“ถ้าท่านอ๋องยังไม่ยอมกลืนยา ข้าจะไปตามหมอหลวงมาเย็บปากท่านให้สนิทเสียตอนนี้เลยดีไหมเพคะ?”
เสียงของเซี่ยอว́nซีราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่พยายามสะกดไว้ มือบางถือถ้วยยาขมข้นส่งกลิ่นฉุนกึกไว้ตรงหน้าชายหนุ่มผู้มีฐานะเป็นถึงท่านอ๋อง แต่ในเวลานี้กลับทำตัวราวกับเด็กน้อยเอาแต่ใจ
มู่จินหยางเอนหลังพิงหมอนปักลายมังกร ดวงตาคมกริบคู่นั้นปรือปรอยราวกับคนอ่อนแรง ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขาไม่ได้มองถ้วยยา แต่กำลังจ้องมองใบหน้านวลเนียนของฮูหยินเอกที่กำลังนิ่วหน้าด้วยความรำคาญ
“ขม... เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาถ้วยนี้มันขมจนข้ากลืนไม่ลง” เขาเปรยเสียงแหบพร่า อาการป่วยไข้จากการตรอมใจและพิษไข้จากการกรำศึกหนักทำให้ผิวพรรณของเขาดูซีดเผือด แต่ทว่ากลับทำให้เสน่ห์ของชายหนุ่มดูน่าทะนุถนอมในสายตาคนทั่วไป—ยกเว้นเซี่ยอว́nซี
“ขมแล้วอย่างไรเพคะ? ท่านคิดว่าข้าต้มยาหวานให้ท่านดื่มหรืออย่างไร มู่จินหยาง อย่ามาทำเป็นสำออยให้มันมากนัก สายตาที่ท่านมององค์หญิงเยว่เล่อนั่นดูไม่ได้มีความป่วยไข้หลงเหลืออยู่เลยสักนิด!”
หญิงสาววางถ้วยยาลงบนโต๊ะข้างเตียงเสียงดัง ‘กึก’ ก่อนจะกอดอกแน่น สายตาของนางวาวโรจน์ นางรู้ดีว่าคนคนนี้กำลังเล่นเกมจิตวิทยา นางยังไม่ลืมสิ่งที่เห็นในตอนที่แล้ว... สายตาที่เขาใช้ข่มขู่ใครบางคนอยู่เบื้องหลังองค์หญิงนั่น มันไม่ใช่สายตาของคนป่วยที่ไร้ทางสู้เลยสักนิด
มู่จินหยางเลิกคิ้ว แสร้งไอโขลกจนหน้าแดงก่ำ “เจ้าหึงข้าหรืออว́nซี? ถึงได้จำได้แม่นนักว่าข้ามองใคร”
“ข้าไม่ได้หึง ข้าแค่รำคาญ!” เซี่ยอว́nซีสวนกลับทันควัน “ถ้าท่านไม่ดื่ม ข้าจะถือว่าท่านหายดีแล้ว และข้าจะได้ย้ายกลับไปนอนที่เรือนท้ายจวนเสียที”
ท่าทีใจแข็งของนางทำให้ท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งถึงกับชะงัก มู่จินหยางขยับกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเกินกว่าคนป่วยปกติจะทำได้ มือหนาคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงทว่าหนักแน่นและกักขัง “เจ้ากล้าทิ้งคนป่วยที่เพิ่งพ้นขีดอันตรายไปหรือ? จิตใจของฮูหยินเอกทำด้วยอะไรกันแน่”
“ทำด้วยความอดทนที่ใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้วเพคะ!”
