“ท่านอ๋อง หากท่านยังมีสติสัมปชัญญะเหลืออยู่บ้าง ก็กรุณาปล่อยมือที่กำลังบีบข้อมือข้าจนจะแหลกคามือนี้ออกไปเสียที!”
เซี่ยอว́nซีตวาดขึ้นท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา นางสะบัดข้อมืออย่างแรง แต่มู่จินหยางกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย กลับกัน เขายิ่งกระชากร่างบางให้ถอยหนีจากสายฝนที่สาดซัดเข้ามาในศาลาไม้เก่าแก่กลางป่าลึกเข้ามาจนแผ่นหลังของนางปะทะเข้ากับอกแกร่งที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำค้างและละอองฝน
“หุบปากเสีย เซี่ยอว́nซี!” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ “เจ้ามันก็แค่หญิงสาวที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว... ข้าสั่งให้เจ้าอยู่ที่จวน เจ้าก็ยังดื้อรั้นออกมาพบกับพวกขุนนางกังฉินนั่น คิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าเจ้ากำลังเล่นเกมอันตรายอยู่?”
“เกมอันตรายหรือ?” นางแค่นหัวเราะ ทั้งที่ตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ “แล้วท่านเล่ามู่จินหยาง ท่านคิดว่าที่ท่านตามข้าออกมาถึงที่นี่ ท่านเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมารับหรือไร? ท่านก็แค่กลัวว่าถ้าข้าตาย หมากกระดานนี้ที่ท่านอุตส่าห์วางไว้จะพังไม่เป็นท่าเท่านั้นเอง!”
คำพูดของนางเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนความอดทนของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง มู่จินหยางนิ่งไปชั่วอึดใจ สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องมองใบหน้าเนียนละเอียดที่เปียกชื้นไปด้วยละอองฝน ดวงตาคู่นั้นของนางยังคงรั้นและเต็มไปด้วยประกายท้าทายไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด หรือความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพังทลายลงไปจนยากจะกู้คืนเพียงใดก็ตาม
“เจ้าอยากรู้ใช่ไหมว่าข้ามาทำไม”
มู่จินหยางโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะเข้ากับปรางค์แก้มนุ่ม กลิ่นอายของไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนที่เย็นเยียบชวนให้หัวใจของเซี่ยอว́nซีสั่นกระตุกอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่ได้รอคำตอบ แต่รวบเอวบางของนางเข้าหากันแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
สัมผัสจากอ้อมกอดนั้นร้อนผ่าว ต่างจากไอเย็นของอากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง เซี่ยอว́nซีเบิกตากว้าง ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปเหลือเพียงความตื่นตระหนกที่พุ่งขึ้นมาแทนที่ การกระทำของเขาในยามนี้ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวงแหนและ... ความโหยหาที่ซ่อนเร้นจนน่ากลัว
“ท่าน... ทำอะไรของท่าน” นางพึมพำ เสียงขาดห้วง
“ทำให้เจ้าหยุดหนาว... และทำให้เจ้าหยุดพูดเรื่องไร้สาระเสียที” เขาพึมพำตอบ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นประคองท้ายทอยนางไว้แน่น ป้องกันไม่ให้นางถอยห่างจากความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้ “เจ้ามันโง่ เซี่ยอว́nซี เจ้าคิดหรือว่าหมากกระดานนี้ข้าจะปล่อยให้ใครมาเดินแทนเจ้าได้... ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นตัวข้าเองก็ตาม”
หัวใจของเซี่ยอว́nซีเต้นรัวราวกับกลองศึก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมคู่นั้น ในความมืดสลัวท่ามกลางพายุฝน นางมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแววตาของเขา—เงาที่ดูไร้ทางสู้และสับสน
“ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ต้องการอ้อมกอดนี้เล่า?” นางเค้นเสียงถาม ทั้งที่ลึกๆ แล้วกลับโหยหาความอบอุ่นนี้จนน้ำตาแทบไหล
มู่จินหยางขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูร้ายกาจแต่กลับแฝงด้วยความเจ็บปวด “เจ้ารู้ดีว่าเจ้าโกหกไม่เนียน... ฮูหยินเอกของข้า”
ลมพัดกรรโชกแรงจนศาลาโบราณสั่นสะเทือน หยดน้ำฝนกระเซ็นเข้ามาโดนร่างของทั้งคู่ แต่ไม่มีใครขยับเขยื้อน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่คนสองคนในพื้นที่จำกัดแห่งนี้ เคมีระหว่างเขาทั้งคู่ปะทะกันอย่างรุนแรง ทั้งความเกลียดชัง ความโหยหา และความซึนเดเระที่ต่างฝ่ายต่างถือทิฐิเอาไว้จนแน่น
“หากท่านอ๋องยังไม่ปล่อย ข้าจะถือว่าท่านกำลังละเมิดกฎของจวน” เซี่ยอว́nซียังคงพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งสุดท้ายมาขู่ แต่เสียงของนางกลับเบาหวิวไร้พลัง
“กฎของจวนงั้นหรือ?” มู่จินหยางกระซิบชิดใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาทำให้นางขนลุกซู่ “ข้านี่แหละคือกฎ... และในตอนนี้ กฎของข้าคือเจ้าห้ามไปไหนจนกว่าฝนจะหยุด”
เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งเซี่ยอว́nซีสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเขา มันไม่ได้เป็นจังหวะของคนใจเย็นที่เคยรู้จัก แต่มันคือหัวใจของชายหนุ่มที่กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด
ในจังหวะที่เซี่ยอว́nซีคิดว่านางจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับไออุ่นนี้อยู่อีกครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกหลายตัวก็ดังก้องขึ้นเหนือเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบเผยให้เห็นเงาร่างของกลุ่มคนชุดดำนับสิบชีวิตที่ล้อมศาลาแห่งนี้ไว้ทุกทิศทาง
มู่จินหยางผละออกจากนางทันที สายตาที่เคยมองนางด้วยความคลั่งรักแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดโกนเขารีบคว้ากระบี่คู่กายออกมาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างยังคงดึงเซี่ยอว́nซีมาไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง
“ดูเหมือนว่า ‘ผู้เล่น’ ตัวจริงจะมาถึงเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีกนะ อว́nซี” เขาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะหันมามองหน้านางเพียงเสี้ยววินาที “เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้พวกเราไม่ได้สู้กับพายุเพียงอย่างเดียวแล้ว”
เซี่ยอว́nซีมองกลุ่มนักฆ่าที่ชักอาวุธออกมาท่ามกลางแสงฟ้าแลบ นางตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การตามง้อของสามีผู้ซึนเดเระ แต่มันคือการลอบสังหารที่วางแผนมาอย่างดี และเป้าหมายของพวกมัน... ก็คือการตัดต้นตอของหมากกระดานนี้ให้สิ้นซากในคืนนี้!
เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าตอนนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 26
อ้อมกอดท่ามกลางสายฝน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!