“ใต้เท้าทั้งหลาย! ฝ่าบาทมีรับสั่งด่วน! ห้ามผู้จงขัดขวางราชโองการจากตำหนักฮองเฮาเด็ดขาด!”
เสียงตะโกนก้องของขันทีหน้าพระพักตร์ดังแหวกลมหนาวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ราวกับสายฟ้าที่ผ่ากลางฤดูร้อน บรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยดเป็นน้ำแข็งพลันหยุดชะงัก เซี่ยอว́nซีหรี่ตาลงเล็กน้อย นางเหลือบมองราชสาส์นสีทองในมือขันทีแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นسหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น ฮองเฮายังคงเป็นฮองเฮา เล่นใหญ่ไม่เปลี่ยน ถึงเวลาคับขันทีไรเป็นต้องดึงตั๋วใบสำคัญมาช่วยลูกชายตัวดีทุกที
มู่จินหยางที่ยืนบังร่างบางของนางไว้ครึ่งก้าว ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบผูกเป็นปม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววาวโรจน์ด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย “ให้ตายสิ... ขัดจังหวะเสียจริง”
เซี่ยอว́nซีอดไม่ได้ที่จะเอียงคอไปกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม “หม่อมฉันนึกว่าท่านอ๋องผู้เก่งกาจจะไม่กลัวเกรงสิ่งใด ที่แท้ก็ยังต้องรอให้เสด็จแม่มาช่วยกู้หน้าจากราชโองการนี่เองหรอกหรือเพคะ?”
“เจ้าเด็กปากร้าย...” มู่จินหยางหันมามองค้อนนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดู มือหนายื่นออกไปหมายจะบีบแก้มนุ่มนิ่มนั่นสักทีข้อหาต่อปากต่อคำไม่หยุด แต่เซี่ยอว́nซีไวกว่า นางเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษไปให้
“อย่ามาแตะต้องตัวหม่อมฉันนะเพคะ ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ คดีความเมื่อครู่ยังเคลียร์ไม่จบ ฝ่าบาทหรือจะสู้ความจริงใจของท่านล่ะ... จริงไหมเพคะ?”
อิงฮวาที่ยืนหลบมุมอยู่ไม่ไกล รีบยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อพลางลอบถอนหายใจยาวนาน นางนึกเสียวสันหลังวาบทุกครั้งที่เห็นนายหญิงของตนต่อปากต่อคำกับสามีผู้มีอำนาจล้นฟ้าเช่นนี้ แต่น่าแปลก... แทนที่ท่านอ๋องจะกริ้วโกรธดังเช่นอดีต กลับกลายเป็นว่าสายตาที่เขามองฮูหยินเอกของตนนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนระคนความคลั่งรักจนปิดไม่มิด ช่างเป็นหมาโบ้ที่เชื่องเสียจนคนเป็นบ่าวอย่างนางแทบอยากจะหาข้าวสุกมาป้อนให้เสียจริงๆ
“พวกเจ้าทั้งหมด ออกไปให้พ้น!” มู่จินหยางตวาดกร้าวไล่เหล่าขุนนางและทหารองครักษ์ที่ยังคงยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่กลางห้องโถง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าขัดราชโองการและสถานการณ์เริ่มวุ่นวายเกินควบคุม ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาถอยกรูดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าไฟโทสะของท่านอ๋องจะเผาไหม้พวกเขาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า
ภายในห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงความเงียบสงบอันชวนอึดอัด... และกลิ่นอายความเสน่หาที่ลอยอบอวลปะปนมากับความดื้อรั้นของคนทั้งคู่
เซี่ยอว́nซีถอนหายใจยาว นางหันหลังให้เขาแล้วก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องโถงด้านในเพื่อสะสางเอกสารบัญชีที่คั่งค้าง แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ปลายผมยาวสลวยที่ปล่อยสยายเคลียแผ่นหลังก็ดันไปเกี่ยวกับหัวเข็มขัดหยกสลักลายพยัคฆ์ที่ห้อยอยู่ข้างเอวหนาของมู่จินหยางเข้าอย่างจัง
“อุ๊ย!” นางอุทานเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าศีรษะถูกรั้งไว้จนหน้าหงาย
มู่จินหยางหยุดเดินกะทันหัน เขาก้มลงมองต้นเหตุที่ทำให้ร่างบางเซถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นหอมละมุนดั่งดอกท้อปะทะเข้ากับนาสิกทันที เส้นผมสีดำสนิทดุจแพรไหมพันอยู่กับเครื่องประดับหยกของเขาอย่างแน่นหนา ราวกับด้ายแดงแห่งโชคชะตาที่จงใจผูกมัดพวกเขากลายๆ
“เดินประสาอะไรของเจ้า ถึงได้ซุ่มซ่ามเอาหัวมาพุ่งชนข้าขนาดนี้?” น้ำเสียงของเขาแม้จะเจือแววดุ แต่ทว่ากลับนุ่มนวลและสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด
