"ป้ายทองคำเปลวห้าแผ่น ค่าเช่าร้านตึกแถวสามชั้นย่านตลาดการค้าตะวันออก และสัญญาส่วนแบ่งการค้าใบนี้... ข้าขอซื้อขาดด้วยเงินสดเจ็ดร้อยตำลึงทองค่ะเฒ่าแก่ ไม่ทราบว่าท่านจะว่าอย่างไร?"
น้ำเสียงใสกังวานแต่ราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองชั้นสอง โรงน้ำชาอวี้จิน เซี่ยอว́nซีในชุดบุรุษผ้าแพรสีเทาเข้ม ปักลายไผ่จีนด้วยด้ายเงินบางเบาเพื่ออำพรางฐานะและส่วนสัด มือเรียวระหงที่สวมแหวนหยกมันแพะเคาะพัดจีบไม้จันทน์ลงบนโต๊ะไม้พะยูงเบาๆ เป็นจังหวะ ท่าทีองอาจปราศจากความหวาดหวั่นราวกับนางมิใช่สตรีผู้ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในเรือนหลังของจวนอ๋อง หากแต่เป็นเถ้าแก่ใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจมานานหลายปี
เฒ่าแก่ซ่ง เจ้าของกิจการโรงเตี๊ยมเก่าแก่ที่กำลังจะผันตัวไปลงทุนกับเหมืองเกลือทางเหนือ อ้าปากค้างจนแทบกลัวว่ากรามจะค้าง เขาจ้องมองตั๋วเงินในมือสลับกับใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราภายใต้หมวกปีกกว้างของคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา สตรี... ไม่สติปัญญาของคนผู้นี้ช่างเฉียบคมและเด็ดเดี่ยวเสียจนเขาลืมไปเลยว่านางอายุน้อยเพียงใด
"คุณชาย... อะแฮ่ม คุณหนู... เอ้ย ลูกค้าท่านนี้" เฒ่าแก่ซ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายบนขมับ "เจ็ดร้อยตำลึงทองกับตึกแถวทำเลทองนั้น แม้จะคุ้มค่า แต่วิธีการบริหารโรงเตี๊ยมเดิมให้พลิกฟื้นเป็นหอประมูลสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสตรีตามที่ท่านร่างแผนผังไว้... มันเสี่ยงเกินไป ตลาดเงินตระกูลโม่ผูกขาดการค้าอัญมณีในเมืองหลวงมากว่าสิบปี ท่านเอาอะไรมามั่นใจว่าจะแทรกตัวขึ้นมาได้เล่าขอรับ?"
อว́nซีแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอกแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันเฉียบคม นางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นกายหอมกรุ่นของดอกเหมยขาวจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดี
"ความมั่นใจของข้า... มาจากความจริงที่ว่า สตรีในเมืองหลวงล้วนเบื่อหน่ายกับเครื่องประดับแบบเดิมๆ ที่พวกพ่อค้าหน้าเลือดผูกขาดราคาค่ะเฒ่าแก่ซ่ง" นางกล่าวเสียงนุ่ม ทว่าทรงพลังในทุกพยางค์ "ของดีราคาคุ้มค่า และการบริการที่ทำให้พวกนางรู้สึกเหมือนเป็นไทแก่ตัว... นั่นคือสิ่งที่ตระกูลโม่ไม่มีวันเข้าใจ เพราะมัวแต่สนใจตัวเลขกำไรจนลืมมองรอยยิ้มของลูกค้า ท่านกล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่เล่า? หากภายในสามเดือน หอประมูล 'จินหลาน' ของข้าทำกำไรไม่ได้หเท่าตัว ท่านเอาสัญญาฉบับนี้ไปฉีกทิ้งได้เลยค่ะ"
อิงฮวาที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังในคราบเด็กรับใช้ผู้ติดตาม แอบลอบชูนิ้วโป้งสรรเสริญความกะล่อนแต่มีชั้นเชิงของนายหญิงในใจ นางแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นเฒ่าแก่ซ่งทำหน้าเหมือนกลืนยาขมแต่ก็ปฏิเสธความเย้ายวนของเงินเจ็ดร้อยตำลึงทองไม่ลง
ในขณะที่การเจรจาธุรกิจกำลังจะลุล่วงด้วยลายเซ็นและรอยประทับนิ้วมือบนสัญญา เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงราวกับก้าวเดินบนลานประลองยุทธ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องรับรอง เสียงนั้นไม่ได้เร่งรีบ ทว่ากลับทรงพลังจนแรงสะเทือนทำให้ถ้วยชาบนโต๊ะกระเพื่อมไหว
กึก... กึก...
อว́nซีขมวดคิ้วมุ่น นางชะงักมือที่กำลังจะหยิบพู่กันจุ่มหมึก สัญชาตญาณเตือนภัยในร่างกรีดร้องเตือนทันทีว่าบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เฒ่าแก่ซ่งเองก็หน้าถอดสี รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
แกร๊ก!
บานประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายมังกรซ่อนลายสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเยือกเย็นและกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุฤดูหนาวที่เคลื่อนตัวเข้ามาครอบพื้นที่อบอุ่นในพริบตา
ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจภายในห้องเพียงแี้ยววินาที ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างบางของเซี่ยอว́nซีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษ แสงแดดยามสายที่สาดส่องผ่านหน้าต่างส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของบุรุษผู้มาใหม่ ทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
มู่จินหยาง... ท่านอ๋องมู่อันผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ปรากฏตัวขึ้น ณ ใจกลางย่านการค้าที่พลุกพล่านที่สุดแห่งนี้อย่างไร้สัญญาณเตือน!
