จอกสุราเคลือบกระเบื้องลายครามในมือเซี่ยอว́nซีสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงบีบ น้ำจอกสีอำพันกระฉอกแตะเรียวเล็บที่ถูกย้อมด้วยสีชาดอ่อน ๆ กลิ่นหอมหวานของสุราบุปผชาติในงานเลี้ยงอุทยานหลวงวันนี้ ช่างคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว... หรือบางที สิ่งที่ทำให้วิงเวียนอาจไม่ใช่ฤทธิ์สุรา แต่เป็นสายตานับร้อยคู่ที่ลอบมองมาทางนางด้วยความริษยาและสมเพชในคราเดียวกัน
จดหมายลับที่แนบตราประทับของท่านอ๋องมู่อันในมื้ออาหารก่อนหน้า ยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ในแขนเสื้อของนาง ทว่าความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในกลับร้อนระอุราวกับถ่านไฟ
“ฮูหยินเอกเซี่ย... ดูท่านั่งอกผายไหล่ผึ่งของท่านเสียจริง ช่างไม่เหมือนสตรีที่สามีเพิ่งจะละเลยไยดีเอาเสียเลยนะคะ”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงเข็มพิษดังขึ้นจากด้านข้าง องค์หญิงฉางle ที่ทรงพระอาภรณ์สีม่วงปักลายหงส์ทองก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมด้วยกลุ่มคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่เดินตามหลังมาเป็นพรวน รอยยิ้มบนพระพักตร์นั้นงดงาม แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีด
อิงฮวาที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามาบังผู้เป็นนายไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างไม่ปิดบัง ทว่าอว́nซีกลับยกมือขึ้นแตะไหล่สาวใช้เบา ๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรขององค์หญิงด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
“หม่อมฉันเป็นเพียงภรรยาที่สามีรักใคร่เอ็นดูตามอัตภาพเพิ่งจะละเลยไยดีตรงไหนกันเพคะ องค์หญิงทรงเข้าใจผิดแล้วกระมังคะ” อว́nซีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “หรือว่า... ทรงนึกอิจฉาที่สามีของหม่อมฉัน แม้จะปากร้ายไปบ้าง แต่ก็ยังรู้จักส่งจดหมายบอกรัก... อ้อ ไม่สิ ทรงส่งจดหมายมาหาคู่ชีวิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ จนคนอื่นต้องอิจฉาตาร้อนกันแน่เพคะ?”
พระพักตร์ขององค์หญิงฉางle ชะงักไปชั่วขณะ
รอยยิ้มเสแสร้งเกือบจะหลุดร่วงจากพระพักตร์เมื่อถูกตอกกลับด้วยเรื่องจดหมายลับที่นางเพิ่งจะส่งคนไปสับเปลี่ยนข้อความภายในเพื่อสร้างความร้าวฉาน!
“ปากกล้าเสียจริงนะเซี่ยอว́nซี ระวังตัวไว้เถอะ... ของบางอย่างที่ได้มาโดยไม่คู่ควร วันหนึ่งก็อาจจะต้องชดใช้ด้วยสิ่งที่เจ็บปวดกว่าหลายเท่านะคะ” องค์หญิงฉางle ตรัสเสียงต่ำ ลอบส่งสัญญาณมือให้ข้ารับใช้ด้านหลังที่ถือถาดสุราเดินเข้าไปใกล้
พนักงานรินสุราก้าวเข้ามาพร้อมถาดเงิน บนนั้นมีจอกสุราที่ถูกแยกไว้ต่างหากอย่างชัดเจน กลิ่นอายจาง ๆ ของผงหงส์ไร้ลักษณ์—ยาพิษชนิดไร้สีไร้กลิ่นที่ออกฤทธิ์ทำให้ชีพจรหยุดเต้นชั่วคราวแต่ทรมานเจียนตาย—ลอยแตะจมูกอันเฉียบคมของอว́nซีทันที
นางเหลือบมองจอกสุรานั้นด้วยหางตา
*เล่นไม้ตื้นเสียจริง...*
“ในเมื่อองค์หญิงทรงมีเมตตาประทานสุราต้อนรับข้าหลวงหญิงเช่นหม่อมฉัน มีหรือที่หม่อมฉันจะกล้าปฏิเสธ” อว́nซีแย้มยิ้มกว้างขึ้น มือเรียวยื่นออกไปหมายจะรับจอกสุรานั้นมาถือไว้ ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสกับเงินเคลือบ
“ข้าว่าเจ้าควรเก็บเรียวแรงไว้ดื่มกับสามีที่เรือนเสียดีกว่า อย่ามาเสียเวลาดื่มน้ำล้างหน้าของคนอื่นเลย”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยพร้อมไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วรัศมีสามจตุรัส ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องสะดุ้งเฮือก
มู่จินหยางก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินขลิบทองทำให้ร่างสูงสง่านั้นดูน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ รัศมีกดดันแผ่ซ่ายจนเหล่าคุณหนูและองค์หญิงฉางle ถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของท่านอ๋องกวาดมองจอกสุราในถาดแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาตัวดีที่ยังคงตีสีหน้าลอยชายใส่เขา
“ท่านอ๋อง...” องค์หญิงฉางle ฝืนแย้มพระสรวล ปรับน้ำเสียงให้หวานหยด “หม่อมฉันเพียงแต่เห็นว่าฮูหยินเอกของท่านดูจะเหงาหงาในงานเลี้ยง จึงทรงเมตตาประทานสุรากระชับมิตรให้เท่านั้นเองเพคะ”
“เมตตา?” มู่จินหยางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ “สุราจอกนี้มีพิษสลายเส้นเอ็น... หากชายาของเปิ่นหวางดื่มเข้าไปเกรงว่าคงต้องนอนซมบนเตียงไปครึ่งค่อนปี พระองค์ทรงมีเมตตาหรือทรงมีเจตนาฆ่าคนกันแน่พะย่ะค่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในอุทยานหลวงก็พลันเงียบกริบลงทันที
ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งจะกล้าหักหน้าองค์หญิงกลางงานใหญ่เช่นนี้!