เซี่ยอว́nซีสะบัดมือออก แต่เขากลับดึงตัวนางเข้าหาจนเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรหอมอ่อนๆ ตีวนอยู่ในจมูก ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นนานทำให้หัวใจของนางเต้นจังหวะผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ
มู่จินหยางถอนหายใจยาว ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน “ข้าไม่ได้ป่วยแค่กายหรอกอว́nซี... ใจข้ามันก็ป่วย เพราะเจ้าไม่ยอมมองข้าด้วยสายตาเหมือนวันวานอีกแล้ว”
“คนป่วยพูดจาเพ้อเจ้อ!” นางพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขากลับเชยคางนางให้สบตา “ถ้าอยากให้ข้าหายเร็วๆ... ก็เช็ดตัวให้ข้าทีสิ ข้าร้อนจนนอนไม่หลับ”
เซี่ยอว́nซีเงียบไป อ่างน้ำอุ่นข้างเตียงยังวางอยู่ที่เดิม อิงฮวาคนดีของนางหายตัวไปไหนเสียแล้ว? นางรู้ดีว่านี่คือแผนการ แต่สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่แตะอยู่ข้างแก้วหูทำให้นางปฏิเสธไม่ลง
นางคว้าผ้าชุบน้ำบิดหมาด สั่งให้เขาถอดเสื้อออกด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ถอดเสียสิเพคะ จะได้เช็ดให้จบๆ ไป”
มู่จินหยางยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาปลดสายคาดเอวออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ จากศึกสงครามบนแผงอกกว้าง กล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามนั้นดูทรงพลัง แม้จะดูผอมลงไปบ้างแต่มันก็ยังดูอันตรายและน่าเกรงขาม
มือของเซี่ยอว́nซีสั่นเล็กน้อยขณะแตะผ้าลงบนผิวเนื้อร้อนผ่าวนั้น นางพยายามจดจ่ออยู่กับการเช็ดตัวให้ทั่ว โดยไม่ยอมสบตาคมคริบที่จ้องมองมาไม่วางตา ราวกับต้องการจะกลืนกินนางลงไปทั้งตัว
“เบาหน่อย... เจ้ากำลังเช็ดตัวหรือกำลังจะถลกหนังข้ากันแน่?” เขาแกล้งครวญ
“ถ้าข้าถลกหนังท่านได้ ข้าคงทำไปนานแล้วท่านอ๋อง!”
บรรยากาศในห้องเงียบเชียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน มู่จินหยางคว้าข้อมือนางไว้ขณะที่นางกำลังจะเช็ดบริเวณหน้าท้อง สัมผัสที่ปลายนิ้วของนางกระตุ้นให้เลือดในกายของเขาร้อนฉ่า
“เจ้ายังจำคืนนั้นได้ไหม... คืนที่เราต่างคนต่างเมามาย” เสียงของเขาทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าใจหาย “ข้าไม่ได้เมาจนจำอะไรไม่ได้หรอกนะอว́nซี... ข้าจำได้ทุกสัมผัส โดยเฉพาะความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้า”
เซี่ยอว́nซีชะงักกึก ดวงตาคู่งามสั่นไหว นางกำลังจะเอ่ยปากโต้ตอบทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกลับดังขึ้นหน้าห้องเสียก่อน
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! คนของสายสืบที่ท่านส่งไปตรวจสอบเรือนหลังขององค์หญิงเยว่เล่อ... ถูกพบว่าเป็นศพอยู่ที่หน้าประตูจวนเราแล้ว!”
เสียงขององครักษ์คนสนิททำให้คนทั้งสองผละออกจากกันทันที มู่จินหยางสีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดันในพริบตา ความสำออยเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรู
เซี่ยอว́nซีมองดูเลือดที่ไหลหยดลงบนพื้นเรือนจากรอยเท้าขององครักษ์ที่วิ่งเข้ามา นางรู้ทันทีว่า 'เกม' นี้มันไม่ได้จบแค่เรื่องของนางกับท่านอ๋อง แต่มันกำลังเริ่มเข้าสู่ฉากนองเลือดจริงๆ แล้ว
มู่จินหยางคว้าดาบข้างเตียงมาถือไว้แน่นก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตาที่ลึกล้ำ “อย่าออกจากห้องนี้จนกว่าข้าจะกลับมา... ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม เข้าใจไหม?”
ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวออกไป ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างขององค์หญิงเยว่เล่อที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา ทว่าในมือนางกลับถือปิ่นปักผมอันหนึ่งที่เซี่ยอว́nซีจำได้แม่นว่ามันเป็นปิ่นที่นางทำหายไปเมื่อวานนี้!
"ท่านพี่... ดูสิเพคะว่าหม่อมฉันพบอะไรในมือของมือสังหารที่ตายหน้าจวน... ปิ่นเล่มนี้... ไม่ใช่ของท่านหญิงอว́nซีหรอกหรือเพคะ?"
หุบเขาแห่งความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องทันทีที่ประโยคนั้นจบลง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเสี่ยวเถาฮวามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 32
คนป่วยเอาแต่ใจ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!