เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 29

ลูกไม้ยื้อแย่งหัวใจ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ภายในห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นของคอนโดมิเนียมหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมและเยียบเย็นเสียจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคู่คมของคิมหันต์ยังคงจับจ้องอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบซึ่งกำลังนั่งเคี้ยวแพน케้กหน้าตาน่ารักอยู่บนโซฟาเบาะนุ่ม ใบจิ้มลิ้ม จมูกรั้นๆ และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น... มันถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา "ม้ามี๊ฮะ... ทำไมคุณลุงหน้าดุคนนี้ ถึงหน้าเหมือนหนูเป๊ะเลยล่ะฮะ?" คำถามใสซื่อแต่เชือดเฉือนหัวใจของลูกชายตัวน้อย ทำเอาลีลาวดีที่กำลังง่วนอยู่กับการรินน้ำส้มคั้นถึงกับมือไม้สั่น แก้วคริสตัลเกือบจะหลุดร่วงจากเรียวปากระหง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบเดินเข้าไปดึงตัวลูกชายเข้าสู่อ้อมกอด ป้องกันไม่ให้สายตาคุกคามของอดีตสามีล่วงล้ำเข้ามาใกล้เด็กน้อยมากไปกว่านี้ "ลีโอคะ ลูกจำที่ม้ามี๊เคยบอกได้ไหมคะ ว่าคนแปลกหน้าบางคน... เราไม่ต้องไปสนใจเขาหรอ" ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกับลูก แต่ทว่าดวงตาคู่สวยที่เงยขึ้นสบกับคิมหันต์กลับเย็นชาและไร้เยื่อใยราวกับน้ำแข็งขั้วโลก คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่กลางอก คำว่า 'คนแปลกหน้า' ที่เธอกล่าวถึงมันช่างบาดลึกและทรมานหัวใจเสียเหลือเกิน เขาย่อตัวลงช้าๆ พยายามส่งยิ้มที่คิดว่าอ่อนโยนที่สุดในชีวิตให้แก่เด็กชาย แม้ว่ามันจะดูเก้ๆ กังๆ สำหรับผู้ชายที่ไม่เคยมีความอ่อนโยนอยู่ในสารบบอย่างเขา "ลีโอ... เรียกคุณพ่อสิครับลูก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือเล็กน้อย มือหนาที่เคยหยิบจับแต่ปากกาเซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้าน กำลังยื่นออกไปหวังจะสัมผัสกลุ่มผมนุ่มนิ่มของเด็กชาย "ฮึ่ย! ใครคุนพ่อของคุณลุงกันล่ะฮะ หน้าตาก็ดุเหมือนยักษ์ใจร้ายในนิทานที่ม้ามี๊เคยเล่าให้ฟังไม่มีผิด" น้องลีโอเบะปากใส่ทันที พร้อมกับเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือใหญ่นั้นอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยทำท่าทางสะบัดหน้าหนีอย่างแสนงอน ก่อนจะหันไปซุกใบหน้าจิ้มลิ้มกับอกเสื้อของมารดา "ม้ามี๊ฮะ รีบพาหนูหนีจากคุณลุงใจร้ายคนนี้เถอะนะฮะ ที่นี่น่ากลัวจังเลย" "เด็กแสบ..." คิมหันต์พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ระหว่างเจ็บปวด ขบขัน และหมั่นไส้ในความแสบสันของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ถอดพันธุกรรมความดื้อรั้นมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน ทว่ามันกลับยิ่งตอกย้ำให้เขาตระหนักว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา... เขาสูญเสียช่วงเวลาอันมีค่าในการเติบโตของลูกชายไปมากมายแค่ไหน เพียงเพราะความโง่เขลาและความเย่อหยิ่งของตนเอง ลีลาวดีปรายตามองท่าทางพยายามเอาอกเอาใจของอดีตสามีด้วยความรู้สึกที่ด้านชา เธออุ้มลูกชายขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงระหงและท่าทีที่สง่างามราวกับพญาหงส์ในชุดเดรสสีครีมเรียบหรู ทำให้เธอดูล้ำค่าและเข้าถึงยากยิ่งกว่าวันวานที่เคยเป็นภรรยาผู้เจียมเนื้อเจียมตัวคนนั้น "เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ คุณคิมหันต์ การแสดงละครตบตาเพื่อเรียกร้องความสงสาร หรือการพยายามมาทำตัวเป็นพ่อผู้แสนดีในตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยลบเลือนความจริงที่ว่า... คุณเคยเหยียบย่ามหัวใจฉันกับลูกอย่างไรหรอกนะคะ" เสียงหวานเอמהลอดไรฟันอย่างเยือกเย็น