"ถ้าท่านยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว หม่อมฉันจะถือว่าท่านมีใจอยากร่วมเตียงกับฮูหยินผู้ตกอับคนนี้จริงๆ แล้วนะคะ!"
สุ้มเสียงติดจะเยาะหยันของเซี่ยอว́nซีดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องหอที่ควรจะอับเฉา แต่กลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร
มู่จินหยางหยุดฝีเท้าลงทันที ดวงเนตรคมกลาบกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่มองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา ปากหนาหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นผิดจังหวะไปครึ่งสบบรรทัด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สตรีผู้นี้ไม่มีแววตาหวาดกลัวหรือออดอ้อนน่ารำคาญเหมือนแต่ก่อน มีเพียงความท้าทายและประกายไฟระยิบระยับในดวงตาคู่นั้น ที่ยั่วเย้าให้เขาอยากเข้าไปบดขยี้ความพยศให้แหลกคราบือนัก
"มีใจ? ฮูหยินเอก... เจ้าคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปกระมัง ข้าแค่มารับกระดาษหย่าที่เจ้าเขียนค้างไว้ต่างหาก" ท่านอ๋องหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดเข้าไปอีกสองก้าวรวดเดียวจนเซี่ยอว́nซีต้องถอยหลังกรูด
บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก เซี่ยอว́nซีถอยจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาเตียงไม้แกะสลักอย่างจัง ไม่มีทางหนีให้ถอยอีกแล้ว! นางกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างนึกเจ็บใจในความประมาทของตนเอง มือเรียวกำชายแขนเสื้อแน่นเพื่อเตรียมตั้งรับการปะทะฝีปากรอบใหม่ ทว่าในจังหวะที่มู่จินหยางโน้มตัวลงมาใช้แขนแกร่งกักขังนางไว้กับเสาเตียงด้วยท่าทางคุกคาม...
*แคว่ก!*
เสียงผ้าเนื้อดีเกี่ยวเข้ากับขอเกี่ยวทองเหลืองบนเสาเตียงดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของมู่จินหยางที่เสียหลักเพราะน้ำหนักตัวเทไปข้างหน้าทั้งหมดอย่างไม่ทันตั้งตัว!
"ว스!" เซี่ยอว́nซีอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างหนาหนักราวกับภูเขาหินย่อมๆ พุ่งเข้าใส่ร่างของนางเต็มแรง แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มคะมำลงไปนอนกองบนเตียงนุ่มสลักลายหงส์มังกรด้วยกันทั้งคู่
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องนอนทันที มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
เซี่ยอว́nซีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปลายจมูกโด่งรั้นของนางชนเข้ากับอกแกร่งของสามีอย่างจัง กลิ่นอายบุรุษเพศอบอวลปนกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยเข้าแตะจมูกจนสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ นางพยายามจะขยับตัวถอยหนี แต่ทว่า... ท่อนแขนแข็งแรงของท่านอ๋องกลับทาบลงข้างกาย คล้ายกรงขมขื่นที่โอบล้อมนางไว้ในอ้อมโดยสมบูรณ์
ส่วนมู่จินหยาง... ท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาในยามปกติ ตอนนี้กลับค้างเติ่งอยู่ในท่าคร่อมทับภรรยาเอกของตนเอง ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงคืบทำให้เขาสามารถมองเห็นขนตางอนยาวที่สั่นระริกราวกับปีกผีเสื้อของสตรีใต้ร่างได้อย่างชัดเจน ไล่ลงมา ริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะฉายแววเจ้าเล่ห์และท้าทาย ตอนนี้กลับฉายความตื่นตระหนกและระแวดระวังภัยเหมือนลูกแมวป่าตกมุม
ไม่มีใครขยับตัว ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา
เวลาคล้ายหยุดเดินไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บนผิวแก้มของกันและกัน ดวงตาคมกลาบของมู่จินหยางลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะดูดกลืนสตรีใต้ร่างให้จมดิ่งลงไป ความคิดที่จะเอ่ยปากเย้าแหย่หรือทวงถามใบหย่าปลิวหายไปจากหัวสิ้น เหลือเพียงสัมผัสนุ่มนิ่มของเรือนร่างที่แนบชิดกันแนบแน่น และกลิ่นกายหอมหวานประหลาดที่ชวนให้สติสัมปชัญญะของท่านอ๋องผู้เคร่งขรึมเริ่มพร่าเลือน
เซี่ยอว́nซีรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก นางไม่เคยอยู่ใกล้ชิดกับบุรุษใดในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเป็นสามีที่ขึ้นชื่อว่าเกลียดชังนางเข้าไส้ด้วยแล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็ตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง
*ตึง! ตึง! ตึง!*
สติที่หลุดลอยเรียกกลับมาได้ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นดังเกินไป เซี่ยอว́nซีพลันได้สติ นางรีบกะพริบตาไล่ความพร่ามัวแล้วใช้สองมือผลักอกแกร่งของคนด้านบนเต็มแรง
"ท่าน... ท่านอ๋อง! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะเพคะ!"
