เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 13

เด็กชายผู้ถอดแบบคุณพ่อ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้ร้อนกรุ่นควันจางๆ บนโต๊ะไม้สักทองในคาเฟ่กึ่งสตูดิโอศิลปะย่านใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ลีลาวดีในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมละมุนตากำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา ปรายตามองชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—คิมหันต์ อดีตสามีผู้ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมานั่งรอคอยความเมตตาจากผู้หญิงที่เขาเคยผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย "คุณเรียกผมออกมา... เพื่อจะมองหน้าเฉยๆ แบบนี้หรือครับ ลีลา" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาใส่เธอนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต บัดนี้กลับเจือความสั่นพร่าและร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มไอมืดมนจับจ้องอยู่ที่กรอบรูปขนาดเล็กบนโต๊ะ ซึ่งลีลาวดีเพิ่งคว่ำมันลงเมื่อวินาทีที่เขาก้าวเข้ามา "อย่าเรียกชื่อฉันสนิทสนมขนาดนั้นเลยค่ะ คุณคิมหันต์" ลีลาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ "เราเซ็นใบหย่ากันขาดลอยทางกฎหมายและศักดิ์ศรีไปนานแล้ว สถานะของเราตอนนี้... เป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญหายใจร่วมโลกกันเท่านั้นเองค่ะ" คมดาบแห่งคำพูดเชือดเฉือนหัวใจคนฟังได้ชะงักนัก คิมหันต์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดที่เธอกำลังส่งมอบให้ในวันนี้ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของความโหดร้ายที่เขาเคยฝังรากลึกไว้ในใจเธอตลอดสามปีในฐานะภรรยาไร้ค่า แต่ทว่า... ปมปัญหาในใจของเขาวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของลีลาวดีเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว "ผมไม่ได้อยากมาทะเลาะกับคุณ ลีลา..." คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง "ผมแค่ต้องการคำตอบ... เรื่องเด็กผู้ชายคนนั้น วันก่อนที่งานประมูลการกุศล เลขาของผมบังเอิญถ่ายภาพเด็กคนนั้นไว้ได้ และ... และหน้าตาของเขา..." พระเอกหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาไหววูบด้วยความสับสนและระคนความหวังอันริบหรี่ "...หน้าตาของเขาถอดแบบมาจากผมตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งโครงหน้า จมูกรั้นๆ นั่น... หรือแม้กระทั่งไฝเม็ดเล็กใต้หูขวา เด็กคนนั้น... เป็นลูกของผมใช่ไหม ลีลา?" ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาสะท้อนออกมาจากดวงตากลมโตคู่นั้น เธอยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ราวกับคำถามของเขาเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศที่น่าเบื่อหน่าย "ลูกของคุณเหรอคะ? ช่างกล้าพูดออกมาได้นะคะคุณคิมหันต์ วันที่ฉันท้อง... คุณอยู่ที่ไหนคะ? วันที่ฉันนอนซมด้วยอาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงจนแทบขาดใจ... คุณนั่งควงกับดาราสาวหน้าใหม่คนไหนอยู่เหรอคะ? และวันที่ฉันคลอด... ลูกเกือบจะไม่มีลมหายใจเพราะความเครียดสะสมที่คุณเป็นคนมอบให้ ตอนนั้น... คุณจำได้ไหมคะว่าคุณกำลังเซ็นสัญญาโปรเจกต์ไหนอยู่?" ทุกๆ คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อ เปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวนับร้อยที่พุ่งเข้าปักกลางอกของคิมหันต์จนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงชาดิกไปทั้งร่าง ลมหายใจสะดุดกmตื้นตันจนจุกแน่นที่ลำคอ เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ... อยากจะคุกเข่าลงแทบเท้าเพื่อไถ่บาป แต่วินาทีนี้ ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอและความผิดบาปมันหนักหนาเสียจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอนิ่งๆ "ผม... ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าผมมันโง่เง่าแค่ไหน ลีลา แต่เด็กคนนั้น..." "แม่ขาาา! คุณน้าพิชญ์ซื้อไอติมรสช็อกโกแลตดับเบิ้ลชิปให้ลีโอตั้งสองถ้วยแน่ะครับ! คุณแม่ห้ามดุคุณน้านะครับ เพราะลีโอเป็นคนอ้อนขอเอง!" เสียงใสแจ๋วเจื้อยแจ้วดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมากะทันหัน พร้อมกับร่างเล็กจิ๋วของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาซุกตัวแนบชิดขาของลีลาวดีอย่างออดออน โดยมีพิชญ์เดินถือถุงขนมตามมาติดๆ ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ดวงตากลมโตของเด็กชายลีโอนิ่งค้างไปชั่วขณะ เมื่อหันไปสบตากับชายแปลกหน้าแปลกถิ่นร่างสูงใหญ่ที่นั่งจ้องมองตนเองอยู่ก่อนแล้วด้วยแววตาไหวระริก เด็กชายเอียงคอมองคิมหันต์ด้วยท่าทีที่ฉลาดเกินวัย ดวงตากลมโตสีนิลถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อราวกับก๊อปปี้และวางลงบนพิมพ์เดียวกัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งโต๊ะถึงกับกลั้นหายใจ "คุณลุงหน้าดุคนนี้... ทำไมหน้าตาเหมือนกระจกวิเศษตอนที่ลีโอส่องตอนเช้าเลยล่ะครับคุณแม่? หรือว่า... คุณลุงคือตัวปลอมที่แอบก๊อปปี้ดีไซน์หน้าตาของลีโอไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตครับ?" บรรยากาศในร้านกาแฟเงียบกริบลงในทันที พิชญ์ชะงักค้างไปเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ลีลาวดี ส่วนลีลาวดีเองใบหน้าก็ตึงขึ้นมาทันที ขณะที่คิมหันต์... หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นลงตรงนั้น ดวงตาคมกริบของอดีตสามีเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ภาพตรงหน้าชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายในกระดาษ เด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดขาอดีตภรรยาของเขาอยู่ คือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยสามขวบไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง กิริยาความกวนประสาทที่ซ่อนความฉลาดเฉลียวเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มซุกซน... ก่อนที่คิมหันต์จะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างเล็กๆ ของน้องลีโอก็ผละออกจากขาแม่ เดินเตาะแตะเข้าไปหาคิมหันต์ด้วยฝ้าวเท้าที่มั่นคงเกินวัย เด็กชายหยุดยืนตรงหน้าประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ ใช้มือเล็กๆ เท้าสะเอวเลียนแบบผู้ใหญ่ แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพ่อพลานพยักหน้าหงึกหงัก "อืม... พิจารณาจากมุมนี้แล้ว..." เด็กชายลีโอหรี่ตามองคิมหันต์อย่างพินิจพิเคราะห์ "หน้าตาใช้ได้ครับ หล่อเหลาเอาการอยู่... แต่สอบตกเรื่องรอยยิ้มนะครับคุณลุง เพราะหน้าบึ้งแบบนี้ เดี๋ยวสาวๆ เขาไม่รักหรอกนะครับ เหมือนที่คุณแม่บอกว่า... คนใจร้ายมักจะหน้าตาแบบนี้แหละครับ" คำพูดไร้เดียงสาแต่เฉือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำของเด็กชายตัวน้อย ทำให้คิมหันต์ถึงกับน้ำตาซึมออกมาอย่างสุดจะกลั้น เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงลงราวกับจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลีลาวดีรีบดึงตัวลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประכולประคองลูกน้อยถอยห่างจากเขาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ลีโอคะ... กลับบ้านกันเถอะลูก อย่าไปคุยกับคนแปลกหน้าแปลกปลอมแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวจะติดเชื้อนิสัยใจร้ายมาซะเปล่าๆ" ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ตั้งใจให้คิมหันต์ได้ยินทุกพยางค์ ก่อนจะหันหลังเตรียมพาบุตรชายและพิชญ์เดินออกจากร้านไปทันที "ลีลา! เดี๋ยว... เดยี๋ยวสิ ลีลาวดี!" คิมหันต์ผุดลุกขึ้นพรวดพวด หมายจะก้าวตามไปคว้าแขนเธอไว้ แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอแสดงชื่อเลขาคนสนิทที่โทรมาด้วยน้ำเสียงแตกตื่นลานลน "คุณคิมครับ! แย่แล้วครับ! ผลตรวจ DNA ด่วนพิเศษที่ท่านประธานสั่งให้ตรวจเทียบระหว่างคุณกับเด็กชายคิรากร... ทางห้องแลปเพิ่งส่งแฟกซ์และอีเมลตรงมาถึงผมแล้วครับ... ผลปรากฏว่า... เป็นบวกครับ! คุณคือพ่อแท้ๆ ของเด็กชายลีโอร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ!" สมองของคิมหันต์ขาวโพลนไปหมดในวินาทีที่ได้รับฟังคำยืนยันนั้น เขารีบหันขวับกลับไปมองทางประตูร้านด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับว่างเปล่า ลีลาวดีอุ้มน้องลีโอขึ้นรถกระบะหรูของพิชญ์ไปเรียบร้อยแล้ว และประตูรถกำลังจะปิดลง พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันจากกระจกใสที่ส่งตรงมาให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่รถคันนั้นจะพุ่งทะยานหายลับไปจากสายท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ด้วยรักจากชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%