ทุกถ้อยคำคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าของชายหนุ่ม "ลี... ผมขอร้อง ฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม" คิมหันต์ผุดลุกขึ้นตาม เขาพยายามก้าวเข้าไปใกล้เธอ แต่ลีลาวดีกลับถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แววตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจและระแวดระวัง "อธิบายอะไรคะ? อธิบายว่าคุณไม่ได้รักฉัน? อธิบายว่าเด็กคนนี้เป็นแค่ความผิดพลาดในสายตาคุณ? หรือจะอธิบายว่าคุณเพิ่งมารู้สึกตัวว่ารัก... ในวันที่ฉันไม่เหลือความรู้สึกใดๆ ให้คุณแล้วกันแน่คะ?" ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากอิ่มสวย "สายไปแล้วค่ะคุณคิมหันต์ ประตูแห่งโอกาสนั้น... คุณเป็นคนล็อกมันด้วยกุญแจแห่งความเย็นชาเองกับมือ" "ม้ามี๊ฮะ อย่าไปคุยกับคนใจร้ายเลยนะฮะ ไปกินไอศกรีมกันดีกว่า ลีโอหิวแล้ว" เจ้าตัวเล็กส่งเสียงแทรกขึ้นมาทำลายความตึงเครียด มือเล็กๆ เอื้อมไปโอบรอบคอของมารดาพร้อมกับส่งสายตาค้อนขวับไปยังคุณพ่อมือใหม่ที่ยืนหน้าเสีย "ได้ค่ะลูก เดี๋ยวเราไปกินไอศกรีมกันนะคะ" ลีลาวดีหันไปยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายทันที ราวกับโลกทั้งใบของเธอมีแค่เด็กชายคนนี้คนเดียวเท่านั้น เธอกวาดสายตามองอดีตสามีเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหมุนตัวเดินเลี่ยงไปยังประตูทางออก โดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้อยู่ในความมืดมน คิมหันต์ยืนมองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกควักหัวใจออกซิ ดอกไม้ที่เขาเคยเหยียบย่ำและทำลายมันด้วยมือของตัวเอง บัดนี้ได้ผลิบานเป็นดอกไม้ที่งดงามและแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือไปคว้ากลับคืนมาได้อีกแล้ว ทว่า... ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น สัญชาตญาณความดื้อรั้นของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักล่า" แห่งวงการธุรกิจ กลับไม่อยอมแพ้ง่ายๆ ในเมื่อเขายังมีสายเลือดเดียวกันวิ่งวนอยู่ในร่างของเด็กชายแสบคนนั้น เขาไม่มีวันปล่อยให้พวกเธอหลุดมือไปเด็ดขาด! "หึ... คิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น ลีลาวดี..." คิมหันต์พึมพำกับตัวเองด้วยแววตากร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ในขณะที่คิมหันต์กำลังวางแผนการรุกฆาตเพื่อทวงคืนลูกเมีย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะควักเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นสายตรงจากเลขานุการส่วนตัวที่น้ำเสียงดูร้อนรนจนผิดปกติ "มีอะไร?" คิมหันต์กรอกเสียงห้วนจัดลงไป ("นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เรื่องผลตรวจ DNA ที่คุณให้ผมไปแอบเก็บตัวอย่างของน้องลีโอมาตรวจซ้ำรอบสอง...") ปลายสายเว้นวรรคหายใจหอบถี่ราวกับวิ่งหนีตายมา ("ผลมันออกมาแล้วครับ... และความจริงมันไม่ได้มีแค่เรื่องพ่อลูก... แต่ยังมีเอกสารอีกฉบับที่ถูกซ่อนไว้ในระบบโรงพยาบาลเมื่อสามปีก่อน... ซึ่งระบุว่า...") คิมหันต์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจประหลาด "พูดมา! มันคืออะไร?!" ("วันที่คุณแม่ของคุณลีลาวดีเสียชีวิตในคืนก่อนวันหย่า... มันไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ธรรมดาครับนาย! แต่มีหลักฐานใหม่ยืนยันว่า... รถคันนั้นถูกตัดเบรก และคนที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งทำลายหลักฐานทั้งหมดในคืนนั้น... คือคนใกล้ตัวตระกูลของคุณเองครับ!") ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของลีลาวดีนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%