พัดกระดาษด้ามจิ้วในมือของเซี่ยอว́nซีถูกหุบฉับลง เสียงนั้นดังพอจะกลบเสียงดนตรีบรรเลงดีดพิณอันน่ารื่นรมย์ในหอคอยชมจันทร์แห่งนี้ให้มลายหายไปในพริบตา นางเพียงแค่ปรายตามองบุรุษสวมอาภรณ์หรูหราผู้ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้จากโต๊ะฝั่งตรงข้าม เป็นรอยยิ้มแบบคุณชายเจ้าสำราญที่นางเห็นจนเอียนตา ทว่าในสายตาของใครบางคน… มันคงระคายเคืองยิ่งกว่าหนามตำใจ
“หากคุณชายท่านนั้นยังส่งสายตาหวานเชื่อมมาอีกรอบ ข้าเกรงว่าพัดในมือเจ้าคงไม่ได้แค่หุบ แต่มันคงหักคามือเป็นแน่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไอความเยือกเย็นจนติดจะขุ่นมัวดังขึ้นเหนือศีรษะ เซี่ยอว́nซีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอก ก่อนจะจิบชาอุ่นในจอกกระเบื้องเคลือบอย่างไม่รีบร้อน
“แปลกจริง ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์มีงานราชกิจรัดตัวนักไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงทรงว่างเว้นมาเดินแพ่นพ่านในหอคอยชมจันทร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสุราและอิสตรีเล่าเพคะ หรือว่า… ทรงเป็นห่วงกลัวว่าฮูหยินผู้ถูกหย่าร้างทางพฤตินัยเช่นข้า จะไปสร้างความอับอายให้สกุลมู่เข้าอีก”
มู่จินหยางขบกรามแน่นจนสันกรามคมคายขึ้นรูปชัดเจน ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองร่างระหงในชุดสีฟ้าครามปักลายเหมันต์ที่นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะนั่งโดยไม่ได้รับเชิญ ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ บรรยากาศรอบตัวของท่านอ๋องมู่อันในยามนี้แผ่รังสีความกดดันออกมารอบทิศทาง จนอิงฮวาที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังต้องรีบถอยกรูดเว้นระยะให้โดยอัตโนมัติ
“อว́nซี เจ้าชักจะกำแหงเกินไปแล้วนะ” เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยยามเหลือบไปเห็นคุณชายตระกูลหลี่ผู้เดิมพันรอยยิ้มให้ภรรยาตนเองเมื่อครู่ “เมื่อครู่… เจ้าส่งยิ้มตอบมันทำไม?”
เซี่ยอว́nซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นประหลาดใจ “ยิ้ม? ข้าหรือเพคะ? ท่านอ๋องคงจะตาฝาดไปกระมัง ข้าเพียงแค่ยิ้มให้ความโง่เขลาของโลกใบนี้ต่างหากเล่า อีกอย่าง… ข้าเป็นอิสระแล้ว จะยิ้มให้ผู้ใด หรือผู้ใดจะส่งยิ้มให้ มันก็ล้วนเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของสตรีโสดมิใช่หรือเพคะ”
คำว่า ‘สิทธิ์อันชอบธรรมของสตรีโสด’ พุ่งชนเข้ากลางใจของท่านอ๋องมู่อันอย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำแผลเก่าที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด ตั้งแต่นางยื่นคำขาดเรื่องแยกทาง แม้ในทางนิตินัยยังคงมีทะเบียนสมองผูกพัน ทว่าพฤติกรรมของเซี่ยอว́nซีในยามนี้ช่างห่างไกลจากคำว่า ‘ฮูหยินในโอวาท’ ไปไกลลิบลิ่ว นางกลายเป็นพยัคฆ์สาวทรงเสน่ห์ที่ยิ่งดื้อรั้น ยิ่งห่างเหิน ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หวาดกลัว… ว่านางจะหลุดมือไปตลอดกาล
“เจ้ากล้าดียังไงมาท้าทายข้า” มู่จินหยางโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายบุรุษเข้มข้นปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนใสของนาง เซี่ยอว́nซีใจกระตุกวูบหนึ่ง แต่นางยังคงแข็งใจสบตากลับโดยไม่หลบเลี่ยง “หืม? ฮูหยินเอกของข้า ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวัน สงสัยข้าต้องหาทางลงโทษให้เข็ดหลาบเสียบ้างแล้วกระมัง”
“โทษฐานอะไรเพคะ? ท่านอ๋องทรงมีสิทธิ์อันใดมาลงโทษข้า ในเมื่อจดหมายหย่าข้ายังไม่ได้เขียน ก็เพราะท่านมัวแต่ลีลาศไม่ยอมประทับตราต่างหากเล่า!” เซี่ยอว́nซีสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความพอยศพอ
“อยากได้นักใช่ไหมใบหย่าน่ะ?” มู่จินหยางแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นดุดันและร้อนแรงขึ้นจนน่ากลัว “ฝันไปเถอะ! ต่อให้เจ้าจะพลิกแผ่นดินหาบุรุษที่ดีเลิศมาจากไหน ข้าก็จะตามไปกวาดล้างหัวใจพวกมันให้เรียบ! และเจ้า… ก็ไม่มีวันได้เดินออกจากจวนอ๋องในฐานะสตรีอื่น นอกจาก ‘ชายาของมู่จินหยาง’ คนนี้คนเดียวเท่านั้น!”
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันที คำประกาศิตที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและเผด็จการพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาไร้หัวใจ มู่จินหยางไม่ได้พูดเล่น แววตาจริงจังที่สั่นระริกด้วยความคลั่งรักนั้นสะท้อนอยู่ในแก้วตาของเซี่ยอว́nซี จนหัวใจที่พยายามเกราะกำแพงไว้อย่างแน่นหนาถึงกับสั่นคลอน
ทว่า ก่อนที่นางจะทันได้เอื้อnวาจาใดโต้กลับเพื่อรักษาฟอร์มของฮูหยินผู้ไม่แยแส ทันใดนั้นเอง… เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงประกาศก้องขององครักษ์หน้าประตูหอคอยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
“องค์ชายสามเสด็จ!”
สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บของบุรุษผู้มีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่เสมออย่าง ‘มู่จิ่นถิง’ ก็ก้าวเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับสายตาคมปลาบที่พุ่งตรงมายังโต๊ะของทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะหยุดยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง
“ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะการปรับความเข้าใจกันของพี่รองกับฮูหยินเข้าเสียแล้วกระมัง… บรรยากาศดูดุเดือดเผ็ดร้อนเสียจริง น่าอิจฉาพี่รองเสียจริงนะที่มีฮูหยินงดงามถึงเพียงนี้”
มู่จินหยางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของเซี่ยอว́nซีไว้ครึ่งหนึ่งทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างของท่านอ๋องมู่อันในเสี้ยววินาที ดวงเนตรเหยี่ยวหรี่แคบลงอย่างอันตรายเมื่อจ้องมองผู้มาใหม่
—--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เสี่ยวเถาฮวา" มาโดยตลอดนะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 21
กลิ่นอายความหึง
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!