ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 28

ศึกชิงไหวชิงพริบ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“องค์ชายรอง... หม่อมฉันจำได้ว่าวังอ๋องมู่อันไม่ใช่โรงเตี๊ยมข้างทางที่ใครนึกจะพังประตูเข้ามาก็ทำได้ตามใจชอบ เพลาเกือบยามโฉ่วเช่นนี้ ท่านไม่กลัวเสียชื่อเสียงในฐานะเชื้อพระวงศ์ผู้ทรงเกียรติบ้างหรือเพคะ?” เซี่ยอว́nซีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาหงส์กลับวาวโรจน์ เธอขยับกายลุกขึ้นจากตั่งไม้ จัดสาบเสื้อที่ยับย่นของตนเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ความสุขุมของเธอเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงโทสะของมู่จินหยางที่กำลังเดือดพล่านอยู่เบื้องหลัง ท่านอ๋องมู่อันก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทแผ่รังสีคุกคามจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นถนัดตา เขาไม่ได้สนความเงียบเชียบของยามวิกาล มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ท่านพี่รอง... ข้าไม่เคยทราบมาก่อนว่ารสนิยมของท่านคือการสอดแนมห้องหอของผู้อื่นยามหลับใหล” มู่จินหยางแค่นยิ้ม เสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเยียบยิ่งกว่าหยาดฝนที่โปรยปราย “หรือว่างานในราชสำนักมันว่างงานมาก จนต้องเสด็จมาทำตัวเป็นสุนัขเฝ้าประตูให้เรือนของข้า?” องค์ชายรองขยับยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้หลบเลี่ยงแรงกดดัน กลับกวาดมองไปที่เซี่ยอว́nซีด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด “อ๋องน้องพูดเกินไปแล้ว ข้าเพียงแต่เห็นว่าบรรยากาศในเรือนนี้ดูจะ ‘ร้อนแรง’ เกินกว่าที่เจ้าจะรับมือไหว เกรงว่าฮูหยินเอกผู้เลอโฉมของเจ้าจะถูกสิงสาราสัตว์ตัวไหนขู่ขวัญเข้าให้ จึงได้รีบมาช่วยตรวจสอบ” “ร้อนแรงหรือ?” อว́nซีเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอเดินเข้าไปหาบุรุษทั้งสองที่ยืนคุมเชิงกันอยู่ราวกับสัตว์ป่าสองตัวที่กำลังแย่งชิงอาณาเขต “องค์ชายรองเข้าใจผิดแล้ว ที่นี่ไม่มีสิงสาราสัตว์ มีเพียงคนสองคนที่กำลังสนทนากันเรื่องมารยาทพื้นฐานที่มนุษย์พึงมี หวังว่าท่านคงเข้าใจความหมายของคำว่า ‘เรือนส่วนตัว’ นะเพคะ” มู่จินหยางหรี่ตามองคนข้างกายด้วยความประหลาดใจแฝงความหึงหวง เขาก้าวไปยืนบังร่างบางของอว́nซีไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพี่ชายต่างมารดา “คนของข้า ข้าจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนมือท่าน กลับไปเสียก่อนที่ข้าจะลืมไปว่าท่านมีฐานะเป็นถึง ‘พี่ชาย’ ของข้า” “หึ... ปากแข็งได้เท่าไหร่กันเชียว” องค์ชายรองหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาอว́nซีอีกก้าว ทว่ามู่จินหยางกลับขยับตัวตามสัญชาตญาณคว้าข้อมือของอว́nซีดึงเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอปะทะกับอกกว้าง อว́nซีชะงักไปเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรงผ่านเนื้อผ้า ความร้อนจากร่างของท่านอ๋องขี้หึงคนนี้แผ่ซ่านเข้ามาจนใจสั่น ทว่าในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันเช่นนี้ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเขินอาย “องค์ชายรอง หากท่านยังไม่กลับไป หม่อมฉันคงต้องรบกวนให้กององครักษ์มาช่วย ‘ส่ง’ ท่านออกไปจากจวนให้พ้นจากสายตาผู้คน” อว́nซีเอ่ยเสียงแข็ง ทว่าในจังหวะนั้นเอง องค์ชายรองกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวและเอื้อมมือจะคว้าไหล่ของเธอ *ผลัวะ!