คมดาบเล่มแรกพุ่งแหวกอากาศยามค่ำคืนมาด้วยความเร็วสูง เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง!* สนั่นหูจนเซี่ยอว́nซีต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ เม็ดฝนที่สาดซัดลงมาไม่ขาดสายทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัว แต่แววตาของฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องกลับคมกริบยิ่งกว่าคมดาบของมือสังหารที่รายล้อมอยู่รอบกาย
"ระวังตัวด้วยเพคะฮูหยิน!" อิงฮวาตะโกนสุดเสียงพร้อมกับสะบัดปิ่นปักผมอาบยาพิษในมือเข้าใส่จุดตายของมือสังหารนายหนึ่งจนมันล้มพับลงไปทันที
เซี่ยอว́nซีไม่ได้เอ่ยคำใด นางกวาดสายตามองรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว กลุ่มนักฆ่าชุดดำนับสิบชีวิตปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผีท่ามกลางความมืดและสายฝน เป้าหมายของพวกมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจน นั่นคือการกำจัดพยานปากสำคัญ หรือพูดให้ถูกคือการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไม่ให้หมากกระดานนี้เดินต่อไปได้ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความตาย ร่างสูงสง่าของมู่จินหยางกลับก้าวเข้ามาขวางเบื้องหน้าของนางเอาไว้ราวกับภูผาหิน
*หมับ!*
มือหนาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา มู่จินหยางหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดฝนเกาะพราวอยู่บนแพขนตางอนและสันจมูกโด่งเป็นคม แววตาที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาใส่เผลอฉายแววกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะยังร้ายกาจตามเคย
"ยืนบื้ออะไรอยู่เล่า! อยากตายคาคมดาบของพวกมันนักหรือไง หูหนวกหรืออย่างไรถึงไม่ได้ยินเสียงข้าบอกให้หมอบลงไป!" มู่จินหยางคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาเจือไปด้วยความเกรี้ยวกระ조ดที่พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่
เซี่ยอว́nซีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยอย่างท้าทาย นางสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่เกรงกลัว "หม่อมฉันจะตายหรือไม่อย่างไร ก็คงไม่เป็นภาระให้ท่านอ๋องต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังหรอกเพคะ! สนใจจัดการพวกสุนัขลอบกัดรอบตัวท่านเสียก่อนเถอะ!"
สิ้นคำพูดของนาง มู่จินหยางก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลา กระบี่ในมือตวัดวาดออกไปเป็นวงกว้างอย่างไร้ความปรานี ร่างของมือสังหารสองรายแรกกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับรอยแผลเหวอะหวะที่พ่นโลหิตสีแดงสดปะปนกับสายฝน เคมีระหว่างคนทั้งสองยังคงร้อนแรงและเต็มไปด้วยการฟาดฟันแม้ในสถานการณ์คับขัน ท่ามกลางเสียงเหล็กกระทบกันและความชุลมุน มู่จินหยางมักจะดึงร่างบางเข้ามาหลบหลังตัวเขาโดยสัญชาตญาณทุกครั้งที่มีเงาดาบพุ่งเข้าหาจุดอับสายตาของนาง
เวลาผ่านไปเพียงชั่วก้านธูป มือสังหารทั้งหมดก็ล้มระเนระนาดลงกับพื้นโคลน บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงเม็ดฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
มู่จินหยางยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเซี่ยอว́nซี แผ่นหลังกว้างของเขามีรอยฉีกขาดจากคมดาบจนเห็นคราบเลือดสีเข้มซึมออกมาปะปนกับน้ำฝน ทว่าเขากลับไม่สนใจความเจ็บปวดที่ได้รับแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นหันกลับมาจ้องมองสตรีที่ยืนเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหลัง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นอารมณ์บางอย่างที่ลึกซึ้งและอัดอั้นจนยากจะบรรยาย
"ท่านอ๋อง... แผ่นหลังของท่าน..." เซี่ยอว́nซีขยับปากจะเอ่ยทักเมื่อเห็นคราบเลือดบนเสื้อผ้าของเขา แต่มู่จินหยางกลับก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว จนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นอายฝนและกลิ่นคาวเลือดลอยเข้ากระทบนาสิก
"เจ้ามัน..." มู่จินหยางเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับต้องการจะกลืนกิน "เจ้ามันเป็นสตรีที่น่ารำคาญที่สุดในใต้หล้า... รู้ตัวบ้างหรือไม่?"
เซี่ยอว́nซีเลิกคิ้วขึ้นสูง รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปาก "หากทรงรำคาญนัก เหตุใดไม่หย่าขาดแล้วปล่อยหม่อมฉันไปเสียล่ะเพคะ จะได้ไม่ต้องมาคอยปกป้องให้เหนื่อยแรง"
"เพราะข้า...!" มู่จินหยางชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ติดขัด เขากลืนก้อนความรู้สึกบางอย่างลงคออย่างยากลำบาก มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนของนางเอาไว้โดยไม่ทันตั้งตัว นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยดน้ำฝนออกจากแก้มเนียนอย่างทะนุถนอมโดยสัญชาตญาณที่เหนือกว่าเหตุผลใดๆ
เซี่ยอว́nซีสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยในอกกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ นางจ้องมองนัยน์ตาที่ไหวระริกของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีซึนเดเระ ความใกล้ชิดนี้ทำให้เคมีระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานจนแทบจะหลอมละลายความเยือกเย็นรอบกาย
มู่จินหยางหลับตาลงครู่หนึ่งราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน และเต็มไปด้วยความจริงจังที่สั่นสะท้อนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"ที่ข้าทำทั้งหมด... ที่ข้าไม่อาจปล่อยเจ้าไป... ก็เพราะว่า..."
ชายหนุ่มเว้นวรรคจังหวะ หายใจเข้าลึกราวกับประโยคถัดไปคือน้ำหนักที่กดทับหัวใจเขามาเนิ่นนาน "เพราะว่าข้า..."
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหนากำลังจะเอמהถ้อยคำที่เก็บซ่อนไว้
*ปัง!*
เสียงถีบประตูกระทบวงกบด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ พร้อมกับร่างของบุรุษผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหยันและสายตากรุ้มกริบที่ฉายแววเจ้าเล่ห์
"โอ้... ดูเหมือนข้าจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เข้าเสียแล้วกระมัง?"
เสียงทุ้มติดจะเยาะหยันขององค์ชายรองดังขึ้นท่ามกลางสายฝนที่สาดส่องเข้ามาทางประตูห้องที่ถูกพังลง ทำเอาเซี่ยอว́nซีและมู่จินหยางที่กำลังจะเชื่อมต่อความรู้สึกถึงกันต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดสุดขีด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความซึนของท่านอ๋องกันด้วยนะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 27
คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!