กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมือง ดูจะเบาบางลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความหนاتึบที่ก่อตัวขึ้นในอกของคิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ใดๆ บนโลกใบนี้ ทว่าในวินาทีนี้... สติสัมปชัญญะของเขากลับกระเจิดกระเจิงราวกับเศษแก้วที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
*“เธอ... กล้าดียังไงถึงซ่อนลูกฉันไว้ตั้งสามปี...”*
คำถามนั้นไม่ใช่แค่คำตัดพ้อ แต่มันคือเสียงคำรามจากหลุมศพของความผิดบาปที่เขาเป็นคนขุดมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ลีลาวดีในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยยืนก้มหน้าสะอื้นไห้บนพรมราคาแพงในคืนวันที่เขาเซ็นใบหย่าให้อย่างไม่ใยดีอีกต่อไปแล้ว ร่างโปร่งระหงในชุดเดریسคลุมท้องเนื้อดีสีเอิร์ธโทนยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาคู่สวยที่เคยฉาบไว้ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ บัดนี้กลับเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อมจากลมหายใจของเขา
"ลูกของคุณเหรอคะ?" มุมปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนหัวใจคนมองจนแทบกระอักเลือด "คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่หรือคะ คุณคิมหันต์... คนอย่างคุณ จำเป็นด้วยเหรอคะที่มีลูก เด็กคนนี้มีแค่ฉันที่เป็นแม่ และในใบสูติบัตร ช่องชื่อบิด... ก็ว่างเปล่ามาตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยียบเย็นจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธเกลียดที่ฟูมฟาย แต่มันคือความ "ไร้เยื่อใย" ขั้นสุดยอด ซึ่งนั่นคืออาวุธที่คมกริบที่สุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะใช้กรีดแทงอดีสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
คิมหันต์ก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวราวกับคนหมดแรงจะยืน ดวงตาคมกริมสีสนิมเหล็กแดงก่ำ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดระคนแค้นเคือง เขากวาดสายตามองหน้าท้องที่นูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้เนื้อผ้าของเธอ ภาพนั้นกระแทกเข้าที่กลางใจอย่างจัง... นี่เขามีลูกกับเธออย่างนั้นหรือ? เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง เด็กน้อยที่เกิดมาจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิตอย่างเลือดเย็น
"เธอจะใจร้ายเกินไปแล้วนะลีลา! นั่นลูกฉัน! สายเลือดของฉัน!" คิมหันต์คำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนระเบิดออก "เธอมีสิทธิ์อะไรมาพรากลูกไปจากพ่อ... มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแบบนี้คนเดียว!"
"สิทธิ์เหรอคะ?" ลีลาวดีทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดจากลำคอของเธอ เป็นเสียงหัวเราะที่กลั่นออกมาจากรอยแผลเป็นเหวอะหวะในอดีต "วันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณมองฉันสักนิด วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้มันก็แค่ภาระ... คุณเป็นคนโยนสิทธิ์นั้นทิ้งไปเองกับมือไม่ใช่เหรอคะคุณคิมหันต์? วันนี้คุณจะมาทวงถามหาความเป็นพ่อจากซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนเผามันเองเนี่ยนะ... ช่างกล้าพูดเสียจริงนะคะ"
ทุกถ้อยคำที่ร่วงหล่นจากริมฝีปากของเธอดุจดั่งเข็มนับพันเล่มที่พุ่งปักลงบนหัวใจของประธานหนุ่ม คิมหันต์รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วง ภาพความทรงจำสีเทาหม่นเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เขาเซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นนั้นอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาปล่อยให้เธอเดินตากฝนออกไปจากคฤหาสน์หลังโตโดยไม่แม้แต่จะชายตาแล... เขานี่เองที่เป็นคนผลักไสความสุขและครอบครัวที่แท้จริงออกไปจากชีวิตด้วยความโง่เขลาของตัวเอง
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกด้วยมือเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบ
"มมี๊ฮะ..."