* มู่จินหยางปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายสังหารพวยพุ่งจนอิงฮวาที่ยืนหลบอยู่ที่มุมห้องถึงกับตัวสั่นงันงก “อย่าได้แตะต้องนาง” มู่จินหยางคำรามเสียงต่ำในลำคอ ราวกับสุนัขป่าที่หวงแหนอาณาเขตและคู่ครองของมันจนถึงที่สุด “ท่านอ๋อง...” องค์ชายรองเอ่ยพลางเหยียดยิ้ม “ข้าแค่มาเตือนเรื่องที่จะเกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานพระชายารองคนใหม่ของท่านนักมิใช่หรือ? การที่ท่านเอาแต่มัวเมาอยู่กับฮูหยินเอกที่ไร้หัวนอนปลายเท้าผู้นี้... ระวังบัลลังก์อ๋องของท่านจะสั่นคลอนเอาได้” อว́nซีขมวดคิ้วแน่น คำพูดขององค์ชายรองมีนัยยะแอบแฝงที่เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแผนการชั่วร้าย เธอเงยหน้ามองมู่จินหยางที่ดูเหมือนจะเดือดดาลจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทว่าทันใดนั้น มู่จินหยางกลับนิ่งสงัดไป เขาคลายมือที่กุมข้อมือเธอออกช้าๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพี่ชายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่า “บัลลังก์ของข้า หรือชีวิตของข้า... ก็ไม่สำคัญเท่ากับคนที่ยืนอยู่ข้างหลังข้าในตอนนี้” มู่จินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเด็ดขาด “หากท่านต้องการจะเล่นเกมนี้ ข้าก็พร้อมจะสนอง แต่ตอนนี้... เชิญออกไป ก่อนที่ข้าจะลืมคำว่าพี่น้องจริงๆ” องค์ชายรองมองดูความสัมพันธ์ที่เริ่มจะ ‘จูน’ กันติดของทั้งคู่ด้วยแววตาประหลาดใจ เขาไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปที่ประตู ทว่าก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตูไป เขาก็หยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย “พรุ่งนี้... เจ้าจะได้รู้ว่าความจงรักภักดีที่เจ้ามอบให้สตรีผู้นี้ มันอาจจะเป็นจุดจบของทุกสิ่ง” สิ้นคำพูดนั้น องค์ชายรองก็หายตัวไปกับความมืดท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกไม่ขาดสาย มู่จินหยางยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะหันกลับมามองอว́nซี แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่เลย มีเพียงความสับสนและความเหนื่อยล้าที่ฉายชัด เขามองมือของตนเองที่ยังคงสั่นเล็กน้อยก่อนจะคว้าข้อมือของอว́nซีอีกครั้ง คราวนี้เขาดึงเธอเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบจะชนกัน “เจ้า... ยังเชื่อใจข้าอยู่ใช่หรือไม่?” เขาถามเสียงแผ่วเบา ต่างจากมาดท่านอ๋องจอมเผด็จการอย่างสิ้นเชิง อว́nซีมองลึกเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้น เธอสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกร้าว เธอรู้ดีว่าพรุ่งนี้จะเป็นศึกที่หนักหนา แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของเธอกลับเต้นรัวเพราะสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไปเมื่อครู่ “หากท่านไม่ทำให้หม่อมฉันผิดหวัง... หม่อมฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อใจท่าน” เธอกระซิบตอบ พลางยื่นมือไปแตะใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน ทว่าในจังหวะที่มู่จินหยางกำลังจะโน้มใบหน้าลงมาหาเธอนั้นเอง เสียงตะโกนจากหน้าจวนก็ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฮ่องเต้... ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าด่วนในยามนี้!” มู่จินหยางชะงักค้าง เขาละสายตาจากใบหน้าของอว́nซีอย่างจำใจ ก่อนจะหันไปทางประตูด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจที่เลวร้ายที่สุด “เรื่องใหญ่ที่ว่า... คือเรื่องอะไรกันแน่?” อว́nซีถามพลางกำชายเสื้อของเขาไว้แน่น “เรื่องที่ท่านพี่รองเพิ่งจะเตือนข้านั่นแหละ” มู่จินหยางหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย “อว́nซี... ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามออกจากเรือนเด็ดขาด” เขาสะบัดตัวหันหลังเตรียมจะก้าวออกไป แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดกึกเมื่อร่างบางโผเข้ากอดเขาจากด้านหลัง ความอบอุ่นที่แนบชิดทำให้ท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งถึงกับตัวแข็งทื่อ “มู่จินหยาง... ท่านห้ามเป็นอะไรไปนะ” ขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปตอบรับสัมผัสนั้น เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งผ่านหน้าต่างเข้ามาพร้อมกับเสียงกระบี่ที่ดังกระทบกันสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางเสียงโกลาหลนั้น... อิงฮวากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่บุกเข้ามา... คือคนในชุดองครักษ์หลวงที่เปื้อนเลือดเต็มตัว! เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%