เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 36

สัญชาตญาณความเป็นพ่อ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานไปทั่วซากโกดังร้างริมอ่าวที่เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของน้ำทะเลผสมกับกลิ่นดินปืนคละคลุ้งบาดจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าคือเสียงกรีดร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังแว่วมาจากมุมมืด "แม่จ๋า... ฮือ... พ่อจ๋า ช่วยลีโอด้วย!" หัวใจของคิมหันต์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ราวกับมีใครเอาค้อนมหึมามาทุบอกข้างซ้ายจนแหลกสลายเป็นจุล เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาหนึบ ผู้ชายที่เคยหยิ่งยโส คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง และเคยผลักไสไล่ส่งภรรยาอย่างไม่ใยดี ในวินาทีนี้... เขากำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตสกปรก เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงยับยู่ยี่และเปื้อนคราบโคลน เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำจากการต่อสู้กับสมุนมือปืนนับสิบชีวิตก่อนหน้านี้ แต่มันช่างเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอก "ลีโอ!" คิมหันต์ตะโกนสุดเสียง ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยเย็นชา บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตระหนก "ปล่อยลูกฉัน! อยากได้เงินเท่าไหร่ฉันให้หมด ขอแค่ปล่อยแกไป!" "ฮ่าๆๆ ประธานคิมผู้ยิ่งใหญ่ กลัวจนตัวสั่นเลยรึไงวะ?" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของไอ้เสี่ยชัชวาลย์ ศัตรูทางธุรกิจที่ล้มละลายเพราะมือของคิมหันต์ดังขึ้น มันกำลังใช้ท่อนเหล็กเย็นเฉียบคู่หนึ่งจ่ออยู่ที่ขมับบางๆ ของเด็กชายตัวน้อย ลีโอร้องไห้จ้าจนตัวโยน เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าจิ้มลิ้มเปื้อนคราบน้ำตาและฝุ่นผง ภาพนั้นกรีดแทงหัวใจคนเป็นพ่อจนแทบกระอักเลือด คิมหันต์จำได้แม่น... ในอดีต เขาเคยโง่เง่าขนาดไหน เคยมองว่าเด็กคนนี้เป็นภาระ เป็นเครื่องมือผูกมัดเขาไว้กับผู้หญิงที่เขาไม่เคยรักอย่างลีลาวดี เข เคยเอ่ยปากไล่ไสส่งกระทั่งบอกว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่ลูกของเขาด้วยซ้ำ! ทว่าในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้สายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง คิมหันต์ถึงได้ตระหนักอย่างสาสมว่า สัญชาตญาณความเป็นพ่อมันรุนแรงและยิ่งใหญ่จนยอมแลกได้กระทั่งลมหายใจของตัวเอง "แกอยากได้ชีวิตฉันใช่ไหม? เอาไปสิ! เอาชีวิตฉันไปแทนลูก!" คิมหันต์ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาชัชวาลย์อย่างไม่คิดชีวิต แม้ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจะหันมาจ่อตรงหน้าอกของเขาแล้วก็ตาม "หยุดอยู่ตรงนั้นเลยไอ้คิม! มึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว หัวลูกชายมึงกระจุยแน่!" ชัชวาลย์คำรามลั่นด้วยความบ้าคลั่ง นิ้วชี้แตะไกปืนสั่นระริก "มึงมันเหี้ย มึงทำกูพัง กูจะทำให้มึงลิ้มรสชาติของการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดเหมือนที่กูเคยโดน!" คิมหันต์หยุดชะงัก ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางช่วยลูกชายโดยที่เสี่ยงอันตรายน้อยที่สุด สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเศษเหล็กแหลมที่ตกอยู่ข้างเท้า พร้อมกับจังหวะที่ชัชวาลย์หันไปตะคอกใส่สมุนที่ยืนคุมเชิงด้านหลัง นั่นคือเสี้ยววินาทีเดียวที่คิมหันต์มี! สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความคลุ้มคลั่งพุ่งพล่านขึ้นขีดสุด คิมหันต์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาทิ้งศักดิ์ศรีและชีวิตของตัวเอง พุ่งทะยานเข้าใส่ชัชวาลย์ราวกับเสือร้ายที่ปกป้องลูกน้อย "อย่านะเว้ย!" ปัง! เสียงปืนนัดที่สองลั่นขึ้นท่ามกลางความมืด กระสุนเฉี่ยวไหล่ขวาของคิมหันต์จนเนื้อผ้าขาดวิ่นและเลือดสีแดงฉานทะลักออกมาทันที แต่ความเจ็บปวดทางกายภาพนั้นเทียบไม่ได้กับความกลัวว่าจะสูญเสียลูกชายไป คิมหันต์พุ่งชนร่างของชัชวาลย์จนล้มกลิ้งไปกับพื้น ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย หมัดหนักๆ ของคิมหันต์รัวทุบลงบนใบหน้าของศัตรูซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความโกรธเกรี้ยวและบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ "ไอ้สารเลว! มึงกล้าแตะลูกกู!" "พ่อจ๋า..." เสียงเล็กๆ ละล่ำละลักเรียกชื่อเขา ลีโอคลานเข่าเข้ามาหาด้วยความตื่นกลัว คิมหันต์ผละออกจากร่างที่นอนหมดสติของชัชวาลย์อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าไปคว้าตัวลูกชายเข้าสู่อ้อมอก กอดรัดร่างเล็กปานจะกลืนกิน น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองมาทั้งชีวิตไหลรินอาบสองแก้มอย่างไร้ความละอาย "ลีโอ... ลูกพ่อ ลูกไม่เป็นไรแล้วนะ คนเก่งของพ่อ พ่ออยู่นี่แล้ว" คิมหันต์พร่ำกอดจูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความโล่งอกผสมผสานกับความเจ็บปวดจากบาดแผล ในขณะที่สองพ่อลูกกำลังกอดกันกลมท่ามกลางความเงียบงันของโกดังร้าง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังสนั่นมาจากด้านนอก ตามมาด้วยร่างเพรียวระหงของใครบางคนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือด ลีลาวดี... ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยความชิงชังยามมองเขา บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก น้ำตานองหน้า ทันทีที่เธอเห็นร่องรอยบาดแผลและคราบเลือดบนตัวลูกชายและอดีตสามี เข่าของเธอก็แทบทรุดลงตรงนั้น "ลีโอ! ลูกแม่!" ลีลาวดีหวีดร้องสุดเสียง เธอพุ่งเข้าไปกระชากลูกชายออกจากอ้อมแขนของคิมหันต์มากอดแนบอกแน่น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่แพ้กัน เสียงสะอื้นไห้ของคนเป็นแม่ขาดห้วงราวกับใจจะขาด "ลูกจ๋า... แม่มาแล้ว ลูกไม่เป็นไรนะ..." คิมหันต์นั่งคุกเข่ามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด เขาอยากจะเอื้อมมือไปโอบกอดพวกเขาทั้งคู่ แต่เขาก็รู้ดีว่ามือคู่นี้... มันสกปรกเกินกว่าจะมีสิทธิ์แตะต้องผู้หญิงที่เขาเคยทำร้ายจิตใจอย่างยับเยิน ลีลาวดีเงยหน้าขึ้น สบตากับคิมหันต์เป็นครั้งแรก ในแววตานั้นไม่มีความสะใจ ไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าและความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นไป เธอกอดลีโอแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจไปอีก "ขอบคุณ..." เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้นเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากสายลม "ขอบคุณ... ที่ช่วยลูก" คิมหันต์แค่นยิ้มขมขื่น หยาดน้ำตาผสมกับคราบเลือดไหลลงสู่คาง เขายอมเจ็บปวดเจียนตาย ยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้ได้ยินคำนี้จากปากผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้ง ทว่า... ในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอโทษที่ติดค้างอยู่ในใจมาเนิ่นนาน เสียงฝีเท้าของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของลีลาวดีเสียก่อน "ลีลา! คุณเป็นอะไรไหม? ลีโอปลอดภัยใช่ไหม?" เสียงทุ้มคุ้นหูที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของ *พิชญ์* ที่วิ่งเข้ามาด้วยความกระวนกระวาย เขาทรุดตัวลงข้างๆ ลีลาวดี วางมือลงบนไหล่บางด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะดึงเธอกับเด็กชายเข้าไปโอบกอดไว้ด้วยกันในอ้อมแขนอย่างสนิทสนม ภาพนั้น... ภาพที่อดีตภรรยาและลูกชายอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายอีกคน... เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจคิมหันต์ ความเจ็บปวดที่บาดแผลยังไม่เท่าความริษยาและสำนึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบอาبيนเป็นเลือด พิชญ์คือคนที่คอยดูแลเธอในวันที่เขาใจร้าย พิชญ์คือคนที่ยืนเคียงข้างในวันที่เธอล้มเหลว และในวินาทีเฉียดตายนี้ คนที่ลีลาวดีวิ่งเข้าหาและยอมรับความห่วงใย... ก็คือพิชญ์ ไม่ใช่เขา! คิมหันต์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า 0ที่ฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาอีกรอบ แต่เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย นอกเหนือจากความเจ็บปวดร้าวลึกในอกที่บอกตัวเองว่า... เขากำลังจะสูญเสียพวกเธอไปตลอดกาลจริงๆ แล้ว ลีลาวดีหันไปพยักหน้ารับความห่วงใยจากพิชญ์แวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างของลูกชายลุกขึ้น โดยมีพิชญ์คอยประคองเธอไว้อย่างทะนุถนอม ทั้งสองคนก้าวเดินผ่านหน้าคิมหันต์ไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ ไร้ซึ่งความหมาย ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ต่อกันอีก "เดี๋ยวก่อน... ลีลา" คิมหันต์เค้นเสียงแหบพร่า เอ่ยเรียกชื่อเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจที่แตกสลาย ลีลาวดีหยุดฝีเท้าลงชั่วขณะ เธอไม่ได้หันกลับมามองเขา สายตาของเธอมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้เยื่อใย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับเอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังริצוบหรี่สุดท้ายในใจของเขาจนมอดไหม้เป็นจุล "อย่าเรียกชื่อฉันเลยค่ะคุณคิมหันต์... และต่อจากนี้ไป กรุณาอย่ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉันกับลูกอีกเลยค่ะ" พูดจบเธอก็เดินจากไปพร้อมกับพิชญ์และลูกชาย ทิ้งให้คิมหันต์นั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและความมืดมิด ลำพังเพียงลำพังกับความเจ็บปวดอันสาสมที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%