เสียงใสแจ๋วที่เจือความงอแงเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมของเด็กชายคิรากร หรือ 'น้องลีโอ' ที่ก้าวเดินเตาะแตะเข้ามาในห้องทำงาน ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากมารดาไม่มีเพี้ยน แต่โครงหน้าและสันจมูกโด่งรั้นกลับฉายแววความดุดันของบิดาอย่างชัดเจน เด็กน้อยขยี้ตาเบาๆ ด้วยความง่วงนอน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าแม่ของตน
คิมหันต์ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระบาล เมื่อดวงตาสคมของเขาประสานเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กชายตัวน้อย หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดชีวิตกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กซ้อนทับอยู่บนร่างป้อมนั้นอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอให้เสียเวลา
"อ๊ะ... คุณลุงหน้ายักษ์คนนั้นนี่นา" น้องลีโอเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนจะรีบเดินเตาะแตะเข้าไปคว้าชายกระโปรงของลีลาวดีไว้แน่น สองมือเล็กๆ กอดขาแม่ไว้ราวกับต้องการปกป้อง พร้อมกับช้อนตามองคิมหันต์ด้วยแววתาหวาดระแวงเล็กน้อยตามประสาเด็ก "มมี๊ฮะ... ผู้ชายคนนี้ดุจัง ทำไมหน้าตาบึ้งตึงเหมือนยักษ์กินเมืองเลยล่ะฮะ"
คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคิมหันต์จนจุกแน่นในอก น้ำตาของผู้ชายที่ไม่เคยหลั่งให้ใครเห็นมานานนับสิบปีเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตา ความรู้สึกผิดบาป ความโหยหา และความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่งตีรวนกันจนปั่นป่วน เขาอยากจะก้าวเข้าไปโอบกอดเด็กน้อยคนนี้ อยากจะบอกว่าเขาคือพ่อ... พ่อแท้ๆ ที่โง่เง่าที่สุดในโลก
ทว่า... ลีลาวดีย่อตัวลงช้าๆ เธอใช้สองมือโอบกอดร่างป้อมของลูกชายเอาไว้แนบอก ปกป้องและกีดกันคิมหันต์ให้อยู่ห่างออกไปในระยะที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง สายตาที่เธอมองมายังอดีตสามีนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและประกาศกรวดร้าวอย่างชัดเจน
"ไม่เป็นไรนะคะคนดีของมมี๊..." ลีลาวดีกดจูบลงบนหน้าผากเนียนนุ่มของลูกชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานหนุ่มนิ่งๆ "เรากลับกันเถอะค่ะลูก อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวจะเจออากาศที่เป็นพิษเข้า... คนใจร้ายแถวนี้เขาคงไม่มีสามสามัญสำนึกพอที่จะรู้ว่าควรจะหยุดอยู่ตรงไหน"
พูดจบ เธอก็อุ้มร่างของน้องลีโอขึ้นแนบอก หมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ลังเล
"ลีลา! เดี๋ยว!" คิมหันต์พุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าแขนเธอไว้ แต่ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เมื่อร่างของพิชญ์ เพื่อนสนิทหนุ่มแสนดีของลีลาวดีก้าวเข้ามาขวางกลางไว้พอดิบพอดี พร้อมกับสายตาคมกริบที่ส่งตรงมายังเขาอย่างท้าทาย
พิชญ์ปรายตามองคิมหันต์ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาสติของประธานหนุ่มขาดผึ่งลงทันที
"ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งข้อหาบุกรุกและคุกคามอดีตภรรยาของคุณ... ถอยไปซะครับ คุณคิมหันต์"
คิมหันต์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาสคมมองตามร่างบางของอดีตภรรยาที่อุ้มลูกชายเดินลับหายออกไปจากประตูห้องทำงานอย่างเลือดขึ้นหน้า หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบราวกับถูกบดขยี้ด้วยมือมาร ทว่าในวินาทีที่ประตูปิดสนิทลง ความเงียบงันกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบจากความจริงที่ว่า... เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหนี่ยวรั้งพวกเขาไว้เลยสักนิดเดียว
...เว้นเสียแต่ว่า เขาจะยอมแลกทุกอย่างที่มี เพื่อลากเธอกลับคืนมาสู่อ้อมอกอีกครั้ง ต่อให้ต้องใช้เล่ห์กลหรือกวาดล้างโลกทั้งใบให้ราบคาบ เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลูกเมียหลุดมือไปเด็ดขาด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 7
เสียงหัวใจดวงเล็กๆ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!