เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 22

บุกถึงถิ่น

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงกระแทกของประตูรถยนต์ราคาแพพาสปอร์ตเยอรมันคันหรูดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วลานจอดรถของ ‘La Vie Café’ ร้านกาแฟสไตล์มินิมอลที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในย่านย่านธุรกิจแห่งนี้ กลิ่นอายของเมล็ดพันธุ์กาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ในอากาศ ทว่ามันกลับไม่สามารถเจือจางรังสีความเย็นยะเยือกและอารมณ์กรุ่นโกรธที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้ก้าวเท้าลงมาได้เลยแม้แต่น้อย คิมหันต์... ประธานหนุ่มผู้กשุมอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองป้ายชื่อร้านสีทองอร่ามด้วยประกายตาดุดัน ราวกับต้องการจะเผาให้มันมอดไหม้เป็นจุล เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ถูกพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่ง บ่งบอกถึงความอดกลั้นที่เดินทางมาถึงขีดสุด ตั้งแต่วินาทีที่สายสืบรายงานว่าลีลาวดีอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่า เป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านไร้ค่า กลับกลายมาเป็นเจ้าของกิจการร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้ พร้อมทั้งรอยยิ้มสดใสที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโซเชียลมีเดีย... รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขาเลยตลอดสามปีในคุกวิวาห์นั่น หมับ! ขายาวก้าวฉับๆ เข้าไปในตัวร้านอย่างไม่เกรงใจใคร เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูสั่นระรัวตามแรงเหวี่ยง พนักงานสาวในร้านสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่เข้ามาขวางกั้นแสงสว่าง ทว่าคิมหันต์ไม่ได้สนใจสายตาดوหวาดกลัวของใครหน้าไหน เป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้คือร่างบางในผ้ากันเปื้อนสีครีมที่กำลังยืนงละเมียดละไมอยู่หน้าเครื่องชงเอสเพรสโซ "ลีลา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มันไม่ใช่เสียงเรียกชื่อภรรยาเก่า แต่มันคือคำประกาศิตของซาตานที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ลีลาวดีชะงักมือที่กำลังเทฟองนมลงบนแก้วลาเต้อาร์ต ลวดลายหงส์ที่กำลังฟูฟักสลายกลายเป็นสีขาวขุ่นปนน้ำตาลในพริบตา เธอนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าเรียบเฉยราวกระจกเงาที่สะท้อนความว่างเปล่า ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีที่ยืนจังก้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ไม่มีแววตาหวาดกลัว ไม่มีน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ และไม่มีแม้แต่เงาของภรรยาผู้เคยอ้อนวอนขอความรักจากเขาในอดีต มีเพียงแค่ดวงตากลมโตที่ฉายแววรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง กับมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น "อ้าว นึกว่าใคร... ลูกค้ากระเป๋าหนักคนไหนมาเหมาสาขาเราหรือเปล่าคะ ถึงได้เดินดุ่มๆ เข้ามาทำหน้าถมึงทึงเสียบรรยากาศร้านหมด" ลีลาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สุภาพแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด ราวกับกำลังคุยกับคนแปลกหน้าที่เธอไม่ใส่ใจจะจดจำ คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์บาร์จนแทบจะชิดขอบไม้ มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนพื้นโต๊ะ โน้มตัวเข้าไปหาหญิงสาวจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีลอยเข้าแตะจมูก แต่วันนี้... มันไม่ได้ทำให้ใจเธอดวงน้อยสั่นไหวเหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว "กล้าดียังไงถึงหนีหน้าฉันมาเปิดร้านระรื่นอยู่แบบนี้ ลีลาวดี!" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นและมีรสนิยม "เงินที่เธอใช้สร้างมันขึ้นมา... เงินส่วนไหนของเธอ ถึงได้กล้ากางปีกบินหนีออกจากบ้านฉันไป!" ลีลาวดีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เธอยังคงเช็ดทำความสะอาดหัวชงกาแฟด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กอย่างใจเย็น ราวกับว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีตัวตน "เงินส่วนไหนอย่างนั้นหรือคะ?" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "คุณลืมไปแล้วหรือคะคุณคิมหันต์ ว่าตอนที่เราเซ็นใบหย่ากัน ฉันไม่ได้หยิบแม้แต่สลึงเดียวจากตระกูลอัครเดโชภัทรติดมือมาเลยสักบาท สิ่งที่ฉันเอาออกมา... มีแค่ลูกชายกับศักดิ์ศรีที่ถูกคุณย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดีต่างหากล่ะคะ" คำพูดนั้นแทงเข้าที่กลางใจดำของคิมหันต์อย่างจัง ใบหน้าคมคายฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย "เธอคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ ถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้! คิดว่ามีไอ้หมอนั่นคอยหนุนหลังอยู่ แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นสิ!" นึกถึงภาพของพิชญ์ นายแพทย์หนุ่มเพื่อนสนิทของเธอที่คอยมาวนเวียนช่วยเหลือและร่วมลงทุนเปิดร้านนี้กับเธอ ความหึงหวงบ้าคลั่งก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนสมองแทบระเบิด คิมหันต์เกือบจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กเพื่อลากตัวเธออกจากที่นี่ให้รู้แล้วรู้รอด "หยุดทำตัวรุ่มร่ามไร้อารยะในร้านของฉันนะคะ" ลีลาวดีถอยหลังกดยันตัวออกห่าง น้ำเสียงของเธอยกระดับความเย็นชาขึ้นอีกขั้นจนน่ากลัว "ที่นี่คือพื้นที่ทำมาหากินของฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของประธานบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าคุณอยากจะมาดื่มกาแฟ... เชิญต่อแถวสั่งออเดอร์กับพนักงานเหมือนลูกค้ารายอื่น แต่ถ้าจะมาหาเรื่อง... ฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปให้พ้นหน้าร้านเดี๋ยวนี้ค่ะ" "ลีลา!" คิมหันต์คำรามลั่น ร้านกาแฟที่เคยมีเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ กลับเงียบกริบลงทันที ลูกค้าสองโต๊ะมุมร้านหันมามองด้วยความตกใจ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังมาจากหลังร้านพร้อมกับเสียงเจื้อแจ้วอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมา "หม่าม้าฮะ! ลีโออยากกินพุดดิ้งช็อกโกแลตที่หม่าม้าสัญญาว่าจะทำให้... เอ๊ะ?" เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้น วิ่งถือหุ่นยนต์ของเล่นออกมาหยุดชะงักอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตากลมโตใสแป๋วราวกับลูกแก้วคริสตัลกะพริบปริบๆ เมื่อเห็นชายแปลกหน้าร่างสูงใหญ่ยืนขวางทางอยู่ คิมหันต์ชะงักกкаก เขาหันขวับกลับไปมองต้นเสียง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างป้อมๆ ของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาคมกริบ จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากที่ถอดแบบมาจากเขาทุกกระเบียดนิ้ว! โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น... ดวงตาของประธานหนุ่มเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ สมองที่เคยเฉียบคมประมวลผลภาพตรงหน้าซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เชื่อสายตา เด็กคนนี้... หน้าตาเหมือนเขายังกะแกะออกมาจากพิมพ์! และก่อนที่คิมหันต์จะทันได้เอ่ยคำถามใดหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นเทา ลีลาวดีก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าหมับอุ้มร่างของลูกชายเข้าสู่อ้อมอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถอยหลังกรูดไปจนชิดผนัง แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่แค่ความเย็นชาอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือแววตาของแม่เสือสาวที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต "อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉันเด็ดขาด... คิมหันต์!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของลีลาวดีในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%