หยาดกาแฟสีเข้มในแก้วเซรามิกราคาแพงระยับบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เย็นชืดจนไอร้อนระเหยหายไปนานแล้ว เช่นเดียวกับความรู้สึกในอกของคิมหันต์ที่แม้เครื่องปรับอากาศในห้องเพนต์เฮาส์หรูจะถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียส แต่เขากลับรู้สึกราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น
เอกสารกองโตตรงหน้าแทบไม่มีความหมาย สายตาคมกริบที่เคยใช้กวาดมองตัวเลขกำไรหลายร้อยล้านในตลาดหุ้น กลับพร่าเลือนลงทุกครั้งที่เผลอหลับตาลงแล้วพบกับความว่างเปล่า
สามปี...
ระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา คิมหันต์เคยคิดว่ามันคือความโล่งอก มันคืออิสรภาพจากพันธนาการที่เรียกว่า "การแต่งงานทางธุรกิจ" เขาเคยผลักไสไล่ส่งผู้หญิงคนหนึ่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างไม่ไยดี เธอที่เคยนั่งรอเขาบนโซฟาตัวเดิมในทุกค่ำคืน เธอที่เคยเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่าวันนี้เขาจะทานมื้อค่ำที่บ้านไหม และเธอที่ยอมเซ็นใบหย่าให้เขาอย่างเงียบเชียบในวันที่ความอดทนสายสุดท้ายขาดผึ่ง
ในตอนนั้น เขาคิดว่าเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงน่ารำคาญคนหนึ่งที่เกาะติดเขาเพื่อชื่อเสียงและเงินทอง แต่ในยามนี้ เมื่อห้องนอนกว้างใหญ่ไร้เงาของเจ้าของกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่เขาเคยนึกรังเกียจ หัวใจที่เคยด้านชากลับบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบอย่างไม่มีสาเหตุ
คิมหันต์ขยับกรอบแว่นสายตาก่อนจะนวดขมับตัวเองเบาๆ ความฝันเมื่อคืนยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงสำนึก มันเป็นความฝันที่แปลกประหลาดและสร้างความปั่นป่วนให้เขาตั้งแต่ลืมตาตื่น
ในความฝันนั้น... เขาไม่ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตึกระฟ้า ไม่ได้ครอบครองอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน แต่เขากลับยืนอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะใสกระจ่างของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง เด็กผู้ชายแก้มกลมที่มีดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาว และผู้หญิงคนหนึ่งที่หันหลังให้เขาตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะพยายามวิ่งไขว่คว้าสักเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นไห้ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"บ้าจริง..." คิมหันต์พึมพำกับความว่างเปล่า เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าอย่างคนพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ทั้งที่เลิกมันไปนานแล้ว ควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน แต่มันไม่สามารถขับไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กัดกินหัวใจเขาออกไปได้เลย
ชีวิตช่วงสามปีที่ผ่านมาของเขาถูกขับเคลื่อนด้วยความสำเร็จ ความเย็นชา และความสมบูรณ์แบบ แต่ทำไม... ยิ่งเขามีทุกอย่างในมือมากเท่าไหร่ เขากลับรู้สึกเหมือนชีวิตนี้มันขาดหายอะไรไปบางอย่าง สิ่งที่สำคัญที่สุด... สิ่งที่เขาเคยเหยียบย่ำและทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสำรวม
"ท่านประธานคะ เอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ และ... นี่คือจดหมายเชิญเข้าร่วมงานการกุศลของมูลนิธิเด็กอ่อนที่คุณพิชญ์ส่งการ์ดเชิญมาเป็นกรณีพิเศษค่ะ"
ชื่อของ "พิชญ์" ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที ความเกลียดชังและไม่สบอารมณ์พุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อผู้ชายคนนั้น คิมหันต์จะนึกถึงรอยยิ้มเย้ยหยันและท่าทีปกป้องคุ้มครองที่พิชญ์มอบให้กับลีลาวดี อดีตภรรยาของเขา
"ทำไมฉันต้องไปงานของมูลนิธิเด็กนั่นด้วย?" คิมหันต์ถามเสียงเย็นเยียบ สายตาดุดันมองการ์ดเชิญสีฟ้าพาสเทลบนโต๊ะ
"เอ่อ... ทางผู้จัดแจ้งว่าปีนี้คุณพิชญ์คشرเป็นประธานกิตติมศักดิ์ และ... มีการเชิญแขกวีไอพีที่เป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจรายใหญ่หลายท่าน รวมถึงคุณลีลาวดี ในฐานะผู้บริหารแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชื่อดังที่เพิ่งคว้ารางวัลใหญ่ ก็จะมาร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ด้วยค่ะ"
หัวใจของคิมหันต์กระตุกวูบ ชื่อของลีลาวดีหลุดออกมาจากปากเลขาฯ ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
ลีลาวดี... ผู้หญิงที่เขาไม่ได้เจอหน้ามานานแรมปี ผู้หญิงที่หายไปจากวงสังคมไฮโซแล้วผันตัวไปสร้างธุรกิจเล็กๆ จนเติบโตกลายเป็นนักธุรกิจหญิงแถวหน้าด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่เคยร้องขอเศษเงินแม้แต่บาทเดียวจากตระกูลของเขา
"เธอจะไปงานนั้นด้วยอย่างนั้นเหรอ..." คิมหันต์ทวนคำ เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่แววตาไหววับด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งโหยหา โกรธเกรี้ยว และความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปในเนื้อหนัง
"ค่ะ ได้ข่าวว่า... เธอยعย้ายกลับมาปักหลักที่กรุงเทพฯ ถาวรแล้วนะคะ และ..." เลขานุการสาวลังเลเล็กน้อยที่จะพูดต่อ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมกริบนั้น เธอจึงต้องกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยออกมา "และดูเหมือนว่าเธอไม่ได้มาคนเดียวค่ะ"
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นทันที สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนภัยในอก "หมายความว่ายังไง?"