องค์หญิงฉางle พระพักตร์ถอดสีด้วยความโกรธและตกใจ “ท่านอ๋อง! ท่านกล่าวหาเปิ่นกงโดยไม่มีหลักฐานได้อย่างไร!”
“หลักฐานหรือ?” มู่จินหยางก้าวเข้ามาขวางหน้าเซี่ยอว́nซีไว้ครึ่งตัว ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของนางมิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก สายตาคมกวาดมองไปรอบวงล้อมด้วยความดุดัน “เปิ่นหวางไม่สนว่าผู้ใดจะมีแผนชั่วอันใดในหัว... แต่จดจำไว้ให้ดี หากใครบังอาจแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม คนผู้นั้นจะต้องข้ามศพเปิ่นหวางไปก่อน!”
ถ้อยคำประกาศกร้าวที่ดังก้องไปทั่วบริเวณทำให้หัวใจของเซี่ยอว́nซีเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนหยัดปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ดวงตากลมโตฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง—ไอ้หมาโบ้ตัวนี้... ช่วงนี้กินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนกัน ถึงได้กล้าประกาศตัวปกป้องนางต่อหน้าพระพักตร์และขุนนางนับร้อยเช่นนี้?
“ท่านอ๋อง... ท่านพูดจาเกินไปแล้วนะคะ” อว́nซีดึงชายเสื้อของเขาเบา ๆ กระซิบด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้เล็กน้อย “หม่อมฉันจัดการเองได้ ไม่เห็นต้องให้ท่านออกหน้าเป็นพระเอกลิเกโรงใหญ่เลยนี่คะ”
มู่จินหยางเหลือบสายตากลับมามองนาง แววตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายระยิบระยับด้วยความตัดพ้อแกมเอ็นดู “เจ้ายังจะมีแก่ใจมาต่อปากต่อคำ... กลับจวนเดี๋ยวนี้!”
“ไม่กลับค่ะ งานเลี้ยงยังไม่ทันเลิก หม่อมฉันยังไม่ได้กินขนมดอกเหมยเลย—อุ๊บ!”
ยังไม่ทันที่อว́nซีจะเถียงจบ มู่จินหยางก็คว้าข้อมือเรียวของนางแล้วออกแรงดึงให้เดินตามทันทีอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายปฏิเสธ ฝ่าหนาอบอุ่นกุมข้อมือนางแน่นจนสลัดไม่หลุด ทว่าในจังหวะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นซุ้มประตูอุทยานหลวงนั้นเอง
เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนของขันทีหลวงก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ใต้เท้าทั้งหลาย! ฝ่าบาท... ฝ่าบาทมีรับสั่งด่วน! เชิญท่านอ๋องและฮูหยินเอกเซี่ยเข้าเฝ้าท้องพระโรงเป็นการด่วนพะย่ะค่ะ!”
มู่จินหยางชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่เซี่ยอว́nซีขมวดคิ้วมุ่น
ในมือของขันทีหลวงที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มีม้วนราชโองการสีทองประทับตราหยกแท้... และกลิ่นอายของมัน ช่างคุ้นเสียจนน่าประหลาดใจ
เซี่ยอว́nซีสบตากับสามีที่หันกลับมามองนางพอดี
ในแววตาของทั้งคู่ต่างรู้ทันทีว่า... เรื่องราวในคืนนี้ มิได้จบลงแค่แผนการวางยาพิษในอุทยานหลวงเสียแล้ว
...และบางที หมากกระดานนี้ อาจกำลังจะเปลี่ยนผู้เล่นอย่างแท้จริง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและเคมีอันเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 25
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!