เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 3

กระเป๋าเดินทางหนึ่งใบกับชีวิตใหม่

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กระดาษแผ่นบางในมือของคิมหันต์สั่นเทา ราวกับมันกำลังแบกรับน้ำหนักของภูเขาเหล่าขุนเขาที่ถล่มทับลงมาทั้งลูก ตัวหนังสือสีดำบนใบสูติบัตรฉบับนั้นไม่ได้พิมพ์ผิด และมันไม่ได้เป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่มันคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่กรีดลึกลงไปในกลางใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ชื่อของเด็กชาย "คิรากร" ปรากฏหราอยู่ตรงช่องบุตรชาย และบรรทัดถัดมาที่ระบุชื่อบิดา... คือตัวเขาเอง คิมหันต์ คณากุล "นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองลีลาวดีด้วยความดูแคลนและเย็นชามาโดยตลอด บัดนี้เบิกกว้าง ร-าวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ภาพความทรงจำตลอดสามปีที่ผ่านมาพวยพุ่งย้อนกลับเข้ามาในหัว ราวกับภาพยนตร์สโลว์โมชันที่ตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเอง ลีลาวดีไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่เขาคาดคิด ร่างระหงในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความตั้งใจ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววรักใคร่และภักดีต่อเขาจนล้นปรี่ บัดนี้มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาที่หนתทึบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความอบอุ่น มันคือรอยยิ้มที่เชือดเฉือนหัวใจของคิมหันต์ให้ขาดวิ่นเป็นชิ้นๆ โดยไม่ต้องใช้มีด "แปลกใจเหรอคะคุณคิม" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในโถงทางเดินอันโอ่อ่าของคฤหาสน์หรู "หรือว่าคุณคิดว่าผู้หญิงโง่ๆ คนนี้ จะต้องจมปลักร้องไห้ฟูมฟายอยู่ใต้เงาของคุณไปตลอดกาลกันแน่" "ลีลา..." คิมหันต์ก้าวเข้าไปหาเธอโดยสัญชาตญาณ สองขายาวสั่นระริก มือหนาที่ถือกระดาษแผ่นนั้นยื่นออกไปข้างหน้าอย่างคนทำอะไรไม่ถูก "เธอ... เธอท้องตอนไหน ทำไมฉันถึง... ทำไมเธอไม่บอกฉัน!" คำถามที่พั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว ความหยิ่งยโสที่เคยค้ำคอทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังสำนึกได้ว่า ตัวเองได้ทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง ลีลาวดีถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างที่เธอสร้างขึ้นไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่ทางกายภาพ แต่มันคือเหวลึกที่คิมหันต์ไม่มีวันข้ามกลับมาได้อีกแล้ว เธอก้มลงมองกระเป๋าเดินทางใบโตสีเงินยวงที่ตั้งอยู่ข้างกาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพความเจ็บปวดที่เธอต้องอดทนแบกรับไว้ลำพังตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา "บอกคุณเหรอคะ?" ลีลาวดีหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "วันที่ฉันแพ้ท้องจนแทบอาเจียนออกมาเป็นเลือด คุณอยู่ที่ไหนคะ? วันที่ฉันต้องไปอัลตราซาวด์คนเดียว มองเห็นหัวใจดวงเล็กๆ เต้นอยู่บนจอภาพโดยไม่มีใครจับมือ คุณกำลังดินเนอร์อยู่กับคู่ค้ารายใหญ่ใช่ไหมล่ะคะ? หรือ... หรือว่าคุณกำลังดื่มฉลองให้กับความเป็นอิสระจากผู้หญิงน่ารำคาญอย่างฉันกันแน่" "ลีลา... ฉันขอโทษ..." คำพูดสามพยางค์ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ คิมหันต์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ ไม่สนใจศักดิ์ศรี ไม่สนใจภาพลักษณ์ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขายื่นมือสั่นเทาไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่ลีลาวดีกลับขยับถอยหนี ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา "เก็บคำขอโทษของคุณไว้เถอะค่ะ มันไร้ค่าเกินกว่าจะเอามาแลกกับน้ำตาหยดเดียวของฉัน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าการกรีดร้องโวยวายเสียอีก "ใบหย่าฉันก็เซ็นให้คุณแล้ว ทรัพย์สินอะไรของคุณฉันก็ไม่เคยต้องการแม้แต่บาทเดียว และตอนนี้... ของใช้ส่วนตัวของฉันก็เก็บใส่กระเป๋าครบหมดแล้วค่ะ" ลีลาวดีก้มลงหยิบคันชักกระเป๋าเดินทางขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างมั่น "ส่วนเรื่องลูก... คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คิรากรเป็นลูกของฉัน และฉันจะดูแลเขาให้ดีที่สุดด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของฉันเอง โดยที่ไม่ต้องรบกวนเงินสักแดงเดียวจากตระกูลคณากุลของคุณค่ะ" "ไม่! ลูกก็เป็นลูกของฉันเหมือนกันนะลีลา!" คิมหันต์เงยหน้าขึ้นตะโกนลั่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "เธอไม่มีสิทธิ์พรากลูกไปจากฉัน! ฉันเป็นพ่อของเขา!" "พ่อเหรอคะ?" ลีลาวดีหยุดชะงัก หันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เยียบเย็นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น "วันที่คุณบอกให้ฉันไสหัวออกไปจากชีวิตคุณ คุณเคยคิดไหมคะว่าเด็กคนนี้กำลังโตอยู่ในท้องของฉัน? วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันเหมือนเศษฝุ่น คุณเคยจำได้ไหมคะว่าเรามีสายเลือดเดียวกัน?" ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคิมหันต์ที่สะท้อนความเจ็บปวดร้าวราน เขาอยากจะย้อนเวลากลับไป อยากจะตบหน้าตัวเองในอดีตพันครั้งที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดต้องเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปพร้อมกับความช้ำใจและหนึ่งชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ ลีลาวดีไม่รอให้เขาได้แก้ตัวอีกต่อไป เธอก้าวเดินผ่านร่างสูงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างไร้เยื่อใย เสียงล้อกระเป๋าเดินทางกระทบกับพื้นหินอ่อนดัง กุกกัก... กุกกัก... เป็นจังหวะที่ย้ำเตือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นได้ขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเซถอยหลัง เขารีบวิ่งตามแผ่นหลังบางนั้นไปอย่างคนเสียสติ ความหวังเดียวที่เหลืออยู่คือการรั้งเธอไว้ แต่ทว่า... เมื่อเขามาถึงประตูทางออกของคฤหาสน์ ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นสนิท รถยนต์สีดำสนิทคันหรูจอดเทียบท่าอยู่ตรงหน้า ประตูรถเปิดออก และร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคุ้นตาคนหนึ่งก็ก้าวลงมาจากรถ พิชญ์... เพื่อนสนิทที่คิมหันต์เกลียดขี้หน้ามาตลอด กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลีลาวดี พร้อมกับยื่นมือมารับกระเป๋าเดินทางใบนั้นไปจากมือเธออย่างทะนุถนอม "รอนานไหมครับลีลา" เสียงทุ้มของพิชญ์เอ่ยถามอย่างอ่อนโยน "ไม่นานค่ะพี่พิชญ์... เราไปกันเถอะค่ะ" ลีลาวดีตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่สดใส รอยยิ้มแบบที่คิมหันต์ไม่เคยได้รับมันมานานนับปีแล้ว ก่อนที่ลีลาวดีจะก้าวขึ้นรถ เธอก็หันกลับมามองคิมหันต์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงข้าม สายตาคู่นั้นมองเขาเป็นเพียงแค่ "คนแปลกหน้า" คนหนึ่งเท่านั้น และในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่นั่งรออยู่เบาะหลังก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน "คุณแม่ขา... เราจะไปหาคุณพ่อคนใหม่กันใช่ไหมฮะ?" คิมหันต์เบิกตากว้างจนแทบถล่น หัวใจของเขาดิ่งวูบลงสู่เหวลึกที่มืดมิดที่สุดในพริบตาเดียว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับลีลาวดีนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%