แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มบนโต๊ะไม้สักทองถูกปัดร่วงลงพื้น เสียงกระดาษกระจายเกลื่อนกลาดราวกับใบไม้แห้งที่ถูกลมพายุพัดกระโชก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคมกริบของคิมหันต์ในวินาทีนี้... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกักค้าง คือภาพของหญิงสาวร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม กำลังยืนหันหลังให้เขาพร้อมกับเซ็นลายมือชื่อลงบนท้ายสัญญาโครงการร่วมทุนมูลค่าหลายร้อยล้านอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"ยินดีด้วยค่ะคุณคิมหันต์ หวังว่าโครงการรีสอร์ตที่ภาคเหนือของเราจะดำเนินไปได้ด้วยดี... ในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ"
เสียงหวานใสที่เคยเอ่ยคำว่ารักและออดออนเขาในยามค่ำคืน บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเว้นระยะห่างราวกับเขากับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญโคจรมาพบกันในห้องประชุมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำ
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้า—ลีลาวดี... ภรรยาเก่าที่เขาเคยคิดโง่เขลาว่าเธอเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน วันนี้เธอกลับมายืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยมาดของนักบริหารสาวมืออาชีพ แววตาคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยความเจ็บปวด ยามนี้กลับว่างเปล่าและแข็งกระด้างเสียจนเขาหายใจไม่ออก
"ลีลา..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟัน ประธานหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่คุ้นเคยยังคงลอยแตะจมูก แต่มันถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศกดดันอันน่าอึดอัด "คุณเล่นเกมอะไรอยู่ ทำไมต้องเป็นบริษัทของคุณที่เข้ามาประมูลโปรเจกต์นี้ ทำไมต้องเป็นคุณที่เสนอตัวมาเป็นตัวแทนภาคเหนือ?"
ลีลาวดีช้อนสายตาขึ้นสบกับเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง เธอไม่ได้ถอยหนีแม้คิมหันต์จะจงใจโน้มตัวลงมาใช้อิทธิพลทางสรีระข่มขู่เธอเหมือนอย่างที่เคยทำในอดีต
"เกมเหรอคะ? ดิฉันว่าคุณคิมหันต์กำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะคะ นี่คือโลกธุรกิจ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นในคฤหาสน์ของคุณ บริษัทของดิฉันเสนอโปรไฟล์ที่ดีที่สุด ข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด และบอร์ดบริหารก็ลงมติเป็นเอกฉันท์... หรือว่าประธานคิมผู้ยิ่งใหญ่ แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ออก ถึงได้ทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนี้?"
วาจาเชือดเฉือนคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง เจาะลึกเข้าตรงกลางใจของคนที่กำลังพยายามไถ่บาป คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉานใหญ่ด้วยมือของคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย
"ฉันมีสิทธิ์ที่จะสงสัย ลีลา... เธอรู้ว่าฉันต้องลงมาตรวจสาขาที่นี่ ทำไมถึง..."
"ถ้าคุณรู้ว่านี่คือการเดินทางมาปฏิบัติภารกิจทางธุรกิจของคุณ คุณก็ควรใช้เวลาทบทวนเอกสารในมือให้ดีกว่ามาต่อ ภาคกับดิฉันเรื่องไร้สาระนะคะ" ลีลาวดีตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า เธอเอื้อมมือไปเก็บแฟ้มเอกสารเข้ากระเป๋าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะกวาดสายตามองเขาด้วยความสมเพชเจือจาง "การประชุมสิ้นสุดลงแล้วค่ะ ขอตัวนะคะคุณคิมหันต์ ฉันมีธุระสำคัญต้องรีบไปเคลียร์ต่อ"
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินนิ่มนวลออกไปจากห้องประชุมทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้เอ่ยคำใดรั้งไว้สักคำ
คิมหันต์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรันวนเวียนอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก เขายกมือขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งได้เห็นลีลาวดีในเวอร์ชันที่เข้มแข็งและสง่างามจนรัศมีเจิดจ้า หัวใจที่เคยด้านชากลับยิ่งเจ็บปวดร้าวราน เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขา เธอไม่ได้ต้องการความสงสาร และที่สำคัญที่สุด... เธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว
แต่ทว่า... ความตั้งใจที่จะปล่อยให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ซ้อนทับกับความจริงบางอย่างที่เขาเพิ่งได้รับรายงานจากเลขาฯ ส่วนตัว
รถยนต์หรูคันงามเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของโรงแรม มุ่งหน้าสู่บ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ลีลาวดีเช่าไว้ชั่วคราวระหว่างมาทำงานต่างจังหวัด คิมหันต์นั่งอยู่ที่เบาะหลัง สีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมจ้องมองภาพถ่ายในแท็บเล็ตที่สายสืบเพิ่งส่งมาให้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบ... เด็กชายที่มีโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับแกะพิมพ์ นัยน์ตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น... มันคือหลักฐานชิ้นใหญ่ที่ทำให้หัวใจของคิมหันต์แทบหยุดเต้น
*เธอท้อง... และเธอเก็บลูกไว้จากเขา*
ความคิดนั้นทำให้มือหนาที่กำแท็บเล็ตสั่นเทา ความรู้สึกผิดโถมซัดเข้ามาหนักหน่วงยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด ตลอดสามปีที่ผ่านมา นอกจากเขาจะทำร้ายจิตใจภรรยาด้วยการไม่แยแสแล้ว เขายังเกือบจะพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปจากอ้อมอกของเธอโดยที่เขาไม่เคยรู้ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย
"คุณลีลาครับ... คุณซ่อนลูกไว้จากผมได้ยังไง" เสียงพึมพำแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด
รถยนต์ชะลอความเร็วและจอดสนิทหน้าบ้านพักสไตล์โมเดิร์นท่ามกลางสวนสนร่มรื่น คิมหันต์ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไม่อดทนรอเวลาให้เธอกลับกรุงเทพฯ อีกต่อไป เขาต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่องในวันนี้ ไม่ว่าเธอจะโกรธ เกลียด หรือเอาสาดน้ำร้อนใส่เขา เขาก็ยอมรับมันทั้งหมด แลกกับการได้รู้ความจริงเรื่องลูกชาย
ร่างสูงก้าวลงจากรถ ปิดประตูเสียงดังสนั่นด้วยความร้อนรน ขายาวสาวเท้ายาวตรงไปยังประตูรั้วบ้านพักทันที มือหนาผลักประตูรั้วที่ไม่ได้ลงกลอนให้อ้าออก ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปยังระเบียงหน้าบ้าน
แต่แล้ว... ฝีเท้าของประธานหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อเสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กเล็กดังแว่วออกมาจากภายในบ้าน พร้อมกับเสียงทุ้มอบอุ่นของชายหนุ่มอีกคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
"น้องลี오ครับ อย่าวิ่งเร็วสครับลูก เดี๋ยวคุณแม่ดุนะ คนเก่ง"
เสียงของพิชญ์... เพื่อนสนิทของลีลาวดีที่คอยตามวนเวียนอยู่ใกล้ชิดเธอเสมอ และภาพที่ปรากฏแก่สายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องนั่งเล่น ก็ทำให้คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม
ภาพของพิชญ์กำลังอุ้มเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบขึ้นขี่คออย่างหยอกล้อ โดยมีลีลาวดีที่กำลังยืนถือผ้าขนหนูผืนเล็กหัวเราะร่าเริงด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ—รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขาเลยตลอดเวลาที่อยู่ร่วมบ้านกัน
ภาพครอบครัวอันแสนอบอุ่นที่ไม่มีพื้นที่ยืนให้ผู้ชายอย่างเขาแม้แต่น้อย
คิมหันต์ยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดติดขัด นัยน์ตาสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความหึงหวง ความเจ็บปวด และความสำนึกผิดระเบิดออกพร้อมกันในอก ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูกระจกมากขึ้น มือหนายื่นออกไปหมายจะผลักบานประตูเข้าไปกระชากความจริงให้กระจ่าง
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสกับกรอบประตู เสียงเล็กๆ ใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ พร้อมกับประโยคที่ทำให้คิมหันต์ถึงกับทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นระเบียงด้วยความช็อกสุดขีด
"คุณอาพิชญ์ฮะ... เมื่อไหร่คุณอาจะแต่งงานกับคุณแม่ แล้วรับผมเป็นลูกจริงๆ สักทีล่ะฮะ? น้องลีโออยากเรียกคุณอาว่า 'ปะป๊า' แล้วนะฮะ!"
ด้วยรักจากชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 15
การประชุมทางธุรกิจที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!