาทจนเขาแทบขาดใจ แต่ภาพแรกที่สะท้อนอยู่ในดวงตาที่พร่ามัวของเขาไม่ใช่ความเจ็บปวดของตนเอง กลับเป็นใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของอดีตภรรยาและเด็กชายตัวน้อยที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างหลัง
ริมฝีปากหนาที่ซีดเผือดขยับยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตัวเองอย่างขื่นขม
"ลีลา..." เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอ พร้อมกับเลือดที่ไหลมุมปาก "ลูก... ปลอดภัย... ใช่ไหม...?"
"คุณพูดบ้าอะไร! ทำไมต้องทำแบบนี้! ทำไมต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง!" ลีลาวดีระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ความเย็นชาที่เธอเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนพังทลายลงในพริบตาเดียว มือเรียวสั่นเทายกขึ้นพยายามจะกดแผลที่หลังให้เขาเพื่อห้ามเลือด แต่มือของเธอกลับสั่นเทาจนทำอะไรไม่ถูก "คุณมันโง่ที่สุด! ใครใช้ให้คุณมาปกป้องลูก... ใครใช้ให้คุณทำแบบนี้!"
"เพราะ... ฉันรัก..." คิมหันต์พยายามเปล่งเสียงออกมา แม้ว่าความเจ็บปวดจะดึงสติของเขาให้ดำดิ่งลงไปทุกที มือหนาที่ชุ่มไปด้วยเลือดพยายามจะเอื้อมขึ้นมาแตะแก้มเนียนที่เปื้อนน้ำตาของเธอ แต่มันก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะยกขึ้นไปได้ "ฉันรัก... ทั้งแม่... ทั้งลูก... ขอโทษ... สำหรับทุกอย่าง..."
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับฉายแววเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช เป็นแววตาที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เคยบอกว่าเธอไม่มีค่าอะไรเลยในชีวิตของเขา
"รถพยาบาลมาแล้ว! หลบทางหน่อยครับ!"
เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่กู้ภัยดังขึ้นท่ามกลางความอลหม่าน แสงไฟสีแดงส้มวับวามสาดส่องกระทบใบหน้าของทุกคน พิชญ์ที่เพิ่งวิ่งตามมาสมทบรีบเข้ามาประคองร่างของลีลาวดีและอุ้มเด็กชายลีโอถอยออกไป เพื่อให้ทีมแพทย์สนามเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น
"ลีลา ไปเถอะ ปล่อยให้หน้าที่เป็นของหมอ" พิชญ์เอ่ยเสียงนุ่มด้วยความห่วงใย พยายามดึงแขนอดีตภรรยาของเพื่อนสนิทให้ถอยห่าง แต่ลีลาวดีกลับสะบัดออกอย่างแรง ราวกับคนเสียสติ สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างของคิมหันต์ที่กำลังถูกยกขึ้นเปลสนาม
"ไม่... ฉันไม่ไป" เธอกระซิบเสียงสั่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบหลังมือที่เปื้อนเลือด
ในวินาทีที่ร่างของคิมหันต์ถูกเข็นขึ้นรถพยาบาล ดวงตาที่ใกล้จะปิดสนิทของเขาเหลือบมองมาที่เธอก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงพร้อมกับสัญญาณชีพจรที่เริ่มแปรปรวน และในจังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นถือกระเป๋าเอกสารหนังสีดำที่กระเด็นตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเข้ามาส่งให้เธอ
"คุณครับ! กระเป๋าใบนี้ตกอยู่ข้างตัวผู้บาดเจ็บครับ น่าจะเป็นของสำคัญ เห็นมีเอกสารชื่อตรงกับคุณ..."
ลีลาวดีรับกระเป๋าใบนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ล็อกรหัสถูกกระแทกจนเปิดออก เอกสารกองโตกระจัดกระจายออกมาตามแรงเหวี่ยง แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับซองกระดาษสีน้ำตาลหนาเตอะที่จ่าหน้าซองด้วยลายมือคุ้นตา เป็นเอกสารทางกฎหมายและรายงานการแพทย์บางอย่างที่ถูกพับเก็บไว้อย่างดี
ด้วยความสงสัยระคนหวาดหวั่น เธอจึงหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านท่ามกลางแสงไฟจากรถกู้ภัย
ข้อความในกระดาษแผ่นแรกทำให้ลมหายใจของเธอกระตุกวูบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนแทบถסתออกจากเบ้า เมื่อพบว่าเอกสารในมือไม่ใช่พินัยกรรม แต่เป็น... *หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดในเครือคิมหันต์กรุ๊ปให้เป็นชื่อของ "คิรากร" และ "ลีลาวดี" แบบร้อยเปอร์เซ็นต์* พร้อมด้วยลายเซ็นที่เพิ่งถูกเซ็นอนุมัติเมื่อไม่ถึงสัปดาห์ก่อนนี้เอง!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น... คือกระดาษอีกใบที่แนบมาด้วย เป็นใบรับรองผลตรวจสุขภาพและการวินิจฉัยโรคระยะสุดท้ายจากโรงพยาบาลชื่อดัง
*...ตรวจพบเนื้องอกในสมองส่วนลึก... โอกาสรอดชีวิตต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์...*
สมองของลีลาวดีขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ความเย็นชาและความหย่อหยิ่งของเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่ความตายกำลังจะพรากเขาไปจากเธอ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ!
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 37
เลือดเพื่อลูก
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!