ปลายนิ้วอุ่นจัดที่ยังคงกุมมือของเซี่ยอว́nซีไว้นั้น ส่งผ่านความร้อนรุ่มที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดจากพายุการเมืองในจวนอ๋องที่กำลังก่อตัว เขากลับเลือกที่จะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้หลังมือของนางเบาๆ อย่างเผลอไผล ราวกับสัมผัสนั้นคือนარขบถที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาตลอด
"ท่านอ๋อง... ทรงลืมไปแล้วกระมัง ว่าหม่อมฉันคือฮูหยินผู้ถูกหย่าร้างตามพฤตินัย" อว́nซีดึงมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก น้ำเสียงของนางติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "การมาทำท่าทางปกป้องสิทธิ์ในตัวภรรยาเก่าต่อหน้าขุนนางฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ หากคนอื่นมาเห็นเข้า อาจเข้าใจผิดคิดว่าท่านอ๋องทรงอาลัยอาวรณ์หม่อมฉันจนเสียสติไปแล้วนะคะ"
มู่จินหยางแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "อาลัยอาวรณ์เจ้า? เซี่ยอว́nซี... เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน พระชายาเอกผู้เพียบพร้อมในเมืองหลวงยังมีต่อแถวรอให้เปิ่นหวางเลือกอีกเป็นหางว่าว อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย"
"ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเสด็จไปเลือกตามสบายเถอะค่ะ หม่อมฉันจะได้รีบเก็บกระเป๋าออกจากจวนหลังนี้เสียที ไม่ต้องมาระਕระแวงว่าวันดีคืนร้ายจะโดนท่านอ๋องหาเรื่องกลั่นแกล้งอีก" นางเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อท่าทีคุกคามของบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย
น่าแปลก... แทนที่เขาจะโกรธเกรี้ยวจนตบโต๊ะสั่งสอนความอวดดีของนางอย่างที่เคยทำ มู่จินหยางกลับรู้สึกว่านัยน์ตาคู่ที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเขานั้น มีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตาจนละไปไม่ได้ ราวกับลูกแมวป่าที่ยิ่งพยายามขู่ฟ่อ ยิ่งน่าแกล้งให้จนมุม
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสืออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่สายตาคมกริบของท่านอ๋องจะเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนโต๊ะทำงานของตนเอง—พัดผ้าไหมปักลายหงส์คู่เมฆาที่วางทับอยู่บนกองฎีกา
ดวงตาของมู่จินหยางสะดุดเข้ากับฝีเข็มอันประณีตบรรจง ลวดลายของขนนกแต่ละเส้นถูกถักทอด้วยด้ายสีทองและสีแดงเพลิงอย่างมีมิติ ราวกับหงส์ตัวนั้นกำลังจะกางปีกบินออกจากผืนผ้าจริงๆ ฝีมือการปักเย็บระดับนี้ ต่อให้เป็นช่างปักหลวงในวังหลังก็ยังต้องยอมจำนน
"นี่ฝีมือใคร" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อว́nซีชะงักไปนิดเมื่อเห็นเขายกพัดเล่มนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ นางรีบก้าวเข้าไปยื้อแย่งทันที "คืนมานะคะ! นั่นมันของใช้ส่วนตัวของหม่อมฉัน ไม่สมควรให้บุรุษเพศอย่างท่านมาแตะต้องตามอำเภอใจค่ะ!"
แต่มู่จินหยางกลับยกพัดขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความสูงที่ต่างกันมากทำให้นางที่โถมตัวเข้ามากลายเป็นซบลงกับแผงอกกว้างของเขาพอดี ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นจางๆ ของชาชั้นดีและกลิ่นกายบุรุษตีเข้าจมูก ทำให้อว́nซีตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
"ฝีมือประณีตถึงเพียงนี้... ลวดลายพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต ลมหายใจของหงส์ตัวนี้แทบจะเป่าใส่หน้าเปิ่นหวางอยู่แล้ว" มู่จินหยางก้มลงกระซิบข้างหูกลิ่นกายหอมกรุ่นของนาง เสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลกว่าปกติจนน่าใจหาย "ไม่นึกเลยว่าฮูหยินผู้เอาแต่ใจและปากเก่งเช่นเจ้า จะมีฝีมือการปักผ้าที่ล้ำเลิศถึงเพียงนี้"
คำชมที่หลุดออกจากปากของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง ทำเอาอว́nซีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หมายจะหาความเยาะเย้ยถากถางในแววตานั้น ทว่าสิ่งที่พบกลับมีเพียงความจริงจังและประกายความชื่นชมที่ส่องประกายวาววับอยู่ในดวงตาคู่คม
หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างแรง ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนสองแก้มเนียนโดยไม่สามารถควบคุมได้
*ตายจริง... เขาชมเราเหรอเนี่ย?* อว́nซีร่ำร้องในใจอย่างตื่นตระหนก สมองพยายามประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา ท่านอ๋องผู้ปากร้ายคนนั้นเนี่ยนะจะเอ่ยปากชมใคร นอกจากคำด่าทอหรือประชดประชันแล้ว เขายังพูดจาดีๆ เป็นด้วยหรือ?
"ท่าน... ท่านพูดเพ้อเจ้ออะไรกันคะ!" นางรีบผลักอกเขาออกเต็มแรง สองแก้มแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูท่าทางลนลานอย่างเห็นได้ชัด "ฝีมือห่วยแตกสิ้นดี หม่อมฉันแค่ทำแก้เบื่อเท่านั้น อย่ามาทำเป็นพูดจาหว่านล้อมให้ยากเลยค่ะ ยังไงเราก็ต้องหย่ากันอยู่ดี!"
มู่จินหยางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มที่จุดประกายขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทำเอาคนมองถึงกับใจกระตุก เขาก้าวเข้าไปใกล้คนปากแข็งที่กำลังพยายามถอยหลังหนีจนสะโพกชนเข้ากับชั้นหนังสือ
"เขินจนหน้าแดงถึงหูแล้วยังจะปากแข็งอีกหรือ หรืองandว่า... เจ้าเริ่มใจเต้นกับคำชมของเปิ่นหวางเข้าแล้วล่ะ ฮูหยิน?"
"ใครใจเต้นกันคะ! ท่านอ๋องอย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย!" อว́nซีเถียงเสียงแข็ง พยายามซ่อนความวุ่นวายในอก ทว่าแผ่นหลังที่ชนติดชั้นหนังสือทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในระยะที่แนบชิดกันเกินไป
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม แววตาคมกริบของเขาทอประกายความเร่าร้อนที่ทำเอาเข่าของนางแทบทรุด
"ถ้าไม่ได้ใจเต้น แล้วเหตุใดเจ้าจึงหลบตาเปิ่นหวางเล่า... หึ" เสียงกระซิบแหบพร่าชวนสั่นสะท้านดังขึ้นที่ข้างริมฝีปากของนาง
*แอ๊ด—!*
ประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงร้องตื่นตระหนกของอิงฮวาที่ดังแทรกเข้ามาในจังหวะเป็นตาย "คุณหนูคะ! แย่แล้วเพคะ! ฮองเฮาส่งราชโองการมาถึงหน้าจวนแล้วเพคะ—!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยลุ้นไปกับความปากแข็งของท่านอ๋องกับฮูหยินนะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 15
คำชมที่หลุดปาก
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!