"มีคนตาดีเห็นว่า... คุณลีลาวดีมีเด็กผู้ชายวัยประมาณสามขวบอยู่ในการดูแลค่ะ เด็กน่ารักมาก หน้าตาคมคายผิวขาวจัดจนแทบจะถอดแบบมาจาก... え... จากใครบางคน..." เลขาฯ ไม่กล้าพูดต่อเมื่อบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงจนติดลบ
เด็กชายวัยสามขวบ...
ตัวเลขในหัวของคิมหันต์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว สามปีที่แล้วคือช่วงเวลาที่พวกเขาหย่าร้างกัน และหากเด็กคนนั้นอายุสามขวบ...
มันหมายความว่าอะไร? หรือว่าก่อนที่เธอจะเดินออกจากบ้านหลังนั้นไป เธอ... กำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่?
ความคิดนั้นทำให้คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบเข้าที่กลางศีรษะ โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ความโกรธระคนตกใจพวยพุ่งขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก หากเป็นเรื่องจริง... หากลีลาวดีกล้าซ่อนทายาทสายเลือดตระกูลคิมไว้จากเขาตลอดสามปีเต็ม ผู้หญิงคนนั้น... ช่างใจร้ายเหลือเกิน!
แต่ในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดลึกๆ ก็แทรกซึมเข้ามา หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวอย่างบ้าคลั่งไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความหวังอันริบหรี่ที่ส่องประกายขึ้นมาในความมืดมิด
ถ้าเด็กคนนั้นคือลูกของเขา... นั่นหมายความว่าเขายังมีโอกาสได้แก้ตัว ใช่ไหม?
คิมหันต์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทเนื้อดีถูกคว้ามาสวมอย่างลวกๆ ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากโต๊ะทำงานโดยไม่สนใจแฟ้มเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าอีกต่อไป ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นและดุดันที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างขวางหน้าเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย
งานการกุศลคืนนี้... เขาจะต้องไปให้ถึงที่นั่น และเขาจะต้องรู้ความจริงให้ได้ว่า เด็กชายคนนั้น เป็นใครกันแน่!
ในขณะที่คิมหันต์กำลังเร่งรีบเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราอลังการ ลีลาวดีในชุดราตรีสีไวน์แดงเข้ารูปขับผิวให้ดูโดดเด่นและสง่างาม เธอกำลังก้มลงจัดปกเสื้อสูทตัวจิ๋วให้กับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ข้างกาย
"คุณแม่ครับ ชุดนี้อึดอัดจังเลย ลีโออยากใส่เสื้อยืดวิ่งเล่นมากกว่านะครับ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อน พร้อมกับดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากใครบางคนพิมพ์เป๊ะ
ลีลาวดีอมยิ้มบางๆ เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาบนหน้าผากของลูกชายด้วยความรักท่วมท้น "ไม่ได้ค่ะคนเก่ง คืนนี้เราต้องไปงานสำคัญ เดี๋ยวคุณแม่พาไปทานไอศกรีมช็อกโกแลตชิพสองก้อนเลย ดีไหมคะ?"
"เย้! คุณแม่ใจดีที่สุดเลยครับ!" เด็กชายตัวน้อยส่งเสียงร้องอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปเจอใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้
ร่างสูงสง่าของพิชญ์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เขาคุกเข่าลงระดับเดียวกับเด็กชายแล้วยื่นมือไปจับมือเล็กๆ นั้น
"พร้อมหรือยังครับหนุ่มน้อย ไปถล่มงานเลี้ยงกับลุงพิชญ์กันเถอะ"
ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้พิชญ์ แต่ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างกลับทำให้แผ่นหลังของเธอยะเยือกขึ้นมาดื้อๆ เธอกวาดสายตาไปยังทางเข้างานที่เพิ่งเปิดออก และที่ตรงนั้น... ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทผู้มีแววตาดุดันและเย็นชาจนน่ากลัวกำลังก้าวเข้ามา
ดวงตาคมกริบคู่นั้น... กำลังจ้องตรงมาที่เธอ และหยุดนิ่งอยู่ที่เด็กชายข้างกายเธออย่างไม่วางตา!
ด้วยรักจากชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 14
ความรู้สึกแปลกประหลาดของท่านประธาน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!