"อ๊ะ... ท่าน... ท่านอ๋อง!" เฒ่าแก่ซ่งหน้าซีดเผือกจนแทบจะเป็นลม เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น รีบหมอบกราบลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัว "กระหม่อมไม่ทราบว่าท่านอ๋องเสด็จ... สมควรตาย สมควรตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่จินหยางมิได้ชายตามองเฒ่าแก่ซ่งเลยแม้แต่น้อย สายตาคมปลาบดูลึกล้ำและอันตรายดั่งห้วงมหาสมุทร เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะไม้พะยูง ชายผ้าคลุมยาวลากผ่านพื้นส่งเสียงเสียดสีเบาๆ ร่างสูงใหญ่ยืนค้ำหัวเซี่ยอว́nซีที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ทว่าแววตาของนางไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม
"ปลอมตัวเป็นชาย สวมหมวกปีกกว้าง เจรจาซื้อขายกิจการใหญ่โต..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ทว่าเยียบเย็นเสียจนอิงฮวาที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา "ฮูหยินของข้า... เจ้าช่างมีความสามารถรอบด้านเสียจริง จนสามีอย่างข้าอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดเวลาอยู่จวน เจ้าถึงเอาแต่ทำตัวเป็นหญิงอ่อนแอที่ต้องให้คนคอยปรนนิบัติเล่า?"
อว́nซีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นางสะบัดพัดในมือออกแล้วหุบลงฉับไว เงยหน้าขึ้นสบตาพระสวามีตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"หม่อมฉันจะเป็นอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใครเพคะ..." อว́nซีลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของนางเมื่อเทียบกับเขาอาจจะดูตัวเล็กกว่า แต่วิญญาณนักสู้ในร่างนี้ไม่เคยคิดก้มหัวให้ใคร นางเชิดหน้าขึ้นสบตากับดวงตาดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่ลดละ "ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ งานในราชสำนักมีล้นมือ มิใช่ว่าควรประทับตรวจฎีกาอยู่ในห้องหนังสือหรอกหรือเพคะ? เหตุใดจึงมีเวลาว่างตามติดฝีเท้าสตรีชาวบ้านถึงย่านการค้านี้ได้ หรือว่า... กลัวว่าฮูหยินตัวร้ายคนนี้จะหนีตามบุรุษอื่นไปเสียก่อน?"
มู่จินหยางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอันตราย เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของนาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังทำให้อว́nซีหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่นางยังคงฝืนยืนนิ่ง ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว
"หนีงั้นหรือ?" มู่จินหยางกระซิบชิดริมหูของนาง เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าจนชวนสั่นสะท้าน "เจ้ากล้าก้าวขาออกจากจวนโดยไม่บอกกล่าว ข้ายังไม่ทันได้คิดบัญชีเรื่องที่เจ้าบังอาจทิ้งสามีให้นอนหนาวอยู่คนเดียว... เจ้าคิดว่า เจ้าจะเดินออกจากหอประมูลแห่งนี้ไปได้โดยง่ายอย่างนั้นหรือ ฮูหยิน?"
ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของนางสลับกับนัยน์ตากลมโตที่ฉายแววพยศอย่างชัดเจน มือหนายื่นออกไปหมายจะกระชากหมวกปีกกว้างออกเพื่อเปิดเผยใบหน้าแท้จริงของนางต่อหน้าเฒ่าแก่ซ่งที่ยังหมอบตัวสั่นงั่นงกอยู่บนพื้น
อว́nซีใจหายวาบ นางเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือเรียวคว้าข้อมือหนาของเขาไว้แน่น แรงปะทะระหว่างคนทั้งสองทำให้สัญญาซื้อขายบนโต๊ะปลิวว่อนกลางอากาศ
ทว่า ในวินาทีที่สบตากับประกายไฟแห่งความคลั่งไคล้ที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมของสามี จิตใจที่เคยแข็งแกร่งของนางกลับกระตุกวูบอย่างแรง... นี่ไม่ใช่แววตาของหมาป่าที่เตรียมขย้ำเหยื่อ แต่มันคือแววตาของหมาโบ้ตัวใหญ่ที่กำลังจนมุมและพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้นางหลุดมือไปอีกเด็ดขาด!
"ท่านอ๋อง... ถ้าท่านกล้าเปิดหมวกของหม่อมฉันตอนนี้ล่ะก็..." อว́nซีขู่เสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างเอาเรื่อง "หม่อมฉันจะหย่ากับท่านให้เป็นเรื่องใหญ่โตจนทั่วทั้งเมืองหลวงต้องเอาไปนินทาเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยคอยดู!"
มู่จินหยางไม่เพียงไม่ถอย เขากลับรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็วจนร่างทั้งร่างแนบชิดติดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางทำเอาสติที่ควบคุมมาตลอดทางขาดผึ่งลงทันที
ก้มลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธของนาง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำให้อว́nซีต้องเบิกตากว้าง
"เชิญฟ้องร้องหย่าตามใจชอบ... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ข้าจะทำให้เจ้าจำให้ขึ้นใจเสียก่อนว่า สามีบนเตียงของเจ้าคนนี้... ดุร้ายกว่าที่เจ้าเห็นในตลาดทุนแห่งนี้ร้อยเท่า!"
(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาฟินและร่วมจิกหมอนไปกับความแสบสันนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 8
ข่าวลือในตลาดทุน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!