เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 23

การเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบสามปี

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของค่ำคืนในมหานครไม่เคยปรานีใคร และมันยิ่งเหน็บหนาวเสียยิ่งกว่าเมื่อกาลเวลาสามปีถูกย่อส่วนเหลือเพียงระยะห่างแค่ก้าวเดิน "อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉันเด็ดขาด... คิมหันต์!" น้ำเสียงของลีลาวดีไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย มันราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนให้ชะงักกึกอยู่กับที่ แววตาของเธอในยามนี้ไม่ใช่ดวงตาคู่เดิมที่เคยฉาบหยาดน้ำตาและเฝ้ารอคอยความเมตตาจากเขาอีกต่อไปแล้ว มันคือกระจกเงาสะท้อนความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันแปลว่าตัวตนของเขาได้ถูกลบเลือนออกไปจากพื้นที่ในหัวใจของเธอจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง คิมหันต์กลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวด้วยความเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองภรรยาด้วยความเย็นชาและเหยียดหยามในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำ ไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดมหาศาลที่กัดกินวิญญาณ เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปดูสง่างามและเย่อหยิ่ง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาจนแทบหยุดหายใจคือเด็กชายตัวน้อยที่หลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังบอบบางนั้น ดวงตากลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากหยักได้รูป... ราวกับถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน "ลีลา..." เสียงของคิมหันต์แหบพร่า หลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาออกมาได้อย่างยากเย็น "ขอร้องล่ะ... ให้ฉันได้คุยกับลูก" "ลูก?" ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใดๆ มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาที่กรีดแทงหัวใจของคนฟังจนพรุน "คุณยังมีหน้ามาใช้คำนี้อีกเหรอคะ คิมหันต์ วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้คือภาระ... คุณลืมมันไปหมดแล้วหรือไง?" คำพูดแต่ละคำคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเก่า คิมหันต์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก อากาศรอบตัวคล้ายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขาจำได้ดี... จำทุกถ้อยคำใจร้ายที่ตนเองเคยพ่นใส่เธอ จำทุกหยดน้ำตาที่เธอเคยรินไหลเพื่ออ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่วันนั้นเขากลับเมินเฉยอย่างไร้หัวใจ เพราะคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันไปไหนพ้น "ผม... ผมรู้ว่าผมโง่..." คิมหันต์ก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ อย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน แต่โปรดให้โอกาสผมได้ไถ่บาป... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ ลีลา" "ไถ่บาป?" ลีลาวดีทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง พร้อมกับดันร่างเล็กของน้องลีโอบังไว้มิดชิด "บาปบางอย่าง... ต่อให้คุณใช้เวลาทั้งชีวิตชดใช้ มันก็ไม่มีวันล้างสะอาดหรอกค่ะ สามปีที่ผ่านมา คุณเคยนึกถึงพวกเราบ้างไหม? หรือความสุขบนกองเงินกองทองมันทำให้คุณลืมไปแล้วว่าเคยทำร้ายใครไว้บ้าง" "แม่ครับ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นเบื้องล่าง น้องลีโอเงยหน้ามองมารดาด้วยแววตาฉายแววความกังวล ก่อนจะปรายตามองชายแปลกหน้าที่ยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อย "คนนี้ใครเหรอครับ ทำไมเขาถึงมองแม่แบบนั้น? ลีโอกลัว..." คำว่า 'กลัว' จากปากของลูกชายแทบจะฆ่าคิมหันต์ให้ตายทั้งเป็น หัวใจของประธานหนุ่มแหลละเอียดไม่มีชิ้นดี เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียอำนาจหรือเงินทองยังเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่ลูกแท้ๆ ของตัวเองแสดงท่าทีหวาดกลัวเขา ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มอีกคนก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคิมหันต์และลีลาวดี "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ลีลา?" พิชญ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยกมือขึ้นโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้อย่างสนิทสนม ภาพนั้นทิ่มแทงนัยน์ตาของคิมหันต์จนเลือดซิบ เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวจนระงับไม่อยู่ "ถอยมือสกปรกของแกออกจากภรรยา... อ้อ ไม่สิ อดีตภรรยาของฉัน!" คิมหันต์คำรามต่ำในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ พุ่งเข้าหมายจะกระชากตัวพิชญ์ให้ออกห่างจากลีลาวดี ทว่า... มือเรียวบางของลีลาวดีกลับยกขึ้นกั้นกลางระหว่างอกของเขาไว้ แรงปะทะแม้จะไม่มาก แต่กลับหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของคิมหันต์ได้อย่างชะงักงัน "อย่ามาทำกร่างแถวนี้ค่ะ คิมหันต์" ลีลาวดีตวัดสายตาคมกริบมองเขาอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย "คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งอะไรฉันทั้งนั้น และคุณพิชญ์... ก็คือคนที่อยู่เคียงข้างฉันในวันที่ฉันไม่เหลือใคร... ไม่เหมือนคุณ ที่จำได้แม้แต่หน้าลูกตัวเองยังแทบไม่ได้" ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำให้คิมหันต์ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ความหึงหวงถูกแทนที่ด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดที่ประเดประดอนเข้ามาจนจุกอก เขาอ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยคำแก้ตัว แต่ทว่าลีลาวดีกลับไม่ให้โอกาสเขาอีกต่อไป "กลับไปซะเถอะค่ะ... แล้วอย่ามาให้เราเห็นหน้าอีกเลย เพราะทุกครั้งที่คุณปรากฏตัว มันมีแต่จะทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงอดีตโง่ๆ ของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น" พูดจบ ลีลาวดีก็จูงมือลูกชายหันหลังเดินจากไปทันที โดยไม่แม้แต่จะชายหางตามองอดีตสามีที่ยืนนิ่งงันดั่งถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ คิมหันต์ยืนมองแผ่นหลังที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยความสิ้นหวัง เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม ความรู้สึกพ่ายแพ้ถาโถมเข้าใส่จนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว แต่ทว่า... ในวินาทีที่ลีลาวดีกำลังจะก้าวขึ้นรถหรูที่มีพิชญ์เปิดประตูรออยู่ สายตาของคิมหันต์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่หล่นร่วงลงมาจากกระเป๋าถือของหญิงสาวที่เพิ่งสะดุดชายผ้าคลุม กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวหลุดออกมาจากซอง ปะทะเข้ากับแสงไฟจากเสา ดวงตาคมกริบของคิมหันต์เบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อข้อความตัวหนาบนหัวกระดาษแผ่นนั้นสะท้อนเข้าสู่ดวงตาอย่างชัดเจน... * 'ผลการตรวจอัตลักษณ์ทางพันธุกรรม (DNA Test)' * * และชื่อของ 'เด็กชายคิรากร' ที่ระบุความสัมพันธ์ตรงกันกับ 'พิชญ์' ชัดเจนทุกประการ! * ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความเจ็บปวดและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%