เสียงเครื่องบดกาแฟเมล็ดพิเศษส่งเสียงคำรามทุ้มต่ำ กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วกลางคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่สไตล์มินิมอลอบอุ่น ลีลาวดีในชุดผ้ากันเปื้อนสีลินินธรรมชาติกำลังใช้มือเรียวสวยเทฟองนมลงบนผิวดินลาเต้อาร์ตอย่างคล่องแคล่ว ลวดลายรูปหัวใจสมมาตรค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนถ้วยเซรามิกสีขาวสะอาดตา—ช่างแตกต่างจากหัวใจของเธอในอดีตที่บิดเบี้ยวและแตกสลายไม่มีชิ้นดี
สามปีผ่านไป... ตัวเลขที่ยาวนานพอจะเปลี่ยนเด็กสาวผู้โง่เขลาในความรัก ให้กลายเป็นหญิงสาวผู้สง่างาม เย็นชา และยืนหยัดอยู่บนลำขาของตัวเองได้อย่างมั่นคงในฐานะเจ้าของร้าน "Mellow Moon" คาเฟ่ชื่อดังย่านใจกลางเมือง
"คุณแม่ขา ลี오เก่งไหมฮะ? วันนี้ลีโอช่วยพี่ปิ่นเช็ดโต๊ะเสร็จตั้งสามตัวแน่ะ!"
เสียงเจื้อแจ้วสดใสของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ในชุดเอี๊ยมยีนส์วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาเกาะขากางเกงของเธอ ดวงตากลมโตเป็นประกายหยาดเยิ้ม แพขนตางอนยาว และโดยเฉพาะโครงหน้าคมสันที่ถอดแบบมาจากใครบางคนคนนั้น... ช่างเป็นหลักฐานชั้นดีที่คอยย้ำเตือนลีลาวดีว่า อดีตอันเจ็บปวดไม่เคยเป็นเพียงแค่ความฝัน
ลีลาวดีวางเหยือกสตรีมนมลง รอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้ลูกชายทำให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวดูละมุนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อของลูกน้อยอย่างทะนุถนอม
"เก่งที่สุดเลยค่ะคนดีของแม่ ไหน... ขอรางวัลคนเก่งหน่อยเร็ว"
เด็กชายหัวเราะคิกคัก ยื่นแก้มป่องๆ มาให้มารดาหอมฟอดใหญ่ ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กช่างพูด
"คุณแม่ฮะ วันนี้คุณลุงพิชญ์จะพาไปสวนสนุกจริงเหรอฮะ ลีโออยากไปนั่งรถไฟโทมัสแล้วนะ!"
พิชญ์... ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและที่พึ่งทางใจในยามที่เธอไร้ลมหายใจจะก้าวเดิน เขาคือคนที่เข้ามาช่วยประคับประคองเศษซากชีวิตของเธอในวันที่เธอหอบท้องโตหนีออกมาจากขุมนรกของคิมหันต์ ตลอดสามปีที่ผ่านมา พิชญ์ทำหน้าที่ดูแลทั้งเธอและน้องลี오อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนบางครั้งลีลาวดีเองก็อดรู้สึกซาบซึ้งใจไม่ได้ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพิชญ์จะยังคงเส้นคงวาในฐานะเพื่อนสนิทที่รู้ใจก็ตาม
"จริงสค่ะ ลุงพิชญ์สัญญารับปากแล้วนี่นา แต่ก่อนจะไป... น้องลีโอต้องทานมื้อเที่ยงฝีมือพี่ปิ่นให้หมดจานก่อนนะคะ ตกลงไหมเอ่ย?"
"ตกลงฮะ! ลีโอจะกินให้เกลี้ยงเลย!"
เด็กน้อยชูนิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยวสัญญาอย่างน่าเอ็นดู ลีลาวดีมองภาพนั้นด้วยความสุขที่อัดแน่นอยู่ในอก ความสุขที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของตัวเอง ความสุขที่ปราศจากเงาของผู้ชายใจร้ายคนนั้น... คิมหันต์
แต่ใครเล่าจะล่วงรู้ว่า โชคชะตาก็มักจะเล่นตลกในเวลาที่คนเราคาดไม่ถึงที่สุด
เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งทองเหลืองที่แขวนไว้ตรงประตูร้านดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มราคาแพงระยับที่ก้าวเข้ามา กลิ่นอายความเย็นชาและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศอบอุ่นในร้านให้เงียบงันลงทันตาเห็น ร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองมาที่หญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ด้วยประกายแสงที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับคนใกล้ตายที่ได้พบเจอน้ำทิพย์กลางทะเลทราย
ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อดวงตาสวยคมประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่คุ้นเคยที่เธอจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต
คิมหันต์... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ามหัวใจเธอจนแหลกสลาย บัดนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ร่างสูงดูผอมลงเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกโกรธเกลียดในใจของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
มือบางที่กำช้อนสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะถูกควบคุมให้กลับมานิ่งสนิท เธอยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้อารมณ์ ราวกับกำลังมองลูกค้าแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น
"รับเครื่องดื่มอะไรดีคะคุณลูกค้า?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยถามออกไปอย่างสุภาพตามมารยาททางธุรกิจ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ
คิมหันต์กลืนก้อนความขื่นขมลงคอ หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบเมื่อเห็นท่าทีห่างเหินและสายตาที่ไร้เยื่อใยจากอดีตภรรยา สามปีที่เขาพลิกแผ่นดินตามหาเธอ สามปีที่เขาต้องทนทรมานอยู่กับความว่างเปล่าและภาพเงาของเธอในบ้านหลังใหญ่ที่ไร้ชีวิตชีวา บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงนี้แล้ว งดงามขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และไม่ได้มีเขาอยู่ในชีวิตอีกต่อไปแล้ว
ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เขาจะเอמהคำพูดที่สั่นระริกออกมาด้วยความยากลำบาก
"พี่... พี่หาเธอเจอแล้วนะ... ลีลา"
ลีลาวดีหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยการเย้ยหยันและสมเพช
"ขอโทษด้วยนะคะคุณคิมหันต์ กรุณาเรียกฉันว่า 'คุณลีลาวดี' หรือ 'เจ้าของร้าน' จะเหมาะสมกว่าค่ะ เพราะเราสองคน... หย่าขาดจากกันทางกฎหมายและทางความรู้สึกไปนานสามปีแล้วค่ะ"
คิมหันต์เจ็บแปลบไปทั้งทรวงอก คำพูดของเธอคมกริบยิ่งกว่ามีดโกนอาบน้ำผึ้ง เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด หมายจะเอื้อมมือไปคว้ามือบางนั้นมาจับไว้ด้วยความโหยหา แต่สายตาดุดันที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนทำให้เขาต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ
"คุณแม่ฮะ! ลีโออิ่มแล้ว... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ จังเลยฮะ ทำไมหน้าเหมือนกระจกที่บ้านลีโอตอนส่องกับคุณแม่เลยล่ะฮะ?"
น้องลี오เอียงคอมองชายแปลกหน้าด้วยความสงสัย พลางชี้สลับไปมาระหว่างใบหน้าของคิมหันต์กับใบหน้าของมารดา
คิมหันต์ชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างสูงแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบค่อยๆ เบนต่ำลงมองเด็กชายวัยสามขวบที่ยืนอยู่ข้างกายอดีตภรรยา และเมื่อพินิจพิเคราะห์โครงหน้า ดวงตา และริมฝีปากนั้นชัดเจน... ลมหายใจของเขาก็พลันสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ด้วยรักจากชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 12
สามปีผ่านไป
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!