“ใครซุ่มซ่ามกันเล่า! ปิ่นของหม่อมฉันต่างหากที่ซวยเพราะท่านต่างหาก!” เซี่ยอว́nซีเอ็ดออมาเสียงเขียว นางพยายามดึงศีรษะออกห่าง แต่ยิ่งขยับ ปิ่นและเส้นผมก็ยิ่งพันกันยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิม จนความเจริญเติบโตของเส้นผมแทบจะขาดติดมือ
มู่จินหยางหลุบตาลงมองใบีนวลเนียนที่อยู่ห่างจากปลายจมูกเขาเพียงไม่กี่คืบ ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังฉายแววขัดเคืองระคนหงุดหงิด ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจเสียจนสติสัมปชัญญะที่พยายามควบคุมมาตลอดทั้งวันแทบพังทลายลงในเสี้ยววินาที
“อยู่นิ่งๆ สิ ยิ่งดึงก็ยิ่งพันกันนะอว́nซี” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุบต่ำลงจนน่าใจหาย มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมขึ้นประคองกรอบหน้าของนางไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ผ่านแก้มเนียนนุ่มทำเอาเซี่ยอว́nซีสะفدเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก
“ท่าน... ท่านจะทำอะไร ปล่อยนะ” นางพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วของเขากลับตรึงคางนางไว้มั่น บังคับให้ดวงตาคู่สวยต้องสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่ตอนนี้พะเนียงเพลิงแห่งความเสน่หาโชติช่วงเสียยิ่งกว่ากองไฟ
“ข้าบอกให้รอก่อน...” มู่จินหยางกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกชันไปทั่วร่าง
เซี่ยอว́nซีรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่เกินเลยจนน่าอันตราย เคมีที่พุ่งทะลุปรอทระหว่างพวกเขาราวกับปฏิกิริยาเคมีที่จุดประกายในห้องมืด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน หัวใจของนางเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน นางเม้มปากแน่น พยายามดึงสติที่หลุดลอยให้กลับเข้าร่าง
“มู่จินหยาง... ปล่อยผมหม่อมฉันเดี๋ยวนี้ ท่านกำลังฉวยโอกาสนะเพคะ!” นางขู่ฟ่อ พยายามส่งสายตาพิฆาตใส่เขา แต่น้ำเสียงที่สั่นพร่ากลับทรยศความดุดันเสียสิ้น
“ฉวยโอกาสอะไรกัน? สามีช่วยภรรยาแกดผมที่ติดอยู่กับตัว ถือเป็นหน้าที่ชอบธรรมต่างหากเล่า” เขาตอบหน้าตาย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากเรียวปากอิ่มของนางเพียงนิดเดียว สายตาคมกราบทอดมองลงมาด้วยความลึกซึ้ง เกินกว่าที่บุรุษปากแข็งคนเดิมจะทำได้
นิ้วมือเรียวยาวของมู่จินหยางค่อยๆ แกะปมเส้นผมที่พันกันออกอย่างใจเย็น สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วแตะโดนหนังศีรษะทำเอาเซี่ยอว́nซีอ่อนระทวย นางเผลอยกมือขึ้นกำอาภรณ์บริเวณอกเสื้อของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกใหม่และวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดในตอนแรก บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะจนมอดไหม้
ในจังหวะที่ปิ่นหยกหลุดออกจากกลุ่มผม และเส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงเคลียแผ่นหลังอย่างอิสระ มู่จินหยางก็ไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับจูบลงบนเรียวปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขามาตลอด
เซี่ยอว́nซีเบิกตากว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ นางหลับตาลงเตรียมรับสัมผัสที่กำลังจะมาถึง ทว่า...
*ปัง!*
ประตูห้องโถงด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงร้องตื่นตระหนกของอิงฮวาที่ดังลั่นทะลุเข้ามาในความเงียบ
“ฮูหยินเจ้าคะ! ไม่ได้การแล้วเพคะ! คุณชายรองสกุลเซี่ยพาคนบุกเข้ามาที่จวน พร้อมกับ... พร้อมกับประกาศว่าจะมาพาตัวท่านหย่าขาดจากท่านอ๋องเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
มู่จินหยางชะงักกึก ริมฝีปากหยุดอยู่ห่างจากเรียวปากของนางเพียงเสี้ยวเซนติเมตร ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับพายุกำลังก่อตัว
เซี่ยอว́nซีลืมตาขึ้นทันที นางมองหน้าสามีที่บัดนี้ใบหน้ามืดมนดั่งก้นหม้อ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างท้าทายท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ หวังว่าจะฟินกับความซึนของท่านอ๋องและฮูหยินปากเก่งของเราในตอนนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 17
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!