มู่จินหยางสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ ความรู้สึกเสียหน้าและประหม่าพุ่งพล่านขึ้นมากลบเกลื่อนความวูบไหวในอกเมื่อครู่ ท่านอ๋องหนุ่มรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเก้ๆ กังๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคออย่างปิดไม่มิดก็ตาม
"อะ... อาการซุ่มซ่ามของเจ้านี่มันช่างน่าทุเรศสิ้นดี!" มู่จินหยางเอ่ยเสียงแข็งกลบเกลื่อนความกระดากอาย พร้อมกับปัดปะทะอาภรณ์ของตนเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างเร่งรีบ "คิดจะใช้วิธีมารยาหญิงแบบนี้มาเหนี่ยวรั้งข้าไว้หรือไง บอกไว้ก่อนเลยนะว่าไม่มีทาง!"
เซี่ยอว́nซีรีบพยุงกายลุกขึ้นนั่ง จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ความเขินอายเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความหมั่นไส้ในทันที นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนปากแข็งที่ยืนทำท่าทางราวกับผู้ชนะ ทั้งที่ใบหูยังแดงเถือกอยู่ชัดๆ
"มารยาหญิงอะไรกันเพคะ? หม่อมฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขยรันความซวย! ท่านต่างหากที่เดินเข้ามาหาเรื่องหม่อมฉันก่อน ถึงได้ล้มทับกันแบบนี้ หรือว่า... ท่านอ๋องเกิดติดใจสัมผัสเมื่อครู่เข้าแล้ว ถึงได้รีบแก้เขินด้วยการกล่าวหาหม่อมฉันล่ะเพคะ?" เซี่ยอว́nซีลอยหน้าลอยตาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์แกมหยอกล้ออย่างชัดเจน
"เจ้า! สามหองนักนะเซี่ยอว́nซี!" มู่จินหยางถลึงตาใส่ภรรยาตัวดีที่นับวันยิ่งฝีปากกล้าขึ้นเรื่อยๆ จนเขาอยากจะหยิกปากนั่นเสียให้เข็ด "อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย สตรีหน้าหนาเช่นเจ้า ต่อให้เอาตัวมาถวายถึงเตียง ข้าก็ไม่มีวัน..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ยังไม่ทันที่ท่านอ๋องจะเอ่ยประโยคดูถูกเหยียดหยามจบ เสียงเคาะประตูก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน พร้อมกับน้ำเสียงร้อนรนของอิงฮวาที่ดังทะลุบานประตูเข้ามา
"ฮูหยินเจ้าคะ!แย่แล้วเจ้าค่ะ! ทางเรือนใหญ่ส่งคนมาแจ้งว่า... ท่านแม่ทัพใหญ่เฉิน ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของฮูหยิน กำลังควบม้าตรงดิ่งมาที่จวนอ๋องด้วยความโกรธเกรี้ยว ประโคมข่าวว่าท่านอ๋องรังแกฮูหยินเอก ตอนนี้กำลังพังประตูจวนเข้ามาแล้วเจ้าค่ะ!"
มู่จินหยางและเซี่ยอว́nซีชะงักกึก หันขวับไปมองหน้ากันทันที ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความแสบสันนี้ด้วยกันนะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 7
อุบัติเหตุใกล้ชิด
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!